สังคม
แท็กซี่สุวรรณภูมิอ่วม! น้ำมันขาดแคลน ไฟล์ทบินลดลง กระทบบางคันต้องหยุดวิ่ง
19 มี.ค. 2569
34 views
แท็กซี่สุวรรณภูมิอ่วม! น้ำมันดีเซลขาดแคลน หนำซ้ำต่อคิวลากยาว 5 ชม. รอผู้โดยสาร เพราะไฟล์ทบินลดลง กระทบบางคันต้องหยุดวิ่ง
ทีมข่าวช่อง 3 ลงพื้นที่สำรวจบริเวณลานจอดรถแท็กซี่ สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่ากว่า 40% เป็นรถแท็กซี่ขนาดใหญ่ หรือ SUV ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งจากการสังเกตพบว่า บรรดาคนขับ SUV เมื่อมาถึง ส่วนหนึ่งก็จะดับเครื่องยนต์ เพื่อประหยัดน้ำมัน เช่นเดียวกับรถแท็กซี่ที่ใช้แก๊สก็ดับเครื่องยนต์ หลายคนพอจอดรถ ก็จัดแจงเอาพัดลมตัวเล็ก มาเปิดประทังความร้อน และปูแผ่นที่นอนท้ายรถ ระหว่างต่อรอคิวที่ยาวเหยียดเพื่อรับผู้โดยสาร
นายธีรพงศ์ แสนสีหะ อายุ 53 ปี โชเฟอร์ที่ขับรถกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ นอกจากจะหาน้ำมันเติมยากแล้ว ตอนนี้ยังต้องใช้เวลาต่อคิวนานกว่าเดิมมากขึ้น อย่างวันนี้รอบแรกมาเข้าคิวตั้งแต่ 6 โมงเช้า กว่าจะได้รับลูกค้าคนแรก ก็ปาเกือบเที่ยง เท่ากับว่ารอคิวไป 5 ชั่วโมง เนื่องจากตอนนี้มีไฟล์ทบินลดลง และนักท่องเที่ยวลดลง จากสถานการณ์ของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับภาวะน้ำมันดีเซลที่หาเติมยาก บางครั้งเวลาจะพาลูกค้าไปต่างจังหวัด ก็ต้องชี้แจงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบงูๆ ปลาๆ ว่า ระหว่างทางตนเองสามารถเทคแคร์ได้ แต่ขอแวะเติมน้ำมันระหว่างทางหน่อย ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ว่าเป็นผลกระทบจากสงคราม โดยบางทีต้องใช้ Google Translate ไม่ก็ภาษามือเพื่อช่วยสื่อสารและดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้วิ่งรถได้น้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีค่าผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายอีก เพราะรถก็ซื้อมาแบบดาวน์น้อย ผ่อนนาน และผ่อนแพง รู้สึกว่าผ่อนแท็กซี่ เท่ากับซื้อรถเบนซ์สองคันก็ว่าได้ แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ก็ต้องยอมทน ทำให้ตอนนี้มีเพื่อนร่วมอาชีพที่ขับรถ SUV เลิกวิ่งกันไปพอสมควร ก่อนที่จู่ๆ เจ้าตัวจะร้องออกมาด้วยความอัดอั้นว่า ก็เข้าใจ และก็ต้องทำใจ เพราะมันเป็นปัญหาระดับโลกไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศเรา มันเป็นทั่วโลก
เช่นเดียวกับนายสมคิด สุขแสวง คนขับรถแท็กซี่ Toyota Fortuner บอกว่า เมื่อเช้า มาต่อคิวตั้งแต่ตีห้า ได้ออกรถรับผู้โดยสารก็ประมาณ 11 โมงเช้า ซึ่งนอกจากคิวที่ยาวขึ้นจากเดิม 1-2 ชั่วโมง เป็น 5-6 ชั่วโมงแล้ว ปัญหาน้ำมันดีเซลหมดตามปั๊มต่างๆ ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ ทำให้วันหนึ่งวิ่งได้เพียง 3 เที่ยว รายได้ประมาณ 2,000 บาท แต่ต้องหักค่าน้ำมันไปแล้วกว่า 800 บาท ทำให้มีคนขับบางส่วนตัดสินใจเปลี่ยนไปวิ่งรถป้ายดำหรือรับงานผ่านแอปพลิเคชันแทน เพราะเงื่อนไขน้อยกว่า และไม่ต้องรอคิวในสนามบิน
นอกจากนี้ทีมข่าวได้ไปสำรวจนอกลานจอดรถแท็กซี่ ก็เจอกับคุณมานพ โชเฟอร์ ซึ่งกำลังพานักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียไปพัทยา เจ้าตัวยอมรับว่า การวิ่งรถเข้าเมืองไม่คุ้มค่าเท่าเดิม เช่น ขับไปพระราม 9 ได้ค่าโดยสาร 300 กว่าบาท แต่ขากลับต้องตีรถเปล่ามาต่อคิวในลานใหม่ ก็ทำให้น้ำมันแทบไม่เหลือติดถัง หนำซ้ำยังต้องรอต่อคิวนานก็อาจจะไม่คุ้มค่า ส่วนการจะไปติดตั้งแก๊สเพื่อลดต้นทุนก็ไม่แน่ใจว่าทำได้หรือไม่
ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ให้บริการแท็กซี่หลายราย ต่างยอมรับตรงกันว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงสาเหตุส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้คนขับรถแท็กซี่ SUV หลายคนต้องเลิกวิ่ง แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วยเช่น การเข้ามาของผู้ให้บริการเอกชน เป็นต้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง แท็กซี่สุวรรณภูมิ ,น้ำมันขาดแคลน ,ไฟล์ทบินลดลง