สังคม

รวบ 11 เยาวชนแก๊งซิ่งจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนตำรวจสายตรวจเจ็บ 2 พบ 1 ในเยาวชนใส่ขาเทียมออกแว้น

12 ก.ค. 2568

186 views

พ.ต.ท.อัณณพ จันทร์ภักดี สารวัตรป้องกันและปราบปราม พร้อมด้วยสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ไล่ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ท่อเสียงดัง รวมตัวกันบนถนนสายสุวินทวงศ์ ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุช่วงใกล้เคียงวัดต้นตาล ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา รถของกลุ่มวัยรุ่นปาดหน้าเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจสายตรวจ ทำให้ ส.ต.ต.กิตติศักดิ์ อินรอด เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส และ ส.ต.ต.กัมพล จันทร์คงเดชา ตำรวจที่ซ้อนท้ายมาคันเดียวกันได้รับบาดเจ็บ


ส่วนเยาวชน 17 ปี ทั้ง 2 รายคือ นายวุฒิพงศ์ และ นายเจษฎา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทราได้เคลื่อนย้ายนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร


ต่อมา ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูริทัต บุญช่วย ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมกลุ่มเยาวชนรวม 11 คน รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ รวม 7 คัน อายุเกิน 18 ปี 1 คน ที่เหลือเป็นเยาวชนชาย 9 คน และเยาวชนหญิง 1 คน พร้อมกุญแจรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในคืนที่ผ่านมา


ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดตามไปยังบ้านของเด็กและเยาวชนกลุ่มดังกล่าว ในพื้นที่ ต.คลองนครเนื่องเขต ต.คลองอุดมชลจร และตำบลคลองเปร็ง โดยทำการเชิญตัวเด็กและเยาวชนทั้งหมดมาทำการสอบสวน พร้อมเชิญผู้ปกครองเด็กๆ ทั้งหมดให้มาร่วมเป็นพยานในการสอบสวน


พ.ต.อ.ภูริทัต บุญช่วย ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า พฤติการณ์กล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุรุ่นจับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดัง ในลักษณะก่อความเดือดร้อนรำคาญ บริเวณ รพ.เกษมราษฎร์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงได้ไปตรวจสอบตามที่รับแจ้ง


เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นจับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 5-6 คัน ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น จึงได้แสดงตัวและสั่งการให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ เมื่อกลุ่มวัยรุ่นได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทำการขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีก่อนจะมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นดังกล่าว


ส่วนอาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายนั้น รายที่ 1 ส.ต.ต.กัมพล อายุ 24 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทะเบียนตราโล่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ตอนล้มหัวกระแทกพื้น ส่วนรายที่ 2 อาการค่อนข้างหนัก คือ ส.ต.ต.กิตติศักดิ์ อายุ 28 ปี ผู้โดยสาร ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและทรวงอก ซึ่งขณะตอนล้มหน้าได้กระแทกพื้น ซึ่งตอนนี้ทางแพทย์ยังไม่ได้ระบุว่าอาการสาหัสมากน้อยขนาดไหน ซึ่งจากการดูด้วยสายตาพบว่า ส.ต.ต.กิตติศักดิ์ อาเจียนเป็นเลือด และยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้


พ.ต.อ.ภูริทัต บุญช่วย ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยต่ออีกว่า จากพยานหลักฐานพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงตั้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนประมวกฎหมายอาญา


สำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุเกี่ยวกับรถเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้แจ้งข้อกล่าวหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มาตรา 368 วรรคแรก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


และหากแพทย์ระบุว่าผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส (รักษาตัวเกินกว่ายี่สิบวัน) จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามมาตรา 300 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหลังจากนี้จะควบคุมตัวเด็กและเยาวชนทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และขออำนาจศาลในการยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมดที่ขับขี่สร้างความเดือดร้อนในคืนดังกล่าว


นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา อยากจะฝากบอกเพื่อนๆ ว่า เด็กแว้นที่เหลืออย่าทำแบบนี้อีก มันเดือดร้อนสังคม เดือดร้อนประชาชนคนอื่นเขา ตอนนี้ตนเองสำนึกผิดแล้ว และสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก


น.ส.ฟ้า อายุ 22 ปี พี่สาวของ 1 ในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า น้องชายของตนเองเพิ่งประสบอุบัติเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปกับเพื่อนแล้วประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขาขวาทิ้ง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งน้องก็พักรักษาตัว กายภาพบำบัดเพิ่งจะหัดเดินจากขาเทียมได้ไม่นาน


ตอนแรกก็คิดว่าน้องชายคงจะเข็ดแล้ว ไม่คิดจะออกมาแข่งรถกันแบบนี้ กระทั่งเมื่อคืนเกิดเหตุ น้องชายได้ขอยืมรถจักรยานยนต์ของตน บอกว่าจะออกมาซื้อของตนเองก็เลยว่าให้น้องชายไปเติมน้ำมันรถให้ด้วย พอน้องกลับเข้ามาบ้านตอนดึก สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามเข้ามา จึงรู้ว่าน้องออกไปแข่งรถกับพวกเพื่อน ๆ อีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ