สังคม

ภาคประชาชน ยื่น 8 ข้อเสนอ เรียกร้องลดราคาน้ำมัน-ปรับโครงสร้างพลังงานอย่างเป็นธรรม

5 ชั่วโมงที่แล้ว

55 views

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาคประชาชนด้านพลังงาน ได้แก่ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สภาองค์กรของผู้บริโภค เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก เดินทางมายังกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรมและการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นธรรมต่อประชาชน

โดย นายปานเทพ ได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนจำนวน 8 ข้อ เพื่อให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม ที่เอาเปรียบประชาชนมาอย่างยาวนาน รวมทั้งส่งเสริมแนวทางพลังงานที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีช่วงสถานการณ์ที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ได้แก่

1.โครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้โครงสร้างราคาน้ำมันอิงราคาสิงคโปร์ บวกค่าใช้จ่ายที่สมมุติว่านำเข้าจากสิงค์โปร์เป็นเกณฑ์กำหนดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น ซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่เป็นธรรมนั้น ขอเสนอให้ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันระหว่างสิงคโปร์และโรงกลั่นไทย รวมทั้งค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง ที่รวมเรียกว่าค่าพรีเมี่ยม เพื่อป้องกันลาภลอยจากสถานการณ์ด้านราคาของสิงคโปร์

โดยการกำหนดเพดานค่าการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร และให้กำกับค่าการตลาดตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เคยมีมติกำหนดไว้เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ให้น้ำมันดีเซล บี 7 มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.50 บาท และน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล 95 และเบนซินแก๊สโซฮอล 91 มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.85 บาท/ลิตร

2.ห้ามใช้เอทานอลและไบโอดีเซล ผสมน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ยกเว้นมีราคาต่ำกว่าร้อยละ 10 ขึ้นไปของราคาน้ำมันพื้นฐาน (เพราะน้ำมันชีวภาพขับได้ระยะทางน้อยกว่าน้ำมันพื้นฐาน ร้อยละ 10)

ทั้งนี้ เพื่อไม่เป็นการก่อภาระต่อการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในยามวิกฤตน้ำมันแพงในปัจจุบัน และให้ลดการผสมไบโอดีเซลลงเหลือเพียงแค่บี 5 เพื่อไม่เป็นภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าติดลบประมาณ 5 หมื่นล้านบาทแล้ว รวมทั้ง พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ในบทเฉพาะกาล มาตรา 55 เกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยน้ำมันชีวภาพที่จะครบระยะเวลา 7 ปี ในวันที่ 24 กันยายน 2569 นี้ แล้ว ก็ไม่สมควรแก้ไขกฏหมายต่ออายุการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยน้ำมันชีวภาพอีก

3. ยกเลิกการให้ภาคครัวเรือนใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในราคาที่สมมุติว่านำเข้าจากซาอุดิอาระเบียบวกค่าใช้จ่ายในการนำเข้า โดยให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซในประเทศก่อนด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งในปัจจุบัน โรงแยกก๊าซ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ได้ปีละ 3.7 ล้านตัน ครัวเรือนใช้อยู่ 2.1 ล้านตัน จึงควรให้ประชาชนได้ใช้ทรัพยากรในประเทศในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม

นอกจากนี้ ต้องกำหนดให้ก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนเป็นสินค้าควบคุมราคาตามบทบัญญัติสินค้าควบคุมราคาของกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) ที่เหลือใช้จากภาครัวเรือน ให้นำไปคำนวณราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักจากโรงกลั่นน้ำมัน และส่วนที่นำเข้า ขายให้แก่ ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และ ภาคปิโตรเคมี โดยตัดขาดจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต้องนำเงินที่จัดเก็บจากผู้ใช้น้ำมันเบนซิน และดีเซล มาชดเชยกับผู้ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) อีกต่อไป

4.ราคาค่าการกลั่นอ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่ปัจจุบันสูงมากผิดปกติ เดือนมีนาคมเฉลี่ย 7.23 บาท/ลิตร และ 1-10 เมษายน มีค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 16.40 บาท/ลิตร ก่อให้เกิดผลประโยชน์เป็นลาภลอยแก่โรงกลั่น จึงควรกำหนดค่าการกลั่นที่เป็นจริงและเป็นธรรมแก่ประชาชน ไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร ส่วนเกินจากนั้นควรนำมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นและให้เรียกคืนเงินชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชดเชยส่วนที่เป็นลาภลอย ที่เกินจาก 2.50 บาทต่อลิตร คืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอาศัยกฎหมายกลางเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครอง (การจ่ายค่าชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคำสั่งทางปกครอง) คือ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2537 มาตรา 3 ประกอบกับ หมวด 2 คำสั่งทางปกครอง ส่วนที่ 6 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองมาตรา 49 - มาตรา 53


5.ตรวจสอบเอกสารของผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 โดยตรวจสอบย้อนหลัง เพราะไม่ได้ดำเนินการตรวจเช็คสต๊อคเก่าก่อนมีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดส่วนต่างที่เป็นลาภลอยจากการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเก่าที่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 ได้กักตุนน้ำมันสต๊อคเก่าที่ได้รับชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว ก่อนนำมาขายในราคาใหม่ จึงขอให้รัฐมนตรีเรียกคืนเงินส่วนเกินนั้นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง


6.ออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนน้ำมันมีอำนาจที่ชัดเจนในการเรียกคืนเงินชดเชยที่จ่ายให้เนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่มีลาภลอยจากค่าการกลั่นที่สูงเกิน 2.50 บาท/ลิตร เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ต้องนำพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาใช้เสริม เพื่อไม่ต้องมีการตีความข้อกฎหมายต่ออีก


7.รัฐบาลไม่มีความจำเป็นและต้องหยุดการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะหากรัฐบาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวมาแล้วในข้อ 1-6 แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะการกู้เงินของรัฐบาลต้องตกเป็นภาระหนี้ของประชาชนผู้ใช้น้ำมันต้องชำระคืนเงินกู้


8.ส่งเสริมการพึ่งตัวเองของประชาชน ด้วยการให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้โดยสะดวก โดยให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้ใช้ระบบหักลบกลบหน่วยราคาค่าไฟได้ (net metering) และมีนโยบายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาประชาชนด้วยระบบ net billing พร้อมสั่งการให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติดังกล่าว

ด้าน นายเอกนัฏ ได้ลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง พร้อมเปิดเผยว่า ยินดีรับข้อเสนอจากภาคประชาชน ซึ่งต้องขอบคุณที่ทำหน้าที่แทนประชาชนในด้านพลังงานและยินดีที่ได้นำข้อเสนอมามอบให้ ซึ่งจากที่ฟังทั้ง 8 ข้อ สามารถบอกได้ล่วงหน้าว่า ล้วนอยู่ในใจของตนอยู่แล้ว และหลายข้อก็สามารถทำได้เลย แต่ไม่อยากให้ข้อเสนอต่าง ๆ จบลงเพียงในวันนี้ ซึ่งหลังจากนี้จะเชิญแกนนำภาคประชาชนที่มายื่นข้อเสนอมาทำงานร่วมกัน เพื่อจะได้ร่วมกันทำงานและติดตามว่า ข้อเสนอทั้ง 8 ข้อ เราได้นำไปปรับใช้อย่างไรบ้างและนำไปแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง

โดยจากที่ตนได้อภิปรายนโยบายรัฐบาลในรัฐสภาที่ผ่านมานั้น ก็ทราบแล้วว่าตนได้พูดถึงเรื่องของที่ผมได้อภิปรายในเรื่องของกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมัน โดยสมควรที่จะต้องผ่าตัด เพราะตนไม่เห็นด้วยกับการที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีอำนาจมากมายขนาดนี้ ไม่มีกองทุนไหนมีอำนาจมากมายเพียงนี้มาก่อน

ที่ผ่านมา ตนก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะประธานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้เห็นได้จากสถานการณ์ของกองทุนที่ตอนนี้เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว จากเดิมที่ติดลบวันละ 2,000 กว่าล้านบาท ตอนนี้แทบจะเป็นศูนย์แล้ว

อย่างไรก็ตาม เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้าง เพื่อให้กองทุนปรับกลไกการทำงานให้ราคาเป็นทำกับประชาชนมากที่สุด ไม่มีการไปให้กำไรกับผู้ประกอบการเอกชนหรือนายทุนผู้ใดอีก โดยเฉพาะในยามวิกฤตแบบนี้ ตนขอย้ำว่าตนจะยืนเคียงข้างประชาชนอย่างแน่นอน 100% และไม่กลัวด้วย ไม่เกรงใจใคร พร้อมที่จะสู้ พร้อมที่จะชน และให้ประชาชนใช้งานตนให้เป็นประโยชน์ได้เลย แต่ทั้งนี้ต้องขอให้ประชาชนมาร่วมช่วยกัน เพราะถือเป็นวาระสำคัญของประเทศชาติ

สำหรับประเด็นเรื่องของ solar rooftop และ net metering เป็นเรื่องที่อยู่ในนโยบายด้านพลังงานอยู่แล้ว ซึ่งตนเตรียมจะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ก็จะผลักดันเรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป

นายเอกนัฏ ยังกล่าวอีกว่า สภาวะกลไกตลาดตอนนี้ยังไม่ปกติ ราคาน้ำมันดีเซลที่สิงคโปร์ยังคงพุ่งสูงขึ้นมาก การที่ไปอ้างอิง 100% เสมือนว่าประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นอยู่เลย แบบนี้ถือว่าไม่ได้ ดังนั้น เราจึงใช้อำนาจ กบง. ในการลดราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อให้โรงกลั่นมาช่วยรับผิดชอบแบบรับภาระ ไม่ใช่เอาแต่กำไรอย่างเดียว แต่ประชาชนในประเทศเดือดร้อน เบื้องต้นได้ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นไปแล้ว 2 บาท แต่หลังจากนี้จะนำตัวเลขในเดือนเมษายนมาพิจารณาเพื่อปรับลดเพิ่มเติม เนื่องจากราคาหน้าโรงกลั่นพุ่งสูงถึง 16 บาท เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนมากที่สุด การลดราคาหน้าโรงกลั่นเพียง 2 บาท จึงยังน้อยไปในตอนนี้

ซึ่งในส่วนตรงนี้จะสามารถช่วยลดการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้กองทุนเป็นหนี้น้อยลงได้และจะถึงขั้นทำให้ไม่จำเป็นต้องไปออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังมาค้ำการชำระหนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระไปมากกว่านี้ ที่สำคัญยังสามารถนำไปลดราคาหน้าปั๊มน้ำมัน ทำให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันในราคาที่ถูกลงและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

สำหรับประเด็นเรื่องของกองทุนค่าการตลาด ตนเห็นว่าก่อนหน้านี้กลไกการทำงานนั้นทำให้ราคาสูงผิดปกติ แต่ตอนนี้จะเห็นว่าเรทราคาของกองทุนต่อวันกลับมาอยู่ในภาวะปกติแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ในราคาไม่เกิน 2 บาทต่อวันสำหรับน้ำมันดีเซล ซึ่งตัวก็เห็นด้วยว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ควรจะต้องมีการปรับโครงสร้างการทำงาน ไม่ให้คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีอำนาจมากจนเกินไป

นายเอกนัฏ ได้เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องแนวทางการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ว่าโดยหลักแล้ว คือกู้มาเพื่อใช้ในการช่วยชำระหนี้ของกองทุนน้ำมัน ซึ่งตามข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาชน ถ้าเราสามารถทำข้อ 1 ถึงข้อ 6 ได้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็แทบไม่ต้องแบกภาระมากขนาดนี้ จนถึงขั้นไม่มีความจำเป็นออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด จนทำให้กระทรวงการคลังต้องมาค้ำประกันการชำระหนี้ของกองทุนน้ำมัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระและสร้างสถานะทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ โดยยืนยันว่าการกู้ถือเป็นไพ่ใบสุดท้าย ถ้าเราสามารถรักษาสถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันได้แล้ว จากขาดทุนวันละพันกว่าล้าน เหลือเกือบ 0 แล้ว ก็จะบริหารโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปกู้และมาค้ำแต่อย่างใด ซึ่งเราตั้งใจเอาไว้แบบนั้นอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นที่มีนโยบายการปิดปั๊มน้ำมันหลัง 22:00 น. นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า เป็นเพียงแค่การตระเตรียมเอาไว้ เพราะเราอยู่บนความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะหยุดหรือไม่หยุดยิง จะปิดกั้นหรือไม่ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเราได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หากฝั่งอุปสงค์ของน้ำมันไม่มีปัญหา ก็ถือสถานการณ์คลี่คลายลง โดยในวันนี้เราเห็นว่าปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบมากลั่นและน้ำมันที่สามารถกลั่นได้ เพียงพอต่อการใช้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปจำกัดเวลากันเปิดปิดปั๊มน้ำมัน ซึ่งมาตรการนี้ หากไม่มีความจำเป็น เราก็จะไม่ใช้ ในฐานะที่เราเป็นรัฐบาล เราต้องสื่ออย่างตรงไปตรงมาว่า ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนยังมีอยู่ เราต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ซึ่งอาจจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการแบบนี้ก็ได้ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์

นายเอกนัฏ ยังกล่าวลงท้ายอีกว่า ตนจะไม่ยอมให้เอากองทุนมาเป็นฉากหน้าให้ประชาชนมาแบกรับภาระ ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานกระทรวงพลังงาน ก็สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการจนปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก ที่สามารถลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มจากการลดราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อเป็นการเอารายได้หรือกำไรจากโรงกลั่นมาชดเชย แทนการเอาเงินประชาชนด้วยกันมาอุดหนุนกันเอง ถ้าราคาตลาดนิ่งหรือลดลงมาอีก ยืนยันว่าจะลดราคาหน้าปั๊มอีกอย่างแน่นอน

ส่วนประเด็นเรื่องของการสต็อกน้ำมันนั้น ในวันนี้ ตนจะไปหารือกับกระทรวงยุติธรรมเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลสถานะปริมาณน้ำมันย้อนหลังในคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งข้อมูลขาเข้าขาออกของคลังน้ำมัน ไปมอบให้คณะทำงานด้านการปราบปรามของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการที่โรงกลั่นหรือคลังน้ำมัน ฉวยโอกาสหากำไรจากการเก็งกำไรในช่วงวิกฤต โดยเฉพาะการซื้อน้ำมันเก่าในราคาที่ถูกและมาขายในราคาตลาดปัจจุบันที่แพงขึ้น ใครมีพฤติกรรมแบบนี้ เอาผิดหมดทุกคน และไม่สนใจด้วยว่าจะใหญ่มาจากไหน

คุณอาจสนใจ

Related News