สังคม
เศร้า! เงินเยียวยา 1.7 ล้านของแม่ที่เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับรถไฟไม่ถึงมือลูกวัย 12 ปี แต่เข้าบัญชีตาแทน
5 ชั่วโมงที่แล้ว
1.9K views
จากกรณีขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ที่ถูกเครนก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ล่มทับ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารในรถไฟเสียชีวิตถึง 30 รายและบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก
หนึ่งในนั้นคือนางสาวสุพิณนา หรือพิน อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 25 หมูที่ 6 บ้านตาสะดำใหญ่ ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีน้องกร ลูกชายอายุ 12 ปี 1 คน ส่วนสามีเสียชีวิตไปนานแล้ว โดยปู่เลี้ยงน้องกรมาตั้งแต่ยังเล็ก
ถึงแม้น้องกร จะเสียแม่ไปแล้วก็ตาม แต่ครอบครัวของปู่น้องกร ยังใจชื้นเพราะจะได้รับเงินเยียวยาจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จนกระทั่งทราบข่าวว่าทั้งบริษัทและการรถไฟมีการเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตคนละ 1,700,000 บาท
แต่กลายเป็นฝันร้าย เงินจำนวน 1.7 ล้านบาท ไปเข้าบัญชีของพ่อของนางสาวสุพิณนา แม่น้องกรผู้เสียชีวิต ทำให้ครอบครัวของปู่น้องกรที่เลี้ยงน้องกรมาตั้งแต่เล็กได้แค่อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายมีการประสานไปยังตาของน้องกร จนกระทั่งได้รับเงินโอนเข้ามา 200,000 บาท
นายบุญเรือง อายุ 51 ปี 18 ม.6 ต.บ้านปรือ อ.กระสัง ลุงน้องกร ที่เลี้ยงดูน้องกรมาตั้งแต่เด็ก เล่าว่า ปกติจะมีอาชีพรับจ้าง เห็นและเลี้ยงน้องกรมากับปู่น้องกรตั้งแต่เล็ก มารู้ข่าวว่าเงินเยียวยาไปเข้าบัญชีของตาน้องกร พวกตนก็ไม่รู้เรื่อง แต่ทำอย่างไรได้ จริงแล้วทางการหรือผู้ที่รับผิดชอบเรื่องเงินเยียวยาควรจะดูว่าภาระของผู้เสียชีวิตคือยังมีลูกอีก 1 คน แต่เงินกลับไปเข้าบัญชีตาของน้องกรทั้งหมด จนกระทั่งมีการโอนกลับมา 200,000 บาท ทางนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องเลี้ยงน้องต่อไป
ด้านนาง รังสิมา อายุ 50 ปี ป้าอีกคนซึ่งอยู่ในครอบครัวของปู่น้องกร เล่าว่ายอมรับว่าสงสารเด็ก เคยถามน้องกรว่าอยากไปอยู่กับตาที่เอาเงินไปทั้งหมดหรือไม่ น้องกรบอกว่าไม่ไป ส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้ไปเพราะเราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นวันแม่ วันเด็ก เราจะไปเป็นตัวแทน
ที่ผ่านมาแม่น้องจะโอนเงินมาให้เป็นค่าเลี้ยงดูตลอดด แต่ตอนนี้แม่ไม่ได้โอนแล้ว น้องจะเรียกเราว่าแม่ตลอดถึงแม้เราจะเป็นป้าก็ตาม ส่วนเรื่องเงินเขาจะให้หรือไม่ให้ เราไม่รู้เรื่อง แต่เราต้องเลี้ยงต้องต่อจนโต
แท็กที่เกี่ยวข้อง