สังคม
ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง.ถล่ม ครอบครัวเหยื่อ เผยยังรู้สึกหดหู่เสียใจ ยันไม่เคยได้รับการเยียวยาจาก สตง.
28 มี.ค. 2569
48 views
ย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว วันที่ 28 มี.ค.2568 เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งแรกของชาวกรุงเทพฯ ที่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดิน จากระดับความรุนแรงขนาด 7.7 ลึก 10 กม. ในประเทศเมียนมา บริเวณรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งพาดผ่านประเทศเมียนมาจากเหนือจดใต้ มีความยาวมากกว่า 1,200 กิโลเมตร ส่งผลให้ประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร และโดยรอบปริมณฑล ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ได้รับแรงสั่นสะเทือนไปตาม ๆ กันทั้งบ้านเรือนความสูง 1-2 ชั้น ตึกคอนโดมิเนียม โรงแรม รีสอร์ตที่พัก โรงเรียน สำนักงานราชการ ออฟฟิศบริษัท พบรอยร้าวตามผนังอาคาร และฝ้าถล่ม
ที่สำคัญในวันเดียวกันนี้ ยังเกิดเหตุการณ์ใหญ่สร้างความสะเทือนใจ เมื่อตึกอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ซึ่งมีความสูง 30 ชั้น ขณะนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ใช้งบประมาณแผ่นดิน 2,136 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 11 ไร่ บริเวณตรงข้ามย่านการค้าตลาดนัดจตุจักร เกิดทรุดตัวถล่มลงมา ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตสรุป ณ วันที่ 12 พ.ค.2568 จำนวน 89 ราย จากผู้ประสบภัยทั้งหมด 109 ราย โดยมีผู้รอดชีวิตตั้งแต่วันแรกที่ตึกถล่มเพียงแค่ 9 รายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคดีอาญาทั่วไป เมื่อดีเอสไอพบการกระทำความผิดเข้าข่ายองค์ประกอบตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากร จึงรับดำเนินการสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ 3 คดี
ผ่านมาครบ 1 ปี คดีถูกสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาส่งหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อดำเนินการสั่งฟ้องต่อศาล ไม่ว่าจะเป็นพนักงานอัยการคดีพิเศษ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องด้วยมีการกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการพิจารณา ส่วนคดีของตำรวจท้องที่ สน.บางซื่อ ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างกระบวนการศาลเพื่อนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย
วันนี้ (28 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ตึก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทรุดตัวพังถล่มจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว โดยพื้นที่บริเวณด้านในอาคารร้างของ สตง. แห่งใหม่ ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รวมตัวกันเตรียมอาหารและน้ำดื่ม เพื่อจัดพิธีทำบุญสวดพระพุทธมนต์และเลี้ยงเพลพระ อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากเหตุการณ์อาคารสำนักงาน สตง. แห่งใหม่ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ สตง. และ กิจการร่วมค้า ITD-CREC (บริษัทเจ้าของสัญญาการก่อสร้างตึก สตง.) และสำหรับเมนูอาหารที่จัดเตรียมไว้เลี้ยงเพลพระ ประกอบด้วย ต้มยำรวมทะเล หมึกผัดผงกะหรี่ น้ำตกหมู ทอดมันปลากราย ห่อหมกทะเล บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน และผลไม้ โดยพิธีทำบุญได้เริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.
สำหรับพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป ที่มาร่วมทำพิธีวันนี้ ได้แก่ 1.พระศรีวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานสงฆ์พิธีเจริญพระพุทธมนต์ 2.พระครูโสภณสารวิสิฐ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา 3.พระครูปลัดอุดมวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา 4.พระพงชัย โสธณธีโร 5.พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวุฑฺฒธีโร 6.พระใบฎีกาเศรษพงศ์ กิตฺติปญโญ 7.พระมหาณรงค์ศักดิ์ พุทฺธิธีโร 8.พระมหาจตุรพล จิรธีโร และ 9.พระศุภชัย ปภสฺสรญาโณ
สำหรับบรรยากาศภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างตึก สตง.แห่งใหม่ ยังคงร้าง มีเพียงอาคารจอดรถที่ยังคงสภาพ นอกจากนี้ พบโครงเหล็กเส้นบางส่วนฝังจมกับพื้นผิวคอนกรีตจากการรื้อถอนซากอาคาร หรือเหล็กเส้นบางส่วนฝังลึกอยู่ในเสาคอนกรีต โผล่ยื่นออกมาจากการพังทลายทรุดตัว และถุงปูนซีเมนต์สำเร็จรูปที่กองวางไว้ ส่วนจำพวกเศษซากของหินดินทราย เหล็กเส้นกองมหาศาลก่อนหน้านี้ได้ถูกเคลียร์ออกจากพื้นที่ไปเรียบร้อย นับแต่หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งรื้อถอนซากอาคารและคืนพื้นที่ให้ สตง. เพื่อ สตง. อยู่ระหว่างรอคืนสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
นางหนูพัด อายุ 37 ปี ลูกสาวของ นางสุปัน และนายอินส่ง พ่อเลี้ยงผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าเมื่อเดินทางมาถึงและได้เห็นสภาพอาคารที่พังถล่มลงมา จากเดิมที่เคยเป็นเพียงกองซากอาคาร จนปัจจุบันแทบไม่เหลือโครงสร้างเดิม ทำให้ตนถึงกับน้ำตาไหล ความรู้สึกสูญเสีย และหดหู่ยังคงอยู่ทุกครั้งที่ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ รวมถึงความรู้สึกเสียใจมันยังอยู่
นางหนูพัด เปิดเผยว่าที่ผ่านมาได้รับการเยียวยาจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทร่วม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาจากทาง สตง. แต่อย่างใด
ทั้งนี้ นางหนูพัด ระบุว่าอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทุกราย โดยยอมรับว่ายังไม่รู้จะเริ่มต้นดำเนินการอย่างไร แต่ฝากความหวังไว้กับสภาทนายความ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ช่วยดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับวันนี้ ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ เจ้าตัวตั้งใจเดินทางมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อและแม่ พร้อมเผยว่ายังคงคิดถึงทั้งสองคนทุกวัน จากเดิมที่เคยพูดคุยกันเป็นประจำ แต่ต้องมาสูญเสียไปอย่างกะทันหัน ทำให้รู้สึกคิดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ และปีใหม่ ซึ่งเคยตกลงกันไว้ว่าจะกลับบ้านพร้อมหน้ากันทุกปีพอถึงเวลามันก็ไม่อยากนึกถึงแต่มันอดไม่ได้
นางหนูพัด ยังกล่าวด้วยว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อและแม่มาโดยตลอด แม้เวลาจะผ่านไป แต่ความรู้สึกคิดถึงและความสูญเสียยังคงไม่จางหายไปจากใจ
ส่วนในวันเกิดเหตุ แม่และพ่อเลี้ยง ทำงานเป็นช่างปูน ทำงานอยู่บริเวณชั้น 28-29 ของอาคาร แต่ในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองได้ลงมารับประทานอาหารด้านล่าง และระหว่างที่กำลังจะกลับขึ้นไปทำงาน อาคารได้เกิดการถล่มลงมาอย่างกะทันหัน ทันทีที่ทราบข่าว ตนยังไม่รู้ในตอนแรกว่าพ่อและแม่ทำงานอยู่ในอาคารดังกล่าว กระทั่งทราบข้อมูลจึงรีบขับรถจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้ามายังที่เกิดเหตุด้วยความเป็นห่วง
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/jteum4ui8Dw
แท็กที่เกี่ยวข้อง