สังคม
ลอบขุดทรายแม่น้ำปายอีกแล้ว กลุ่มทุนเส้นใหญ่เย้ยกฎหมาย ชาวบ้านร้องไร้หน่วยงานเอาผิด
4 ชั่วโมงที่แล้ว
14 views
ชาวบ้านแม่ฮ่องสอนร้อง กลุ่มทุนลักลอบขุดทรายในแม่น้ำปายอีกแล้ว ขนแบคโฮขุดไม่เกรงกลัวกฎหมาย เผยเคยร้องหน่วยงานรัฐแล้ว แต่เรื่องเงียบ
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ชาวบ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาตั้งแต่ 03.00 น. จนถึงรุ่งเช้าวันนี้ ได้มีกลุ่มทุนค้าหินทรายเถื่อนในพื้นที่ ได้มีการนำรถแบคโฮลงไปขุดทรายในแม่น้ำปาย โดยมีการลักลอบขุดในลักษณะดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา การลอบขุดทรายจะกระทำในเวลากลางคืนพอรุ่งสางก็จะย้ายรถแบคโฮออกจากที่เกิดเหตุ
การลักลอบขุดทรายกลางแม่น้ำปาย ส่งผลให้ลำน้ำในแม่น้ำปายเปลี่ยนสายและกระแสน้ำได้พุ่งไปกัดเซาะตลิ่งของราษฎรในบ้านสบแพม รวมถึงที่ดินของตนด้วย มีราษฎรที่ได้รับผลกระทบกว่า 10 ราย โดยสายน้ำได้ทำให้ที่ดินพังลงไปกับสายน้ำและที่ดินต้องสูญหายไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
ก่อนหน้านั้น ตนเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วแต่มีหนังสือตอบกลับให้ไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ/จังหวัด สรุปหน่วยงานรัฐเข้าไปดูและเพิกเฉยที่จะดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนเหล่านั้น โดยจุดที่เข้าไปตรวจสอบเป็นคนละจุดกับที่มีการลอบขุด เป็นการปกป้องกลุ่มทุนในพื้นที่อย่างชัดเจน
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 ชาวบ้านสบแพม ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้มีการลักลอบขุดทรายในแม่น้ำปาย พื้นที่บ้านสบแพม โดยได้มีการลักลอบขุดตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.2568 เริ่มขุดเวลา 15.00 น. ต่อเนื่องจนมาถึงวันที่ 9 มี.ค.68 การลักลอบขุดทรายบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ได้มีการลักลอบขุดมาเกือบ 10 ปีแล้ว
และเมื่อต้นเดือนมกราคม 2568 ตนได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีกลับทำหนังตอบกลับมาว่าให้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตนก็ได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.แม่ฮ่องสอน แต่เรื่องก็เงียบหายไป จนต้องร้องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีอีกครั้งแต่เรื่องก็เงียบ
ชาวบ้านสบแพม กล่าวต่อไปว่า กลุ่มขบวนการลักลอบขุดทรายในแม่น้ำปาย พื้นที่บ้านสบแพม นับว่าเส้นใหญ่มาก การลอบขุดทรายกลางน้ำซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ไม่เคยถูกจับกุมแต่อย่างใด และทรายที่ขุดไปนั้นได้ถูกส่งไปขายให้กับนักธุรกิจ ใน อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเปลี่ยนสายและกระแสน้ำได้พุ่งไปกัดเซาะตลิ่งของราษฎรในบ้านสบแพม รวมถึงที่ดินของตนด้วย ทำให้ที่ดินพังลงไปกับสายน้ำและที่ดินต้องสูญหายไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
จึงได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อขอให้เป็นกระบอกเสียงไปถึงผู้บริหารระดับสูงของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ที่ดินอำเภอปาย และอบต.ทุ่งยาว ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรในพื้นที่ด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง ลักลอบขุดทราย ,แม่น้ำปาย