สังคม

“ทนายอนันต์ชัย” นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ถูกร้านทองยักยอกทองคำแท่งที่เอาไปฝากไว้น้ำหนัก 60 บาท

21 เม.ย. 2569

400 views

“ทนายอนันต์ชัย” นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ถูกร้านทองยักยอกทองคำแท่งที่เอาไปฝากไว้น้ำหนัก 60 บาท แถมกล่าวหาผู้เสียหายร่วมฉ้อโกงทองกับพนักงานร้าน

วันที่ 21 เม.ย. 2569 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง ได้นำผู้เสียหาย นางอภัสรา ผลพิมาย หรือ เรียม และนายเจริญ ผลพิมาย หรือ เริญ สองสามีภรรยา ชาวอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พิมาย หลังผู้เสียหายถูกร้านทองแห่งหนึ่งในอำเภอพิมาย ยักยอกทองคำที่ฝากเอาไว้ น้ำหนัก 60 บาท และผู้เสียหายกำลังจะถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับพนักงานของร้านทองดังกล่าวฉ้อโกง โดยก่อนหน้านี้ผู้เสียหายอ้างว่า ได้นำทองคำไปฝากไว้ที่ร้านทอง แห่งหนึ่งในอำเภอพิมาย จำนวนทั้งหมด 140 บาท และได้คืนมาแล้วจำนวน 80 บาท ส่วนทองคำอีก 60 บาท ทางร้านทองไม่ยอมคืนให้ และยังกล่าวหาว่า ผู้เสียหายร่วมกระทำความผิดกับพนักงานของร้าน ร่วมกันฉ้อโกงทองของร้านไป ทำให้ผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณปี 2539-2543 ผู้เสียหายได้ไปทำงานในประเทศไต้หวัน ซึ่งผู้เสียหายทั้งคู่เป็นคนชอบสะสมทองคำ ตั้งแต่ช่วงทองคำราคาบาทละ 3,000 บาท และได้สะสมทองคำเรื่อยมา หลังจากกลับมาอยู่ประเทศไทย ก็ได้ประกอบอาชีพขายของตลาดนัด ทำนา ทำไร่ ซึ่งผู้เสียหายทั้งสองคนชอบสะสมทองคำมาตั้งแต่หนุ่มๆ สาวๆ โดยไม่บอกใครเลย แม้แต่ลูกทั้ง 2 คนก็ไม่บอก จนสามารถเก็บทองคำแท่งได้มากถึง 60 บาท โดยทั้งสองคนชอบไปซื้อทองคำแท่งที่ร้านทองแห่งหนึ่งในอำเภอพิมายเป็นประจำ จนสนิทสนมและไว้ใจเจ้าของร้านทองเป็นอย่างมาก

ต่อมาเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนเจ้าของร้านทองได้ชักชวนให้ผู้เสียหายนำทองคำแท่ง จำนวน 60 บาท มาฝากไว้ที่ร้าน โดยบอกว่ามีความปลอดภัยกว่าธนาคาร หากวันใดต้องการทองคืนก็สามารถมารับทองคืนได้ และหากอยากจะขายทอง ก็สามารถขายได้ทันที โดยทางร้านมีหลักฐานเอกสารการซื้อทอง และฝากทองให้ไว้ สามารถนำมาขอรับทองคืนได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้เสียหายเชื่อโดยสนิทใจ และไว้วางใจ โดยตั้งแต่นั้นมาก็ได้มีการซื้อทองคำที่ร้านดังกล่าว และฝากทองไว้ที่ร้านตลอด ซึ่งผู้เสียหายมีเพียงหลักฐานใบรับซื้อขายทองคำ และใบรับฝากทองที่ทางร้านให้ไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น

ต่อมาผู้เสียหายต้องการทองคำที่ฝากไว้ทั้งหมด 140 บาท ทางร้านทองอ้างว่า มีพนักงานสาวคนหนึ่ง เป็นรองผู้จัดการร้าน ทำการทุจริตเกี่ยวกับการรับซื้อทองเป็นเงิน 276,000 บาท และกล่าวหาว่าผู้เสียหายร่วมมือกับพนักงานคนดังกล่าวฉ้อโกงร้านทอง ร้านทองจึงให้พนักงานคนดังกล่าวทำสัญญากู้ยืมเงิน เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 276,000 บาท และไล่พนักงานออกจากร้านไป ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ผู้เสียหายจึงขอคืนทองคำแท่งที่ฝากไว้ทั้งหมด 140 บาท แต่ปรากฏว่า ร้านทองคืนให้เพียง 80 บาท โดยรับซื้อเป็นเงิน 6,128,000 บาท ส่วนทองคำอีก 60 บาท ทางร้านอ้างว่าไม่มีทองคำแท่งคืนให้ และไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายให้ อีกทั้งทางร้านทองยังกล่าวหาว่า ผู้เสียหายมีส่วนร่วมกับพนักงานในการฉ้อโกงทางร้าน ทำให้ผู้เสียหายเกิดความวิตกกังวล กลัวว่าจะไม่ได้รับทองคำแท่งจำนวน 60 บาทคืน และกลัวจะถูกดำเนินคดี ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย โดยมี ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พาเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับร้านทองในข้อหาข้อหายักยอกทรัพย์

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ฝากเตือนคนที่นำทองคำไปฝากที่ร้านทองหรือออมทอง ควรเก็บไว้ที่บ้านดีกว่า เพราะการนำทองคำไปฝากเป็นการที่เราทำให้ร้านทองรวย เพราะร้านสามารถนำทองคำของเราไปหมุนขาย ไปเทรด แต่เราได้เพียงเศษกระดาษกอดไว้ ไม่มีความปลอดภัย แม้จะมีกำไร แต่ก็ถือว่าเล็กน้อยมาก และหากมีการสะสมทองเป็นจำนวนมาก เราก็อาจจะไม่ได้คืน



คุณอาจสนใจ

Related News