สังคม

เขมรตื่นแล้ว แห่เข้าพื้นที่ “บ้านหนองจาน” ด้าน ทบ.-หน่วยเฉพาะกิจอรัญฯ พาสื่อลงพื้นที่แนวชายแดน “หนองหญ้าแก้ว”

19 ก.ย. 2568

107 views

จากกรณีเมื่อ 17 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา ชาวบ้าน-พระสงฆ์เขมร ดาหน้าเข้ายั่วยุเจ้าหน้าที่ไทย โดยบุกทำลายรั้วลวดหนามและขว้างก้อนหิน-ท่อนไม้ ยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารฝั่งไทย บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้วนั้น


ความเคลื่อนไหวภาพรวมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมข่าวได้ข้อมูลและคลิปมุมสูงจากเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ พบว่า ขณะนั้น ฝั่งเขมรยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหว หรือรวมพลทั้งกลุ่มมวลชน-หรือพระสงฆ์แต่อย่างใด โดยคาดว่าตอนเช้า กระทั่งช่วงบ่ายตั้งแต่ 13.30 น. หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ รายงานว่า มวลชนเขมรทยอยเข้าพื้นที่แล้ว ส่วนความเคลื่อนไหวฝั่งไทย ไม่ได้มี ตำรวจ คฝ. มาสแตนบายในพื้นที่แล้ว มีเพียงทหารตรึงกำลังดูแลพื้นที่ตามปกติเท่านั้น


อีกทั้งยังพบว่ามีมวลชนไทยบางส่วนเดินทางมาบ้านหนองหญ้าแก้ว ร้องเพลงชาติไทย-โบกธงชาติไทย แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และให้กำลังใจทหารไทยด้วย


ย้อนกลับไปช่วงเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พบว่า ทีมประชาสัมพันธ์กองทัพบก พร้อมด้วย พ.สัญลักษณ์.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ พาสื่อมวลชนลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พ.อ.ชัยณรงค์ ยังเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ช่วงวันที่ 16-17 ก.ย.ที่ผ่านมาด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทหารมีหน้าที่เพียงเสริมแนวรั้วป้องกันแนวเขตที่ถูกทำลาย แต่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุ คือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมาดำเนินการผู้ที่ทำผิดกฎหมาย


ยืนยันเราไม่ได้เสียเปรียบ แต่เป็นการปฏิบัติตามยุทธวิธี เพราะทหารต้องรบกับทหารเท่านั้น เรื่องของประชาชนที่กระทำผิด ให้เป็นหน้าที่ตำรวจ หากใช้ทหารไปสู้กับประชาชนจะเป็นการเพลี่ยงพล้ำ และจะทำให้แพ้ในเวทีโลก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทางเราก็มีการพูดคุยกับพลตรีเชิงตุม แต่ทางฝั่งนั้นก็รับทราบ แต่ก็ไม่ได้ตอบตกลง ว่าห้ามมาปลุกระดมตรงนี้ ซึ่งตอนนี้พื้นที่ที่ถูกรุกล้ำ เราสามารถเอาคืนมาได้แล้วประมาณ 100 ไร่ ตอนนี้เหลืออีก 25 ไร่ ก็จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนการประชุม JBC ที่จะเกิดขึ้น


โดยคนที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มมวลชนที่ถูกเกณฑ์มาก่อความวุ่นวายนั้น คือกำนันลี แต่ก็มีคนที่อยู่เบื้องหลังระดับสูงกว่านั้นแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เป็นคนที่เสียผลประโยชน์เนื่องจากพื้นที่ที่เรายึดคืนมา อยู่ใกล้กับกลุ่มธุรกิจของจีนเทาและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ขยายมาจากปอยเปรต มาเปิดเครือข่ายใหม่ตรงบริเวณนี้


จากนั้นเจ้าหน้าที่พาสื่อไปดูตรงจุดที่มีสแลนสีดำกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ตรงบ้านหนองหญ้าแก้ว ส่วนตรงข้ามคือบ้านเปรยจัน ซึ่งฝั่งกัมพูชาเองก็ได้นำยางรถมาวางกั้นเป็นแนว และมีลวดหนามกั้น แต่ไม่มีสแลนดำเหมือนฝั่งไทย


ทันทีที่ทหารไทยดึงสแลนสีดำลง เพื่อให้สื่อมวลชนดู ปรากฏว่าประชาชนชาวกัมพูชา ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ได้เรียกกันมายืนสังเกตการณ์การลงพื้นที่ของฝั่งไทย บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย นอกจากนี้ยังพบว่ามีสื่อมวลชนของฝั่งกัมพูชามายืนถ่ายความเคลื่อนไหวการที่เจ้าหน้าที่พาสื่อลงพื้นที่ด้วย บางช่วงสื่อมวลชนเขมร พอเห็นสื่อไทยได้โบกมือทักทาย บางคนส่งเสียงทักทาย “โย่ว”


นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำป้ายข้อความเดิมที่ฝั่งเขมรเคยพยายามสื่อสารมาตลอด ติดไว้เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ซึ่งเป็นข้อความภาษากัมพูชาแปลไทยได้ประมาณว่า “ขอให้ฝ่ายไทยเคารพและปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ MOU ปี2543 และคืนแผ่นดินที่อาศัยอยู่ของเรากลับมา”


จากนั้นพอสื่อมวลชนไทยทยอยออกจากพื้นที่ปรากฏว่ามีเด็กชาวเขมรรายหนึ่ง ได้ปีนต้นไม้ชูนิ้วกลางและหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายความเคลื่อนไหวของฝั่งไทย นอกจากนี้ ตรงแนวรั้วลวดหนามที่ฝั่งไทยกั้นไว้ยังมีชาวเขมรบางรายมายืนสังเกตพฤติการณ์ความเคลื่อนไหวของไทยด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ