สังคม

น้ำมันดิบรั่วลงทะเล “ศรีราชา” ประมาณ 10 ตัน ด้าน “ไทยออยล์” แจงเกิดจากเหตุสุดวิสัย

6 มิ.ย. 2568

142 views

เมื่อเวลา 06.00น. วันที่ 6 มิถุนายน 2568 สำนักงานเจ้าท่า 68 ท่าภูมิภาคสาขาชลบุรี ได้รับแจ้งว่า บริษัทไทยออยล์ แจ้งเหตุเกิดน้ำมันดิบรั่วไหล จากเรือ Phoenix Jamnagar (เรือ Clude Oil Tanker สัญชาติสิงคโปร์ หมายเลข IMO 9828962) ที่ทุ่น SBM2 ศรีราชา


โดยเหตุเกิดในเวลา 00.54 บริเวณทุ่น SBM2 ระยะเวลาที่น้ำมันรั่วไหล 0.5 ชั่วโมง ต้นเหตุของการรั่วไหลคือท่อส่งน้ำมัน เรือที่ทำให้น้ำมันรั่วไหลชื่อ MT Phoenix Jamnagar (เรือ Clude Oil Tanker สัญชาติสิงคโปร์ หมายเลข IMO 9828962) ปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล ลักษณะของคราบน้ำมัน บาง สีดำหรือน้ำตาล กระจายเป็นหย่อม ๆ กว่า 8,000 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 เมตร ยาว 10 เมตร ลงไปทางทิศใต้ ความเร็ว 1 นอต


ความคืบหน้าจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมันสิงคโปร์ บริเวณทุ่นรับน้ำมันกลางทะเล (SBM 2)
ขณะนี้ ไม่พบน้ำมันดิบรั่วไหลเพิ่มเติมแล้ว ทางบริษัทฯ ได้ทำการล้อมพื้นที่ด้วยบลูม พร้อมฉีดน้ำยาขจัดคราบน้ำมันในเบื้องต้นเพื่อควบคุมการกระจายตัวของคราบน้ำมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ดร. มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน เพื่อระงับเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากเรือ Phoenix Jamnagar ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบสัญชาติสิงคโปร์ หมายเลข IMO 9828962 โดยเหตุเกิดบริเวณทุ่นรับน้ำมันกลางทะเล (SBM2) ของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในเขตพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เมื่อเวลา 00.54 น.


กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการประเมินสถานการณ์โดยเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานฯ ณ โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทไทยออยล์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการควบคุมเหตุการณ์ ทั้งนี้กรมเจ้าท่าในฐานะเลขานุการศูนย์ประสานงาน ได้ประสานกองทัพเรือจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในการขจัดคราบน้ำมัน


จากการสำรวจพื้นที่ พบว่าลักษณะของคราบน้ำมันเป็นคราบสีดำหรือน้ำตาลบาง ๆ กระจายเป็นหย่อม ๆ บนผิวน้ำ ทั่วบริเวณพื้นที่ประมาณ 10 คูณ 10 เมตร และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศใต้ด้วยความเร็วกระแสน้ำประมาณ 1 นอต ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ


นอกจากนี้กรมเจ้าท่ายังได้จัดส่งเรือชลธารานุรักษ์พร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สำหรับการขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยบูมความยาว 200 เมตร น้ำยาขจัดคราบน้ำมันจำนวน 800 ลิตร ชุดแขนฉีดน้ำยา (Spray Arm) และเครื่องแยกน้ำมัน (Skimmer) โดยได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดการแพร่กระจายของคราบน้ำมันให้ได้มากที่สุด


ในขณะเดียวกัน ได้มีการประสานความร่วมมือกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะด้านกำลังพลและยานพาหนะทางน้ำและอากาศ ซึ่งรวมถึงระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ชุดอากาศยานและเฮลิคอปเตอร์ที่ประจำอยู่ที่แหลมฉบัง เรือหลวงตาชัยที่ออกเดินทางจากฐานในช่วงเช้า และเครื่องบินลาดตระเวนทะเลแบบ Do 228 ที่พร้อมให้การสนับสนุนทันทีหากได้รับการร้องขอจากบริษัทไทยออยล์


ซึ่งบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุของบริษัทโดยทันที โดยสามารถหยุดการรั่วไหลได้แล้ว และดำเนินการล้อมพื้นที่ด้วยบูมจำนวน 3 เส้น พร้อมฉีดน้ำยาขจัดคราบน้ำมันในเบื้องต้นเพื่อควบคุมการกระจายตัวของคราบน้ำมัน


ทั้งนี้กรมเจ้าท่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และจะรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขจัดคราบน้ำมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้ได้มากที่สุด หากพบเหตุไม่ปลอดภัยทางน้ำ แจ้งสายด่วน 1199 เจ้าท่า ได้ตลอด 24 ชม.



ด้าน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเลหมายเลข 2 (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 23.54 น.ได้เกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเลหมายเลข 2 (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี


เนื่องจากเกิดเหตุสุดวิสัยจากคลื่นสูงและลมกระโชกแรงกะทันหัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการหยุดการขนถ่ายน้ำมัน ตามระเบียบวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน หลังจากนั้นระบบป้องกันของทุ่น SBM-2 (Breakaway Coupling) ได้ทำงานตามที่ออกแบบไว้ซึ่งเป็นไปตามระบบมาตรฐานความปลอดภัย


อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่วาล์วของระบบป้องกันของทุ่นกำลังปิดจะมีน้ำมันบางส่วนไหลออกมา ซึ่งระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบทุ่น SBM-2 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการวางบูมก่อนการขนถ่ายน้ำมันดิบไว้อยู่แล้ว ขณะนี้ไม่มีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติม และระบบทุ่น SBM-z ไม่ได้เกิดความเสียหาย


ส่วนคราบน้ำมันบนผิวน้ำทะเลเกิดจากคลื่นสูงและลมกระโชกแรงทำให้น้ำมันบางส่วนหลุดออกจากแนวบูม และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ กำลังดำเนินการขจัดคราบน้ำมันตามแผนปฏิบัติการของโรงกลั่น และได้บูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการขจัดคราบน้ำมัน หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ