สังคม

หนุ่ม 25 คิดถึงเพื่อนในคุก ถือยาบ้าขึ้นโรงพัก ขู่ถ้าตำรวจไม่จับจะทุบกระจกอำเภอ

4 ชั่วโมงที่แล้ว

90 views

ตำรวจงง หนุ่มวัย 25 ซื้อยาบ้า-ยาไอซ์ถือขึ้นโรงพัก บอกคิดถึงเพื่อนในคุก อยู่ข้างนอกไม่มีความสุข ขู่ถ้าไม่จับจะทุบกระจกอำเภอ

วันที่ 10 มกราคม 2569 พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สส.สภ.บางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สารวัตรสืบสวน และทีมงานตำรวจชุดสืบสวน กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องสืบสวน ในโรงพัก สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีผู้ชายไทยถือยาบ้าและยาไอซ์ มายื่นให้กับตำรวจ แล้วบอกว่า “ช่วยจับหนูเข้าคุก ถ้าไม่จับหนูจะไปทุบกระจกที่ว่าการอำเภอ ซึ่งอยู่ข้างๆ ติดกับโรงพัก ทำเอาตำรวจชุดสืบสวนกำลังนั่งทำงาน พากันงงไปตามๆ กัน

ต่อมาตำรวจ จึงได้ทำการจับกุมชายดังกล่าว ทราบชื่อต่อมา คือ นายวชรกุลณฉัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี พร้อมกับยึดยาบ้า 6 เม็ด และ ยาไอซ์ 0.01 กรัม ที่ถือมามอบให้กับตำรวจ โดยเจ้าตัวมีท่าทีเรียบเฉย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับศาลอาญาจังหวัดขอนแก่น ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

นายวชรกุลณฉัตร ยอมรับว่าตัวเองเป็น LGBTQ+ เพิ่งจะพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษพัทยา (หนองปลาไหล) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ หลังจากถูกปล่อยตัวไม่มีที่ไป และเดินเตะฝุ่นมา 5 วัน ประกอบกับคิดถึงเพื่อนกะเทยที่ยังต้องโทษขังอยู่ในเรือนจำพิเศษพัทยา จึงตัดสินใจไปซื้อยาบ้าและยาไอซ์ย่านจอมเทียน ในราคาเกือบ 2,000 บาท ก่อนจะมามอบตัวกับตำรวจเพื่อให้ตำรวจจับ และถ้าหากตำรวจไม่จับก็จะหาวิธีต่างๆ ที่ทำให้ตัวเองถูกจับเข้าคุกและส่งตัวไปเรือนจำ โดยตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทุกระจก ที่ว่าการอำเภอบางละมุง

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม นายวชรกุลณฉัตร คิดดีแล้วหรือไม่ที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังคงยืนยันว่าต้องการแบบนี้ ต้องการจะกลับเข้าไปหาเพื่อนในเรือนจำ เพราะการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกไม่มีความสุข ถึงแม้ในอดีตตัวเองเคยเป็นถึงพนักงานภาคพื้นดินของสายการบินแห่งหนึ่ง ต่อมาแฟนหนุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจนเป็นข่าวโด่งดัง จากนั้นตนเองก็กลายเป็นแพนิก เข้าขั้นเป็นโรคซึมเศร้า กลัวว่าใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกจะฆ่าตัวตาย จึงตัดสินใจขอกลับเข้าไปติดคุกดีกว่า

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกการจับกุม ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จากนั้นส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุณอาจสนใจ