สังคม
จับตา ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ กลางปี 69 ไทยส่อแววร้อน-แล้งหนัก แนะเกษตรกรตั้งการ์ดรับมือ
7 ชั่วโมงที่แล้ว
75 views
นักอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกกำลังจับตา “เอลนีโญ” ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจจะรุนแรงถึงขั้นก่อตัวเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” หลังข้อมูลจากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศเริ่มแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบกระแสน้ำและกระแสลมในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อสภาพอากาศโลกอย่างมหาศาล และนำไปสู่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงในหลายพื้นที่
ในทางวิชาการ ปรากฏการณ์เอลนีโญจะถูกยกระดับเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่สำคัญของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปรกติอย่างน้อย 2.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยเฉลี่ยจะพบหนึ่งครั้งในรอบ 10-15 ปี และเมื่อมันเกิดขึ้น ผลกระทบที่ตามมามักจะมีความรุนแรง อยู่ยาวนาน และแผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทั้งโลกมากกว่าเอลนีโญในระดับปรกติ
ปกติแล้ว “ลมค้า” พัดแรงจะพัดพาน้ำอุ่นจากฝั่งตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกของแปซิฟิก แต่เมื่อเกิดเอลนีโญ ลมเหล่านี้จะอ่อนกำลังลงหรือเปลี่ยนทิศทาง ทำให้น้ำอุ่นไหลย้อนกลับมาทางตะวันออกสู่ชายฝั่งอเมริกาใต้แทน แต่ในปีนี้ “กระแสลมตะวันตกพัดสอบ” (Westerly Wind Bursts) ที่มีกำลังแรงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแรงผลักดันมวลน้ำอุ่นให้เคลื่อนที่มายังแปซิฟิกตะวันออกได้รวดเร็วและมากขึ้น จึงอาจทำให้เอลนีโญรุนแรง จนกลายเป็นซูเปอร์เอลนีโญ
ซูเปอร์เอลนีโญในปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าในอดีตยังเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเอริค เว็บบ์ นักอุตุนิยมวิทยาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอธิบายว่า เนื่องจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้น ระบบภูมิอากาศของโลกจึงไม่สามารถระบายความร้อนที่ถูกปล่อยออกมาจากเอลนีโญแต่ละครั้งได้ทัน
สิ่งนี้ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็นขั้นบันได โดยเอลนีโญครั้งใหม่จะเข้ามาดันฐานอุณหภูมิเฉลี่ยให้สูงขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ทำให้ซูเปอร์เอลนีโญในปี 2026-27 อาจคายความร้อนออกมามากกว่าเหตุการณ์ในปี 1997-98 หรือ 2015-16
ซูเปอร์เอลนีโญจะทำให้สภาพภูมิอากาศปั่นป่วนไปทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย ที่จะต้องเจอกับภาวะภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนาน ปริมาณฝนน้อยลงกว่าปรกติจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารและผลิตผลทางการเกษตร โดยอินโดนีเซีย เวียดนาม และปาปัวนิวกินี ที่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเอลนีโญครั้งก่อน ๆ อีกทั้งสภาพอากาศที่แห้งแล้งจัดยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่ควบคุมได้ยากมากขึ้น
ในทางตรงกันข้าม พื้นที่ในแถบอเมริกาใต้ เช่น เปรูและเอกวาดอร์ จะต้องรับมือกับสภาวะตรงข้าม เจอพายุฝนที่ตกหนักผิดปรกติและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นมากทำให้เกิดการระเหยของน้ำมหาศาลและก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ใกล้ชายฝั่ง รวมถึงรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐและบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อน้ำท่วมในช่วงฤดูหนาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง ซูเปอร์เอลนีโญ