สังคม

“เจ้าคุณประสิทธิ์” แจ้งเจ้าอาวาส ตัดสินใจจะสึกเพื่อไม่ให้วัดเสื่อมเสีย

16 ก.ค. 2568

495 views

“พระครูวินัยธรวิเชียร” ยืนยัน “เจ้าคุณประสิทธิ์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสประยุรฯ แจ้งเจ้าอาวาสว่าตัดสินใจจะสึก เพื่อไม่ให้วัดเสื่อมเสีย แต่ยังไม่ทราบสึกเรียบร้อยหรือยัง หลังถูกถอดจากทุกตำแหน่ง


หลังจากเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 ก.ค. 2568) พระปวรเมธี หรือเจ้าคุณประสิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เข้าพบเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร โดยมีนายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าร่วมด้วย ได้ข้อสรุปว่า เจ้าคณะใหญ่เห็นควรว่าระหว่างที่เจ้าคุณประสิทธิ์ถูกกล่าวหา ควรให้พักตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และรองเจ้าคณะภาค 15 ไว้ก่อน จนกว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมพยานหลักฐานในคดีอาญา แล้วนำมามอบให้กับสำนักพุทธพิจารณา เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดระดับใด ก็จะมีการ กำหนดบทลงโทษต่อไปตามความเหมาะสม แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดก็จะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมได้


วันนี้ (17 ก.ค. 2568) ทีมข่าวลงพื้นที่วัดประยุรวงศาฯ อีกครั้ง พบว่าเมื่อคืนเจ้าคุณประสิทธิ์ น่าจะไม่ได้กลับมาจำวัดที่นี่ เพราะกุฏิปิดเงียบ และไม่มีพระรูปใดพบเห็น


จากนั้นพระครูวินัยธรวิเชียร วชิรธัมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาฯ ออกมายืนยันกับนักข่าวอีกครั้งว่า หลังจากเจ้าคุณประสิทธิ์ไปที่วัดไตรมิตรฯ ก็ไม่ทราบว่ากลับมาจำวัดหรือไม่ เพราะไม่เห็น หากไม่ได้กลับมาไปจำพรรษาที่วัดอื่นก็ต้องแจ้งเจ้าอาวาสเป็นผู้ปกครองอยู่แล้วว่าไปจำวัดที่ไหน


ต่อมา เวลา 17.00 น. พระครูวินัยธรวิเชียร เปิดเผยภายหลังมีกระแสข่าวเจ้าคุณประสิทธิ์ได้ลาสิกขา ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางเจ้าคุณประสิทธิ์ ได้แจ้งมายังเจ้าอาวาสว่าตัดสินใจจะลาสิกขา เพื่อไม่ให้วัดประยุรฯ เสื่อมเสีย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าลาสิกขาเรียบร้อยหรือยัง


โดยในตอนแรกที่เจ้าคุณประสิทธิ์ยังไม่ลาสิกขา หลังมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ เพราะอยากเข้ากระบวนการตรวจสอบของสงฆ์ตามขั้นตอน แต่สาเหตุที่ตัดสินใจล่าสุด เพราะ “ท่านถอดใจ”


พระครูวินัยธรวิเชียร บอกด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ที่มีอำนาจ กำลังพยายามบีบให้พระที่มีชื่อปรากฎเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ ทำการลาสิกขาทั้งหมด ไม่ว่าในระดับไหน ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ที่ต้องมีการวินิจฉัยก่อน แต่เป็นการทำตามใจ ไม่ชอบพฤติกรรม ก็จะบีบให้ลาสิกขาทั้งหมด โดยที่พระเองยังไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ดังนั้น กระบวนการที่ตั้งมาโดยคณะสงฆ์ ก็ไร้ความหมาย


พร้อมยืนยันที่บอกว่า พระเป็นเหยื่อ เพราะส่วนตัวก็เคยมีผู้หญิงหน้าตาดี ทักข้อความมาทางเฟซบุ๊ก พยายามชวนคุย ขอช่องทางติดต่อทางไลน์ ส่วนใหญ่เจอก็จะบล็อก มองว่ากลุ่มนี้ลักษณะคล้ายคอลเซ็นเตอร์ มีผู้หญิงทักข้อความมาหาพระหลายรูป


คุณอาจสนใจ