สังคม

เจออีก! กู้ระเบิด 2 ลูก คนร้ายซุกในชักโครกห้องน้ำหญิง บขส.ปัตตานี

9 ชั่วโมงที่แล้ว

23 views

เมื่อเวลา 7.00 น. วานนี้ (5 ก.พ.) ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี ต.บานา ว่าพบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายกับระเบิดที่พบในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 3 แห่ง เมื่อวันที่ 3 กพ.ที่ผ่านมา โดยวัตถุดังกล่าวถูกซุกซ่อนอยู่ภายในชักโครกห้องน้ำหญิง ภายในสถานีขนส่งฯ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูทางเข้าออกสถานีขนส่งและไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเสี่ยงภัย จากการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบด้วยแผงวงจรดิจิทัลตั้งเวลา บรรจุอยู่ในถุงซิปล็อก ซุกซ่อนอยู่ภายในชักโครก 2 ลูก เจ้าหน้าที่จึงถอยกำลังออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบตรวจสอบด้วยความระมัดระวังเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุระเบิดขึ้นระหว่างการเก็บกู้คนชุดเก็บกู้ได้รับบาดเจ็บ โดย ชุด EOD ได้ใช้หุ่นยนต์บังคับระยะไกลเข้าไปยิงทำลายถังพักน้ำของชักโครก จำนวน 2 ครั้งจนแตกเพื่อให้วัตถุระเบิดตกออกมา จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าระเบิดยังไม่ถูกทำลาย เจ้าหน้าที่จึงได้สวมชุดบอมสูท นำปืนแรงดันน้ำเข้าไปยิงทำลายอีกครั้งจนสามารถทำลายวัตถุระเบิดและตัดวงจรได้ในที่สุด ซึ่งการปฏิบัติการเก็บคู่ประตูระเบิดครั้งนี้ใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีขนส่งฯ ได้ออกตรวจพื้นที่ตามปกติ กระทั่งเข้าตรวจสอบภายในห้องน้ำ เมื่อเปิดฝาชักโครกพบวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในถุงซิปล็อก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดลูกดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา ไม่มีสะเก็ดระเบิด ซึ่งมีลักษณะเดียวกับระเบิดที่พบในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 3 จุด ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งดีเอ็นเอแฝง ภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อม เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ต.วัลภล จำนงอาสา รอง ผบช.ภาค 9 คณะเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์ให้ทราบ และยังได้เดินเข้าไปให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกนายพร้อมได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการจับกุมคนร้าย ด้านหน่วยความมั่นคง ระบุว่า เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกันกับเหตุวางระเบิด 3 จุดในเขตใจกลางเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ที่เพิ่งผ่านการฝึก โดยมีแกนนำระดับปฏิบัติการ 2 คน คือนายอับดุลเลาะ มะแด และ นายมูฮัมหมัด กาซอ มีการวางแผนร่วมกับแนวร่วมที่ผ่านการฝึกจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิดในพื้นที่ตลาดโต้รุ่งเมื่อวันที่ 8 ม.ย.68 ที่ผ่านมา รวมถึงเหตุวางระเบิดในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา เมื่อปี 2565 และปี 2568

เมื่อเวลา 7.00 น. วานนี้ (5 ก.พ.) ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี ต.บานา ว่าพบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายกับระเบิดที่พบในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 3 แห่ง เมื่อวันที่ 3 กพ.ที่ผ่านมา โดยวัตถุดังกล่าวถูกซุกซ่อนอยู่ภายในชักโครกห้องน้ำหญิง ภายในสถานีขนส่งฯ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที


เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูทางเข้าออกสถานีขนส่งและไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเสี่ยงภัย จากการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบด้วยแผงวงจรดิจิทัลตั้งเวลา บรรจุอยู่ในถุงซิปล็อก ซุกซ่อนอยู่ภายในชักโครก 2 ลูก เจ้าหน้าที่จึงถอยกำลังออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบตรวจสอบด้วยความระมัดระวังเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุระเบิดขึ้นระหว่างการเก็บกู้คนชุดเก็บกู้ได้รับบาดเจ็บ


โดย ชุด EOD ได้ใช้หุ่นยนต์บังคับระยะไกลเข้าไปยิงทำลายถังพักน้ำของชักโครก จำนวน 2 ครั้งจนแตกเพื่อให้วัตถุระเบิดตกออกมา จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าระเบิดยังไม่ถูกทำลาย เจ้าหน้าที่จึงได้สวมชุดบอมสูท นำปืนแรงดันน้ำเข้าไปยิงทำลายอีกครั้งจนสามารถทำลายวัตถุระเบิดและตัดวงจรได้ในที่สุด ซึ่งการปฏิบัติการเก็บคู่ประตูระเบิดครั้งนี้ใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมง


จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีขนส่งฯ ได้ออกตรวจพื้นที่ตามปกติ กระทั่งเข้าตรวจสอบภายในห้องน้ำ เมื่อเปิดฝาชักโครกพบวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในถุงซิปล็อก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดลูกดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา ไม่มีสะเก็ดระเบิด ซึ่งมีลักษณะเดียวกับระเบิดที่พบในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 3 จุด ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งดีเอ็นเอแฝง ภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อม เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ขณะเดียวกัน พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ต.วัลภล จำนงอาสา รอง ผบช.ภาค 9 คณะเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์ให้ทราบ และยังได้เดินเข้าไปให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกนายพร้อมได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการจับกุมคนร้าย


ด้านหน่วยความมั่นคง ระบุว่า เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกันกับเหตุวางระเบิด 3 จุดในเขตใจกลางเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ที่เพิ่งผ่านการฝึก โดยมีแกนนำระดับปฏิบัติการ 2 คน คือนายอับดุลเลาะ มะแด และ นายมูฮัมหมัด กาซอ มีการวางแผนร่วมกับแนวร่วมที่ผ่านการฝึกจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิดในพื้นที่ตลาดโต้รุ่งเมื่อวันที่ 8 ม.ย.68 ที่ผ่านมา รวมถึงเหตุวางระเบิดในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา เมื่อปี 2565 และปี 2568







เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูทางเข้าออกสถานีขนส่งและไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเสี่ยงภัย จากการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบด้วยแผงวงจรดิจิทัลตั้งเวลา บรรจุอยู่ในถุงซิปล็อก ซุกซ่อนอยู่ภายในชักโครก 2 ลูก เจ้าหน้าที่จึงถอยกำลังออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบตรวจสอบด้วยความระมัดระวังเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุระเบิดขึ้นระหว่างการเก็บกู้คนชุดเก็บกู้ได้รับบาดเจ็บ


โดย ชุด EOD ได้ใช้หุ่นยนต์บังคับระยะไกลเข้าไปยิงทำลายถังพักน้ำของชักโครก จำนวน 2 ครั้งจนแตกเพื่อให้วัตถุระเบิดตกออกมา จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าระเบิดยังไม่ถูกทำลาย เจ้าหน้าที่จึงได้สวมชุดบอมสูท นำปืนแรงดันน้ำเข้าไปยิงทำลายอีกครั้งจนสามารถทำลายวัตถุระเบิดและตัดวงจรได้ในที่สุด ซึ่งการปฏิบัติการเก็บคู่ประตูระเบิดครั้งนี้ใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมง


จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีขนส่งฯ ได้ออกตรวจพื้นที่ตามปกติ กระทั่งเข้าตรวจสอบภายในห้องน้ำ เมื่อเปิดฝาชักโครกพบวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในถุงซิปล็อก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดลูกดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา ไม่มีสะเก็ดระเบิด ซึ่งมีลักษณะเดียวกับระเบิดที่พบในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 3 จุด ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งดีเอ็นเอแฝง ภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อม เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ขณะเดียวกัน พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ต.วัลภล จำนงอาสา รอง ผบช.ภาค 9 คณะเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์ให้ทราบ และยังได้เดินเข้าไปให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกนายพร้อมได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการจับกุมคนร้าย


ด้านหน่วยความมั่นคง ระบุว่า เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกันกับเหตุวางระเบิด 3 จุดในเขตใจกลางเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ที่เพิ่งผ่านการฝึก โดยมีแกนนำระดับปฏิบัติการ 2 คน คือนายอับดุลเลาะ มะแด และ นายมูฮัมหมัด กาซอ มีการวางแผนร่วมกับแนวร่วมที่ผ่านการฝึกจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิดในพื้นที่ตลาดโต้รุ่งเมื่อวันที่ 8 ม.ย.68 ที่ผ่านมา รวมถึงเหตุวางระเบิดในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา เมื่อปี 2565 และปี 2568


https://youtu.be/qSek9HzLWNU

คุณอาจสนใจ

Related News