สังคม

สถานการณ์ชายแดน “ไทย-กัมพูชา” ยังปกติ วันนี้ ทูต-ผู้ช่วยทูตทหาร รวม 24 ประเทศ-สื่อต่างประเทศลงพื้นที่ชายแดน

1 ส.ค. 2568

72 views

วันนี้ (1 ส.ค.68) เวลา 07.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาใน 7 พื้นที่ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเช้า


และในวันนี้ รัฐบาล โดยคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ จะนำคณะทูต และผู้ช่วยทูตทหารประจำสถานเอกอัครราชทูตในประเทศไทย รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานี เพื่อสังเกตการณ์สถานที่ที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี พื้นที่พลเรือนจากสถานการณ์ ชายแดนไทย–กัมพูชา


ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตานุทูต และผู้ช่วยทูตทหาร รวม 24 ประเทศ สื่อมวลชนไทย ประมาณ 110 คน จาก 18 หน่วยงาน/สำนักข่าวและสื่อต่างประเทศประมาณ 40 คนจาก 26 สำนักข่าวลงพื้นที่ เพื่อสื่อสารให้ประชาคมโลกทราบถึงข้อมูลหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริง


การลงพื้นที่ครั้งนี้เปิดให้คณะผู้แทนทางการทูตและสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่จริง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลก โดยจะได้เห็นภาพจริงของความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นผลจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาที่พุ่งเป้าไปยังเป้าหมาย ทางพลเรือนที่ไม่ใช่ทางทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อ กฎการปะทะและ กฎหมายมนุษยธรรม ระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก


ฝ่ายไทยยืนยันจะไม่สร้างภาพลวง ไม่โกหกรายวัน ไม่ให้ข่าวบิดเบือน และไม่กล่าวหาด้วยข้อมูลที่ไม่มีมูล ไม่มีพยานหลักฐาน  แต่รัฐบาลไทยจะสะท้อนข้อเท็จจริงจากพื้นที่ให้ประชาคมโลกเห็นด้วยตาตนเอง และตัดสินด้วยข้อมูลจากพื้นที่จริง


สำหรับกำหนดการนั้น จะรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์  มทบ.22  ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นจะลงพื้นที่สังเกตการณ์พื้นที่เสียหายต่าง ๆ และ พบปะประชาชน ที่อพยพจากแนวชายแดนด้วย


นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ การลงพื้นที่จะเป็นไปภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ฝ่ายไทยจะยึดถือความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาไทยไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน และไม่เคยโจมตีพื้นที่โรงพยาบาลโรงเรียนของพลเรือน อีกทั้งจะเป็นการสะท้อนภาพความจริงใจในการหยุดยิงและนำพาสันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาคนี้ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ