สังคม
ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ “ยิม เลียก–เบน สมิท–เฉิน จื้อ–ก๊กอาน” 13,074 ล้านบาท
27 ก.พ. 2569
190 views
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในห้วงที่กำลังฟอร์ม ตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ได้มีการเผนแพร่ผลการทำงานของรัฐบาลอนุทิน 1 โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง.ได้มอบหมายให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นตกเป็นแผ่นดินในคดี สำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท และพนักงานอัยการได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีสำคัญ 4 รายคดีดังกล่าวแล้ว
โดยศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการในชั้นไต่สวนแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายไปเสียซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามรายละเอียด ดังนี้
1. รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางว๊รินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ 31/2569 โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์ สินที่สำนักงาน ปปง.ส่งให้พนักงานอัยการฯรวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
2. รายคดีนายเฉิน จื้อ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/25569 โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้ง คำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สิพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้หนักงานภัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
3. รายคดี นายก๊ก ฮาน กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 29/2569 โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 25666 มีหมายแจ้งคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานภัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
4. รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลยดำที่ ฟ 20/2560 โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สิพย์สินที่สำนักงาน ปปง.ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากทรัพย์สินที่ศาลได้มีคำสั่งยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวใน 4 รายคดีดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เช่น รถยนต์ หรือเรือยอร์ช เลขาธิการ ปปง. อาจสั่งให้น้ำทรัพย์สินประเภทดังกล่าวออกขายทอดตลาดและเก็บรักษาไว้เป็นเงินแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะรวบรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวมาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง