สังคม
รพ.อุ้มผาง เผชิญวิกฤตหนัก! เงินไม่เพียงพอจ่ายบุคลากร ซ้ำค้างค่ายากว่า 50 ล้านบาท
28 มี.ค. 2569
850 views
รพ.อุ้มผาง จ.ตาก วอนช่วยเหลือ กำลังเผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่องอย่างหนัก เงินไม่เพียงพอซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เดือนเมษายนไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรได้แล้ว ค้างชำระค่ายากว่า 50 ล้านบาท
นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ว่า รพ.อุ้มผาง ประสบปัญหาวิกฤตการเงินมาตลอดหลายสิบปี และตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 เป็นต้นมา เรียกว่า “วิกฤตที่สุด” ตั้งแต่ตนทำงานมา 35 ปี ไม่ว่าจะเป็นเงินจัดสรร เงินต่างๆ ลดลงหมด ยิ่งเผชิญภาวะวิกฤตพลังงานจากสงครามยิ่งรับผลกระทบหนักชนิดที่ไม่สามารถจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนบุคลากร รพ.ได้แล้วในเดือน เม.ย.2569 นี้
ส่วนการบริหารจัดการต่างๆ จากเงินที่มีอยู่คาดว่า จะบริหารได้ไม่น่าเกิน 6 เดือนนับจากนี้ โดยช่วงที่ผ่านมา เดือนม.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งไปยืมเงิน รพ.แม่สอดมา 5 ล้านบาท และสสจ.แม่สอดให้มาอีก 3 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินเดือนบุคลากร อย่างเมื่อวาน (27 มี.ค. 2569) เพิ่งอนุมัติจ่ายค่าตอบแทนของเดือน มี.ค. ไป ทำให้ตอนนี้เงินบำรุงที่เหลืออยู่ไม่ถึง 3 ล้านบาทหากเข้าเดือน เม.ย. หมายความว่า จะไม่มีเงินมาจ่ายค่าจ้างบุคลากร
สำหรับค่าใช้จ่ายที่ รพ.ต้องจ่ายมีทั้งเงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่าน้ำมัน ค่าออกซิเจน และอีกหลายอย่างเฉลี่ยเดือนละ 12.4 ล้านบาท แต่ตอนนี้มีเงินอยู่ 3 ล้านบาท ยังไม่รวมหนี้ค้างเก่าอีกเกือบ 50 ล้านบาท เช่น หนี้ค่ายา ที่ค้างจ่าย ต้องขอบคุณบริษัทยาหลายแห่งมาก ที่เมตตาไม่ทวงหนี้ เพราะเข้าใจสถานการณ์ของ รพ.อุ้มผาง และรพ.ยังขอรับบริจาคยาเข้ามา แต่ละเดือนได้ประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งเงินบริจาคค่ายา เราเอามาจ่ายตามวัตถุประสงค์ คือ ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแลปต่างๆ ส่วนอาหารคนไข้ ก็ขอความเมตตารับบริจาคอยู่เช่นกัน
นพ.วรวิทย์ กล่าว รพ.อยู่ได้ เพราะเงินบริจาค ที่เป็นกองทุนแบบนี้ เพื่อนำมาช่วยคนไข้ แต่รพ.ก็ยังต้องใช้งบประมาณในการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนบุคลากร เพราะเราไม่สามารถเอาเงินบริจาค มาจ่ายนอกวัตถุประสงค์ได้ และระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เงินบริจาคเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้
รพ.อุ้มผาง มีประชากรจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง (UC) จำนวน 28,000 คน แต่ที่ต้องดูแลในอำเภออุ้มผางฝั่งไทย 83,000 คน และเขตนอกฝั่งไทย คือ เมียนมาอีกราว 29,000 คน ซึ่งชาวบ้านเป็นคนยากจน มีโรคระบาด หากเราไม่รักษาก็แพร่เชื้อมาคนไทย หลายคนเคยบอกว่า จะไปรักษาคนที่ไม่มีสัญชาติไทยทำไม ตนเข้าใจมุมมองหลากหลาย แต่ถามว่า คนที่อยู่หน้างาน หมอหน้างาน เราจะปล่อยให้คนไข้เจ็บป่วย เสียชีวิตต่อหน้าเราได้จริงหรือ ที่สำคัญโรคระบาดติดทุกคน ไม่ได้กำหนดว่าจะติดแค่คนไม่มีสัญชาติไทย ติดได้ทุกสัญชาติ อย่างวัณโรคดื้อยา หากปล่อยไปมาติดคนไทย ก็จะแพร่กระจายทั่ว หรือไข้มาลาเรีย โรคเหล่านี้อันตรายหมด ที่สำคัญขณะนี้ รพ.อุ้มผาง มีศูนย์อพยพมาเพิ่มด้วย
“จริงๆ อุ้มผางเป็นแบบนี้มานานแล้ว งบประมาณไม่เคยเพียงพอ เราก็บริหารให้ผ่านพ้นไปได้ตลอด แต่ปีนี้หนักมาก งบประมาณลดลงเรื่อยๆ อย่างรพ.อุ้มผางได้รับงบ UC จากสปสช. 35 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ตกเดือนละไม่ถึง 3 ล้านบาท แต่ต้องใช้จ่ายจริงเฉลี่ยเดือนละ 12.4 ล้านบาท จะเพียงพออย่างไร” นพ.วรวิทย์กล่าว
ส่วนงบประมาณแหล่งอื่นๆ เช่น งบประมาณสนับสนุนด้านสาธารณสุขจากประเทศญี่ปุ่น หรือ JICA เป็นงบที่ต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ คือ ใช้ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือแพทย์ อบรมบุคลากรสำหรับช่วยให้ชาวบ้านมีเงินทำ เป็นต้น จึงไม่เกี่ยวกับการดำเนินการรพ.
“ที่ผ่านมาได้รับการช่วยเหลือจากผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขตลอด แต่ครั้งนี้ต้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม เพราะบางอย่างเป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของผอ.รพ. อย่างทุกวันนี้ก็พยายามให้ถึงที่สุด อย่างน้ำมันที่มีราคาแพงขึ้น ซึ่งในอุ้มผาง ไม่ได้รับผลกระทบราคาน้ำมันแพง แต่ผลกระทบคือ ไม่มีน้ำมันกรอกถังแล้ว” นพ.วรวิทย์ กล่าว
นพ.วรวิทย์ กล่าวถึงแนวทางช่วยเหลือว่า เรื่องน้ำมัน ตอนนี้ต้องขอบคุณ ปตท.ที่แม่สอด ที่ยอมเติมน้ำมันให้รถพยาบาลที่ไปส่งแม่สอด และเติมกลับมาได้ ส่วนน้ำมันกรอกถัง ตอนนี้ รพ.ต้องไปซื้อตามปั๊มน้ำมันเล็กๆ ที่อำเภอเมืองตาก อำเภอสามเงา ซึ่งแต่ละแห่งห่างจากอุ้มผางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
“ขณะนี้ รพ.ต้องตีรถไปไกลๆ เพื่อเติมน้ำมันกรอกถัง มาเติมเครื่องปั่นไฟ เพราะอุ้มผาง อยู่พื้นที่ชายแดน ห่างไกล ไฟฟ้าดับบ่อย อย่างหากไฟดับ 1 ชั่วโมง เราต้องมีเครื่องปั่นไฟไว้ใช้ เพราะรพ. จะขาดไฟฟ้าไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบไปหมด ห้อง ICU ห้องผ่าตัด จะได้รับผลกระทบหมด คนไข้ที่เราต้องช่วยชีวิตจะทำอย่างไร ถ้าไม่มีไฟฟ้า ตอนนี้ก็ต้องสำรองเท่าที่ปั๊มจะยอมให้ได้” นพ.วรวิทย์ กล่าว
ปัจจุบันมีเสาไฟฟ้าแล้ว จากเดิมไฟฟ้าดับวันละ 50-60 ครั้ง เป็นไฟฟ้าดับวันละ 20 ครั้ง ซึ่งดีกว่าเดิม ดังนั้น เมื่อประเทศเผชิญวิกฤตอะไร รพ.อุ้มผางจะโดนก่อน เพราะโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้พร้อม อย่างไฟฟ้า น้ำประปา ก็ต้องผลิตเอง ดูดน้ำบาดาลในรพ.
นอกจากนี้ ยังมีรถพยาบาลในเครือข่ายที่อยู่ไกลๆ เช่น สุขศาลา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ต้องมาส่งคนไข้ และจะมาเติมน้ำมันที่ รพ. เพราะข้างนอกจะแพง เราก็ต้องคำนวณระยะทาง โดยคิดเป็น 10 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร เช่น หากรีเฟอร์มา 30 กิโลเมตร ก็จะเติมน้ำมันให้ไปกลับ 6 ลิตร คือ เราก็ต้องประคองช่วยเหลือกันเอง นี่ยังไม่รวมปัญหาเรื่อง ก๊าซหุงต้มจะแพงขึ้นอีก
“ด้วยวิกฤตพลังงาน บวกกับ รพ.ไม่มีเงิน ปีนี้หนักสุด วิกฤตของจริง ไม่ใช่แค่รพ.อุ้มผาง รพ.อื่นๆจะทยอยรับผลกระทบกันหมด ปัญหาที่เกิดขึ้นเรียนผู้บริหารกระทรวงฯ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอด จึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือให้ รพ.ประคับประคองเดือนต่อเดือนก็ยังดี โดยเฉพาะเงินบุคลากรจะไม่มีเงินจ่ายแล้วในเดือน เม.ย.นี้ หากไม่มีเงินจ่าย ก็จะเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่ลาออก เมื่อรพ.ไม่มีบุคลากร จะอยู่อย่างไร หากรพ.ล้ม จะลุกขึ้นยาก ปีนี้ รพ.อุ้มผาง หมอสูติฯ หมอเมด(อายุรแพทย์) หมอเฟมเมด(เวชศาสตร์ครอบครัว) จะออกจากรพ. อย่างหมอเฟมเมดจะได้เพิ่มมาแค่ 1 คน ตอนนี้ผมเตรียมต้องออกผ่าตัดคลอดแล้ว” นพ.วรวิทย์ กล่าว
เพื่อปรับลดปัญหาในระยะยาว อยากให้มีการปรับระบบทั้งการเงิน การบริหารจัดการดูแลงบประมาณ อย่างกรณีเงินดูแลรักษาผู้ไม่มีสถานะทางสิทธิ หรือไม่มีสัญชาติไทย หากมีเงินตรงนี้มาช่วยบ้าง ก็จะบรรเทาภาระ รพ. เพราะเราไม่สามารถเห็นคนเจ็บป่วยตายต่อหน้าเราได้ เราเป็นหมอก็ต้องรักษา รวมถึงระยะสั้นนี้ขอมีมาตรการหรือแนวทางใดเข้าช่วย เพื่อประคับประคองรพ. และหากเป็นไปได้ ขอให้สธ. และรัฐบาลจัดแผนเกี่ยวกับผลกระทบรพ. แต่ละระดับ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเพิ่มขึ้น เพราะ รพ.อุ้มผาง เป็นที่แรกที่เห็นชัด แต่หากไม่มีมาตรการใดๆ จะขยายวงกว้างแน่นอน
“ผมใกล้จะเกษียณอายุราชการแล้วในปี 2570 หากมีโอกาสได้แก้ไข ร่วมกันจัดระบบให้ดีขึ้น ผมอยู่มานานที่สุดแล้วก็อยากเห็น รพ.มีระบบที่มั่นคงขึ้นก่อนจะเกษียณออกจากราชการ และเมื่อเกษียณแล้วก็ไม่คิดต่อราชการอีก เพราะอยากให้คนใหม่ๆ เข้ามา ได้มีโอกาสเติบโตในสายงานเช่นกัน แต่ผมวางแผนจะทำงานอยู่ที่นี่ แม้จะไม่ใช่คนอุ้มผางโดยกำเนิด แต่ตอนนี้อยู่มานานมาก มีทะเบียนบ้านที่นี่ เป็นคนอุ้มผางแล้ว” นพ.วรวิทย์กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคช่วยโรงพยาบาลอุ้มผาง ทั้งกองทุนยา และอาหารผู้ป่วย ได้ตาม QR Code รพ.ด้านล่าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง รพ.อุ้มผาง ,เงินไม่เพียงพอ