สังคม

ตำรวจล็อกเป้า 29 คลังน้ำมันรายย่อยทั่วประเทศ ล่าตัว "ไอ้โม่ง" ทำน้ำมันขาดแคลน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

46 views

เมื่อเวลา 12:30 น. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) เดินทางมาลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน สรรพสามิตพื้นที่ ฝ่ายปกครองจังหวัดปทุมธานี และตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ร่วมตรวจสอบคลังน้ำมันในครั้งนี้ด้วย

ภายหลังจากการฟังสรุปจากทางคลังน้ำมัน รวมทั้งตรวจสอบคลังน้ำมันและห้องควบคุมระบบคลังน้ำมัน พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า สาเหตุที่มาดูคลังน้ำมันแห่งนี้ เพราะเนื่องจากเป็นคลังน้ำมันที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของ ปตท. โดยหลักคือการมาดูระบบการจัดสรรน้ำมันไปยังสถานีน้ำมันต่าง ๆ ว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นการดูในภาพรวมของทุกคลังน้ำมัน


โดยพบว่า การจัดสรรน้ำมันไปยังคลังน้ำมันรายย่อยและปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคกลางเป็นไปตามปกติและเพียงพอ เหลือปริมาณน้ำมันก้นถังที่ไม่สามารถดึงขึ้นมาจัดสรรได้ ถังละ 1 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นปริมาณปกติของคลังน้ำมัน ดังนั้น แต่ละถังสามารถจัดสรรกระจายน้ำมันได้มากถึง 90% ดังนั้น จึงยังไม่พบข้อพิรุธของคลังน้ำมันแห่งนี้แต่อย่างใด


พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม ทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงดำเนินการตรวจสอบทั้งต้นทางและปลายทาง ร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะไล่ตรวจสอบตั้งแต่ปลายทางขึ้นมา และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI กับกรมธุรกิจพลังงาน จะไล่ตรวจสอบตามคลังน้ำมันและโรงกลั่นต่าง ๆ โดยจะต้องนำข้อมูลทั้งสองส่วนมาชนกัน เพื่อพิสูจน์กันตามหลักวิทยาศาสตร์ว่า สาเหตุที่น้ำมันไม่เพียงพอเกิดจากอะไร

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า จากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ตรวจสอบปลายทางตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ โดยในช่วง 2 วันที่ผ่านมานั้น เราได้ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ที่ปิดตัวลงทั่วประเทศ เพื่อดูว่าปั๊มน้ำมันเหล่านี้ได้น้ำมันมาจากที่ใด จนเราได้ข้อมูลคลังน้ำมันที่เป็นเป้าหมาย 29 คลังทั่วประเทศ รวมทั้งกลุ่มบริษัทผู้ประกอบการพ่อค้าคนกลางหรือ "จ๊อบเบอร์ (Jobber)" 14 ราย ที่มีปัญหาเรื่องการจัดส่งและรับจะสั่งน้ำมันที่ไม่เพียงพอหรือลดลง จนทำให้การจัดส่งน้ำมันไม่เพียงพอและทำให้ปั๊มน้ำมันปิดตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการไล่ตรวจสอบ

เบื้องต้นเราจะตรวจสอบดูว่า ปริมาณน้ำมันที่มาที่คลังเพียงพอหรือไม่ ตรงกับความต้องการเดิมหรือไม่ คลังน้ำมันได้มีการจ่ายน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ รวมทั้งในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น คลังน้ำมันจ่ายน้ำมันลดลงหรือไม่ ระบบการขนส่งได้ส่งไปถึงปั๊มน้ำมันที่ปิดตัวลงและตรงตามปริมาณหรือไม่ โดยประเด็นเหล่านี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปตรวจสอบและนำข้อมูลมาเชื่อมต่อกับต้นทางและหารือกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกที

สำหรับประเด็นเรื่องการลักลอบส่งน้ำมันตามชายแดน เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจับกุมที่แม่สอด จ.ตาก และ จ.หนองคาย แต่ยืนยันว่า การลักลอบขนส่งน้ำมันตามชายแดนมีจำนวนน้อย ประมาณ 20,000 ลิตร ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมเรือขนถ่ายน้ำมันเถื่อนกลางทะเล ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่กรณีการลักลอบส่งออก

ทั้งนี้เมื่อวานนี้ ตนได้ลงไปตรวจสอบที่บริเวณชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา ติดกับประเทศมาเลเซีย ก็ไม่พบกันลักลอบขนน้ำมันที่บริเวณชายแดนติดกับมาเลเซียแต่อย่างใด ดังนั้น จึงยังไม่พบความชัดเจนว่ามีการลักลอบส่งออกน้ำมันจนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันในประเทศหรือไม่ การลักลอบส่งออกน้ำมันออกนอกประเทศที่พบก็เหลือเพียงแค่รายย่อย แต่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทางตำรวจจะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.ธัชชัย ยืนยันว่า จะสามารถล่าตัวไอ้โม่งที่ลักลอบกักตุนน้ำมันได้อย่างแน่นอน โดยทางตำรวจทำงานร่วมกันกับ DSI และกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งแต่ละหน่วยจะสอบสวนและนำข้อมูลทั้งต้นทางและปลายทางมาเชื่อมโยงกัน เพื่อสรุปทางวิทยาศาสตร์ให้ได้ว่า สาเหตุที่น้ำมันไม่พอในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากอะไร

ในส่วนของความคืบหน้าคลังน้ำมันอ่างทองนั้น พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีในเรื่องของการกักตุนน้ำมัน แต่ในส่วนท้องที่จังหวัด ทางคณะกรรมการจังหวัดได้มอบอำนาจให้พาณิชย์จังหวัดอ่างทองเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ให้ดำเนินคดีกับบริษัทนิติบุคคลและกรรมการบริษัท 3 คน ในข้อหาจำหน่ายสินค้าเกินราคา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง พร้อมกันนี้ยังได้ดำเนินการปรับนิติบุคคลในข้อหาไม่ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จำนวน 5,000 บาท

ทั้งนี้ในคดีส่วนของ บก.ปคบ. นั้น เป็นการดำเนินการในเรื่องของการตรวจคุณภาพของน้ำมัน ซึ่งจะมีการนำตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบ หากพบว่าไม่มีคุณภาพ ก็จะดำเนินคดีต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News