สังคม
“มหาแหล่” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ยังล่องหนหลังพบมีสัมพันธ์สีกากอล์ฟ ชาวบ้านแฉมักพา “แม่ออก” มาบ้านปีละครั้ง
11 ก.ค. 2568
1.8K views
ผู้สื่อข่าวจังหวัดหนองบัวลำภู รายงานว่ากรณีปรากฏข่าวผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสีกากอล์ฟ ภายหลังพบว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสคนดังกล่าว หายตัวไปจากวัด
ผู้สื่อข่าวจังหวัดหนองบัวลำภู จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากได้รับรายงานข่าวว่า บ้านเกิดของผู้ช่วยเจ้าอาวาส อยู่ในพื้นที่อำเภอสุวรรณคูหา พบกับผู้ช่วยแหม่ม ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านดังกล่าว และพูดคุยกันกับชาวบ้าน กลุ่มหนึ่งจึงเข้าไปสอบถาม ได้รับคำตอบว่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสคนดังกล่าว ชาวบ้านเรียกกันเล่น ๆ ตอนเด็กว่า “บักแหล่” เนื่องจากเดิมเป็นเด็กผิวคล้ำมาก เด็กชายแหล่ จบการศึกษาชั้น ป.4 โรงเรียนในชุมชน และไปบวชเรียนที่วัดหลวงพ่อโสธรตั้งแต่อายุประมาณ 11 ขวบ จนถึงปัจจุบัน ภายหลังสอบได้เป็นมหา ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า “มหาแหล่”
นายศักดิ์ เล่าว่าตนเองเป็นเพื่อนกับพ่อของ “มหาแหล่” เห็นมาตั้งแต่เด็ก “มหาแหล่” จะกลับมาเยี่ยมพ่อ ที่บ้าน ปีละครั้ง หรือ 2 ปีครั้ง และชาวบ้านก็รู้กันโดยทั่วไปว่า 4-5 ปีหลัง มหาแหล่ จะกลับมาพร้อมกับ หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อสอบถาม “มหาแหล่” ก็จะบอกว่าเป็น “แม่ออก” ภาษาอีสาน คือ โยมอุปฐาก หมายถึงผู้หญิงที่ช่วยดูแลพระ เช่น จัดสำรับกับข้าว ซื้อข้าวของให้พระ ส่วนใหญ่จะเป็นญาติของพระ หรือผู้ใหญ่ใจบุญที่ตั้งใจปรนนิบัติพระด้วยความศรัทธา แต่ถ้าเป็นคำสแลง ผู้ชายทางอีสานหลายคนจะเรียกแฟนหรือภรรยาว่า แม่ออก ใช้ในเชิงสนุกสนาน
แต่ “แม่ออก” รายนี้ ยังสาว อายุไม่เยอะ ซึ่งก็เป็นรู้กันโดยทั่วไปว่า เป็นหญิงคนสนิท ซึ่งชาวบ้านหลายคนต่างก็ นินทาว่าประพฤติตัวไม่งาม เพราะพากันมาค้างอ้างแรมทีละ 2-3 วัน จนกระทั่งนายวิโรจน์ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว กว่า 5 ปี ได้เคยประกาศให้ทราบว่า ห้ามมหาแหล่ มาพักจำวัดในหมู่บ้านเป็นอันขาดเพราะเห็นว่าไม่งาม อาจทำให้วัดพลอยเสื่อมเสียไปด้วย
ภายหลังผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน ถึงประเด็นนี้ ซึ่งนายวิโรจน์ไม่ยอมให้สัมภาษณ์โดยตรง แค่ตอบผ่านทางโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านคนหนึ่งว่า ไม่ชอบในพฤติกรรมของมหาแหล่ เพราะเห็นว่าไม่งาม
นายศักดิ์ยังเล่าต่อไปว่า ตนเคยเห็นหน้าผู้หญิง คนนี้ 2-3 ครั้ง แต่จำหน้าไม่ได้ ทั้งยอมรับว่าเคยคุยกับ มหาแหล่ และตัวมหาแหล่ เป็นคนตอบเองว่ามากับ “แม่ออก”
เมื่อถามว่าใช้ยานพาหนะใด มาพักครั้งละกี่วัน นายศักดิ์ เล่าว่า ใช้รถเก๋งสีขาว บอกว่าเป็นรถของ “แม่ออก” ขับมาพักที่บ้าน ซึ่งอยู่ทุ่งนานอกชุมชน พร้อมกับเล่าต่อไปว่าตัว “แม่ออก” จะนอนพักอาศัยอยู่กับโยมพ่อของ “มหาแหล่” ส่วนตัว “มหาแหล่” จะไปพักที่เถียงนาห่างออกไป โดยเวลามาจะมีพระมาด้วยอีกรูปหนึ่ง
เมื่อสอบถามว่า ระยะประมาณ 1 เดือนมานี้ ตัว “มหาแหล่” ได้มา ที่บ้านเกิดหรือไม่ ก็ได้รับคำบอกเล่าว่าไม่ได้มา แต่พบว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา พ่อของ “มหาแหล่” ได้เดินทาง ขึ้นไปพบพระลูกชาย โดยไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อสอบถามว่าถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าชาวบ้านในหมู่บ้านก็ทราบสิว่า “มหาแหล่” ติดต่อกับผู้หญิง มานานแล้ว ผู้ช่วยแหม่มตอบว่า มีหญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านซึ่งพูดคุยกัน ได้เคยเล่าให้ฟังว่า “มหาแหล่” มีเมีย มานานแล้ว แต่ส่วนตัวของตนนั้น ไม่เคยเห็น
ขณะที่ชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามา ร่วมวงแต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อเล่าว่า ตนเองก็รู้จักสนิทกันกับพ่อของมหาแหล่ และเคยเห็น “มหาแหล่” เอาวัว มาให้ชาวบ้านเลี้ยง ปีละ 30 ถึง 40 ตัว ซึ่ง “มหาแหล่” ก็บอกว่า เป็นวัวที่วัดหลวงพ่อโสธร ไถ่ชีวิตมา ตัว “มหาแหล่” จึงเอามาให้ญาติพี่น้องและคนสนิทของครอบครัวเลี้ยง
เมื่อถามว่าให้ฟรีหรือต้องเสียเงิน ชายดังกล่าวบอกว่าให้ฟรี แต่จ่ายค่าขนส่งวัว ตัวละ 2,000 บาท ซึ่งชายคนดังกล่าว ยอมรับว่าตนเองก็นำมาเลี้ยงด้วย 2 ตัว โดยจ่ายค่าขนส่งวัวไป 4,000 บาท ตอนนี้วัวทั้งสอง ตกลูก ได้วัวน้อยมา 2 ตัวแล้ว
ขณะที่ชายอีกคนหนึ่งเล่าว่า วัวที่มาส่วนใหญ่เป็นวัวตัวเล็กๆ ผอมๆ เคยนำเสนอให้ตนและครอบครัว แต่ตนเองไม่เอา ภายหลังยังเล่าว่า ช่วงปีหลังมา ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเป็นตัวละ 4,000 บาท
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านหลายคนซึ่งไม่ยอมให้สัมภาษณ์ ได้พูดคุย กันว่า เป็นเรื่องเสื่อมเสียที่ไม่น่าจะมาพูดคุย เพราะเป็นข่าว ฉาวโฉ่แม้แต่ญาติที่อยู่ต่างจังหวัด ยังโทรมาถามว่า ใช่พระที่เป็นคนบ้านเราไหม ซึ่งหญิงคนดังกล่าวก็ยอมรับว่าใช่ พร้อมกับโชว์ หน้าจอที่ญาติแคปส่งมาให้ดู อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้หญิงที่มา กับ มหาแหล่ ที่บอกว่าเป็นแม่ออกนั้น ใช่คนเดียวกับสีกากอล์ฟ ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ทุกคนตอบว่า ไม่ทราบ เพราะ เห็นผ่านๆ จำหน้าไม่ได้ แต่ยืนยันว่า มหาแหล สนิทสนมกับหญิงผู้นี้เพียงคนเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตามชาวบ้านบางคนก็บ่นด้วยความเสียดายว่า อุตส่าห์ไปบวชเรียนจนได้เป็นมหา ไม่นึกว่าจะหลงกลสีกาจนมาเสียพระไปในครั้งนี้ คาดว่าเนื่องจากบวชแต่น้อยวัน ๆ เอาแต่สอนหนังสือพระ จึงไม่ทันโลกโดนสีกาหลอกจนหลงผิด แต่ชาวบ้านหลายคนที่ฟังอยู่ก็ตอบโต้ว่าก็มีข่าวอยู่บ่อยว่าพระถูกสีกาหลอก แต่ก็ตัดใจสละผ้าเหลืองสึกออกมาอยู่กินกันก็มีถมเถไป แต่มหาแหล่กลับครองผ้าเหลืองควงแม่ออกโดยไม่ละอายใจทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นนินทามากกว่าห้าปีแล้ว นี่ถ้าคลิปไม่โผล่จนเป็นข่าวดังขึ้นมาก็คงเสนอหน้าห่มผ้าเหลืองต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง