สังคม
สาวร่ำไห้ ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ขายทรัพย์สินจนหมดตัวจ่ายค่ารักษา หลังประกันสังคมให้สำรองจ่ายก่อน 60 วัน
7 ชั่วโมงที่แล้ว
107 views
สาวออฟฟิตร่ำไห้ ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย รักษาสิทธิประกันสังคมให้สำรองจ่ายเองไปก่อน 60 วัน ต้องขายทรัพย์สินจนหมดตัว
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพผู้ป่วยและข้อความระบุว่า ข้าพเจ้าได้ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ได้รักษาตัวเองมา 4 เดือนกว่าแล้ว โดยใช้สิทธิประกันสังคม แต่ค่าฟอกไต ต้องสำรองจ่ายไปก่อน อาทิตย์หนึ่งต้องฟอก 3 วัน จนสำรองจ่ายจนเงินหมด ไม่มีจะฟอกไตแล้วค่ะ จนวันนี้ไม่ได้ฟอกมาจะอาทิตย์แล้วค่ะ ทรมานมาก
เมื่อวานนี้ (5 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบกับ น.ส.จิตติมา อายุ 47 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดย น.ส.จิตติมา เป็นผู้ป่วยโรคไตในระยะสุดท้าย ซึ่งพักอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านไม้ชั้นเดียว สภาพร่างกายซูบผอม ลำคอและแขนมีผ้าก็อตปิดอยู่ เนื่องจากเพิ่งกลับจากการฟอกไต ยังมีอาการเหนื่อยและหอบง่ายขณะให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว
น.ส.จิตติมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเคยทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ปัจจุบันต้องพักงานมา รักษาตัวจากการป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ตั้งเดือนกันยายน 68 โดยใช้สิทธิประกันสังคมครั้งแรกที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งในวันที่ป่วยหนัก ตนต้องคลานไปหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ รปภ.เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงโรงพยาบาลในตอนนั้น ตนหมดสติไม่รู้เรื่องแล้ว หมอตรวจเลือด อัลตร้าซาวด์ทุกอย่าง และพบว่าตนได้หยุดหายใจไป 2 นาที หมอจึงปั๊มหัวใจกลับขึ้นมาจนตนฟื้น โดยค่ารักษาที่โรงพยาบาลทำให้ต้องเสียค่าส่วนต่างไปเพราะเขาไม่รับประกันสังคม ตนจึงต้องย้าย รพ.มาใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง ซึ่งในตอนแรกทางโรงพยาบาลก็คิดส่วนต่างครั้งละ 250 บาทต่อการฟอกไต 1 ครั้ง ใช้สิทธิ์ได้ภายใน 2 เดือน แล้วหลังจากนั้นต้องสำรองจ่ายไปก่อน จนกว่าแพทย์จะอนุมัติให้ โดยทาง รพ.จะให้เอกสารมา เพื่อเอาไปยื่นเบิกกับประกันสังคม
ในตอนนั้นตนเหลือเพียงตัวคนเดียวพ่อแม่ก็เสียไปหมดแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่มี ทำให้ตนไม่ได้ไปยื่นเบิกและเข้าออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ในบางครั้งตนต้องโทรเรียกรถฉุกเฉิน 1169 มารับที่บ้านถึง 2 ครั้ง เนื่องจากร่างกายตนไม่ไหว อาศัยนอนที่แคร่หน้าบ้านแทน รอรถเจ้าหน้าที่มารับตัวไปรักษา
ปัญหาที่เจ็บปวดของคนที่ทำประกันสังคมแบบตน ก็คือ ตนไม่มีเงินที่จะไปจ่ายสำรองค่ารักษาแล้ว เพราะนับตั้งแต่ตนไม่สบาย ก็ต้องหยุดงานเพื่อไปรักษาตัว แล้วโรคไตระยะสุดท้ายจะต้องฟอกเอาของเสียออกจากร่างกายวันเว้นวัน แล้วตนก็ต้องมานั่งหาเงินสำรองจ่ายไปก่อน จึงค่อยไปทำเรื่องเบิกคืนจากประกันสังคมที่ให้รออีก 60 วัน ตนไม่ได้มีรายได้อะไรแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปสำรองจ่ายได้ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เคยมี ตนก็ขายไปหมดแล้ว รวมทั้งเงินที่สะสมมาตอนทำงานก็ไม่มีเหลือแล้ว เพราะต้องไปฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง คือวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ตอนแรกฟอกที่โรงพยาบาลครั้งละ 2,482 บาท ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าเครื่องกรอง 2,000 บาท ที่อยู่ได้ 15-20 วัน ถ้าเบิกประกันสังคมได้ตนจะเสียแค่ส่วนต่าง 1,500 บาทต่อครั้งในการฟอกไต หลังจากไม่มีเงินก็โทรหาเพื่อน เพื่อนจึงได้ติดต่อคลินิกให้แถวบางใหญ่ ฟอกไตครั้งหนึ่ง 1,500 บาทแต่ก็ต้องสำรองจ่าย ค่ากรอง 1,000 บาท ค่าแท็กซี่ไปกลับอีก 300 บาท รวมแล้วมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาทต่อครั้ง
น.ส.จิตติมา กล่าวอีกว่า ในกรณีแบบนี้ทำไมประกันสังคมจึงให้คนที่จ่ายค่าประกันสังคม ต้องออกเงินสำรองจ่ายไปก่อนแล้วไปยื่นเบิกที่หลัง ทำไมไม่ดูแลให้ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตได้รับสิทธิการรักษาไปเลยโดยไม่ต้องสำรองจ่าย บางคนไม่มีเงินมาสำรองจ่าย เพราะเขาไม่มีเงินจริง ๆ แบบนี้ถ้าคนป่วยที่ไม่มีเงินสำรองก็คือจบชีวิต เพราะอาการของโรคนี้ถ้าไม่ได้ฟอกไตเพื่อขับเอาของเสียในร่างกายออก ก็เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้สูงจากอาการน้ำท่วมปอด
น.ส.จิตติมา บอกว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากประกันสังคมและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบเรื่องราวของตนในโซเซียล ก็พากันมาเยี่ยมตนที่ศูนย์ฟอกไตย่านบางใหญ่ เพื่อจะมาสอบถามกับตนว่าจะให้ช่วยเหลืออะไร ตนจึงบอกเขาว่าเงินตนไม่มีสำรองจ่ายรักษาแล้ว เพราะหมดตัวแล้ว ของในบ้านก็นำไปขายจนหมด รถก็โดนยึด ซึ่งทางประกันสังคมก็รับเรื่องไปและแจ้งว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยมีเจ้าหน้าที่มาขอสลิปที่ตนสำรองจ่ายไปก่อนเพื่อนำไปเร่งดำเนินการคืนเงินให้กับตน ซึ่งเป็นเงินตกค้างที่ตนสำรองจ่ายไปก่อนประมาณ 3-4 หมื่น ทั้งที่ความจริงที่ตนสำรองจ่ายไป จะอยู่ที่ 50,000-60,000 บาท แต่จะเบิกได้เพียงประมาณ 30,000 - 40,000 บาทเท่านั้น ถ้าตนได้เงินสำรองก้อนนี้มาก็คงจะช่วยตนได้เยอะ เพราะจะนำกลับมาจ่ายเป็นค่ารักษาฟอกไตได้ต่อไป โดยไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะมีเงินสำรองไปจ่ายค่าฟอกไตหรือไหม
ตนอยากให้ประกันสังคมดูแลเรื่องสิทธิของผู้ป่วยที่ต้องไปฟอกไตโดยไม่ต้องไปหาเงินมาสำรองจ่าย ตนอยากให้ประกันสังคมแก้ไขเร่งด่วน อยากให้ประกันสังคมเห็นใจประชาชนที่ไม่มีเงินสำรองจ่ายด้วย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ คนไม่มีเงินไปจ่ายค่ารักษาก็คงต้องรอความตายอย่างเดียว เหมือนตอนที่ตนไม่มีเงินไปจ่ายค่าฟอกไตเกือบอาทิตย์ จนได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือมา จากที่ตนป่วยมา 4 เดือนกว่า ทำให้ตนเห็นว่าประกันสังคมควรต้องปรับปรุงระบบการสำรองจ่าย คือ ประกันสังคมต้องจ่ายให้ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตเลย
น.ส.จิตติมา บอกว่า ตนเพิ่งไปฟอกไตมา ตอนนี้อาการก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งตนก็ตั้งใจว่าจะทำขนมหวานขายเพราะเป็นอาชีพเก่าของบรรพบุรุษ เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ต่อไป แม้ว่าตนจะได้รับเงินช่วยเหลือจากผู้ใจดีช่วยบริจาคผ่านทางบัญชีธนาคารมาให้จำนวนหนึ่ง แต่ตนก็ต้องนำไปใช้เป็นเงินสำรองจ่ายฟอกไตต่อไป โดยที่ทางประกันสังคมยังไม่มีคำตอบให้ว่าจะเร่งคืนเงินสำรองจ่ายให้กับตนได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/2dP3o50f9q8
แท็กที่เกี่ยวข้อง ร่ำไห้ ,ประกันสังคม ,ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย