สังคม

อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ ปัดเมาขับ-ชนแล้วหนี รับไปผิดโรงพักเพราะเป็นพื้นที่รอยต่อ 3 โรงพัก

2 ชั่วโมงที่แล้ว

24 views

อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ ปฏิเสธเมาแล้วขับ-ชนแล้วหนี ยอมรับจับแขนคู่กรณีเพราะกลัวถูกทำร้ายก่อน ย้ำถูกสาวหมัดใส่ก่อนจนบาดเจ็บฟกช้ำที่ศีรษะ ยอมรับไปผิดโรงพักเพราะเป็นพื้นที่รอยต่อ 3 โรงพัก ชี้ลาออกจากบริษัทใหญ่นานมา 3 ปีแล้ว

เวลา 15.44 น. คู่กรณีที่เป็นอดีตผู้บริหารค่ายมือถือและไปขับรถชนแล้วหนี ได้เดินทางออกจาก สน.ลาดพร้าว หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน

เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยืนยันว่าวันนั้นตนถูกฝ่ายคนถูกชนสาวหมัดใส่ก่อน โดนบริเวณหลังศีรษะและหลายจุดตามร่างกาย แต่ยอมรับว่าในวันที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มกราคม เป็นเหตุการณ์ทะเลาะชุลมุนต่อเนื่องหลังจากที่มีการขับรถชนกัน ยอมรับว่าวันนั้นตนเองก็พูดจาไม่เหมาะสมและมีการท้าทายกัน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็พร้อมรับผิดชอบในความเสียหาย แต่อะไรที่เกินกว่าเหตุ ตนก็ขอใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย

หลังจากที่ตนถูกชกแล้ว ตนก็มีอาการมึนตามที่ปรากฏในคลิป ยืนยันว่าตนไม่ได้ดื่มสุราขณะขับขี่รถ ตนไม่ได้เมา แต่ที่ตนมีท่าทีไปจับแขนของฝ่ายที่ถูกชนนั้น เป็นเพราะตนไม่รู้ว่าฝั่งนู้นจะหยิบอะไรมาบ้าง เนื่องจากอยู่ในระยะประชิดตัว เลยต้องระมัดระวังแค่นั้น

ทั้งนี้ ฝ่ายคนชนเปิดเผยอีกว่า จริง ๆ แล้วคดีนี้เป็นคดีที่เล็กนิดเดียว เพียงแต่ว่าสื่อให้ความสนใจเพราะตนเคยอยู่บริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง แต่ตนได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวมา 3 ปีแล้ว จึงไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับบริษัทดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตนเอง

พร้อมทั้งยืนยันว่า ตนเองไม่รู้จักกับตำรวจ สน.ลาดพร้าว เป็นการส่วนตัวแม้แต่นายเดียว ก็เพิ่งมารู้จักหลังจากที่เป็นคดี ซึ่งในคดีจราจรที่ตนถูกแจ้งข้อหานั้น ก็ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ แต่ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุ ตนอยู่ในที่เกิดเหตุนานกว่า 20 นาที ซึ่งตนก็รอจนกระทั่งแฟนของคนถูกชนมา แต่ที่ตนขับออกมาก่อน เพราะมองว่าเริ่มมีคนเยอะขึ้น จึงกังวลในเรื่องของความปลอดภัย รวมทั้งมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ให้ประกันดำเนินการเคลียร์ได้

ย้ำว่าตนเองไม่มีเจตนาชนแล้วหนี ไม่รู้ว่าตนจะหนีไปทำไม ซึ่งตนก็ได้ให้การหลังจากที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปตามความเป็นจริง ที่เหลือก็ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นที่มีการไปผิดสถานีตำรวจนั้น ยอมรับว่าไปผิดจริงเพราะเนื่องจากที่เกิดเหตุนั้นเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง 3 สถานีตำรวจ ได้แก่ สน.โคกคราม สน.ลาดพร้าว และ สน.คันนายาว ซึ่งได้ไปที่ สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 8 มกราคม แต่พอทางตำรวจแจ้งว่าไปผิดสถานีตำรวจ วันที่ 9 มกราคมถึงได้มาที่ สน.ลาดพร้าว

คู่กรณีฝ่ายชนยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้มีประเด็นบาดหมางอะไรกับฝ่ายคนที่ถูกชน แต่เรื่องของค่าเสียหายหรือการเรียกร้องใด ๆ ก็เป็นเรื่องของการเจรจากัน ในทางคดีอาญาก็คงจะยอมความไม่ได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมความเช่นกัน แต่ถ้าเรื่องใดที่พอคุยกันได้ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอน ขึ้นอยู่กับทางตำรวจเป็นผู้นัดหมายให้มาพูดคุย

ผู้สื่อข่าวถึงได้ถามทิ้งท้ายว่า ถ้าฝ่ายคู่กรณีที่ถูกชนติดต่อมาพูดคุย จะพูดคุยหรือไม่ ฝ่ายคนชนกล่าวว่า ที่จริงแล้วคู่กรณีฝ่ายที่ถูกชนมีเบอร์ตน แต่ไม่เคยโทรมาเลย อย่างไรก็ตามมองว่า หลังจากนี้คงจะมีทางออกที่ดี

พร้อมกันนี้ ฝ่ายคู่กรณีที่ชนได้โชว์ใบรับรองแพทย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีอาการบาดแผลฟกช้ำที่บริเวณศีรษะด้านหลังร่วมกับบาดแผลฉีกยาวประมาณ 0.6 เซนติเมตร รวมทั้งฟกช้ำที่โหนกแก้มซ้าย ศอกทั้งสองข้าง อกขวา สะโพกขวา และมีแผลถลอกขนาดเล็ก

แท็กที่เกี่ยวข้อง  อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ

คุณอาจสนใจ