สังคม
ชาวนาถอดใจ เลิกอาชีพทำนา แบกต้นทุนไม่ไหว น้ำมัน-ปุ๋ยแพง สิ้นหวังรัฐบาลไม่ช่วยเหลือ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
7 views
นางจำรูญ ระบุว่า ปัญหาหลักเกิดจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันที่ขยับสูงกว่า 50 บาทต่อลิตร ทำให้การสูบน้ำเข้านา 20 ไร่ กลายเป็นภาระที่หนักอึ้ง ขณะที่ราคาปุ๋ยขยับตัวสูงขึ้นจากกระสอบละ 800 บาท เป็นเกือบ 1,300 บาท ทำให้ต้องใส่ปุ๋ยประคองได้เพียงช่วงแรกเท่านั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพข้าว โดยพบว่าเมล็ดข้าวลีบเล็กและเปราะบาง จากเดิมที่เคยได้ผลผลิตถึง 200 เมล็ดต่อรวง ปัจจุบันเหลือเพียง 20 กว่าเมล็ดเท่านั้น
จากความคาดหวังเดิมที่น่าจะได้ผลผลิต 25 ตัน คาดการณ์ว่าปีนี้อาจจะได้ไม่ถึง 8 ตัน ในขณะที่ราคาขายถูก กดเหลือเพียงเกวียนละ 5,800 บาท ซึ่งไม่เพียงพอแม้แต่จะคืนทุน นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับค่ารถเกี่ยวข้าวที่ปรับราคาขึ้นเป็นไร่ละ 600 บาท พร้อมเงื่อนไขที่บีบคั้นหัวใจคือ "ชาวนาต้องเป็นผู้เติมน้ำมันรถเกี่ยวเอง ทั้งก่อนและหลังเสร็จงาน"
ด้วยภาระหนี้สินและต้นทุนที่แบกรับไม่ไหว ประกอบกับความน้อยเนื้อต่ำใจที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลชุดใหม่ ตนจึงตัดสินใจเลือกทางเดินที่ปวดร้าวที่สุดคือการ "ถอดใจ" และเตรียมเลิกอาชีพทำนาที่ทำมาตั้งแต่เด็ก โดยอาจปล่อยผืนนาให้รกร้าง หรือปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นตามยถากรรม
นี่คือภาพสะท้อนของเกษตรกรไทยที่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อชัยชนะ แต่เป็นการจำยอมต่อโชคชะตา และภาระต้นทุนชีวิตที่สูงเกินกว่าจะแบกรับไว้ได้เพียงลำพังอีกต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง ชาวนา ,เลิกทำนา ,วิกฤตพลังงาน ,น้ำมันแพง