สังคม

ทูตแรงงานเมียนมาเยี่ยมศูนย์พักผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม ครอบครัวผู้สูญหายข้ามน้ำข้ามเขา 8 วัน หวังพบหน้าสามี-ลูก

7 เม.ย. 2568

76 views

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. บรรยากาศที่ศูนย์พักคอยผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม Mr. Lay Maung ทูตแรงงานเมียนมาประจำประเทศไทย ได้เดินทางมายังศูนย์ฯ เพื่อให้กำลังใจและตรวจสอบข้อมูลแรงงานชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยทูตแรงงานเมียนมาได้พูดคุยและเก็บข้อมูลจากครอบครัวผู้สูญหายและเพื่อนร่วมงานชาวเมียนมาอย่างใกล้ชิด


ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จากข้อมูลเบื้องต้นมีแรงงานชาวเมียนมาที่ประสบเหตุการณ์นี้รวมทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 7 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และยังคงสูญหายอีก 24 ราย


Mr. Lay Maung ยอมรับว่า แรงงานชาวเมียนมาที่ประสบเหตุมีทั้งแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย แรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และแรงงานที่เพิ่งขึ้นทะเบียนใหม่


ในส่วนของการเยียวยา ทูตแรงงานเมียนมา กล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายที่แน่ชัด รวมถึงต้องมีการตรวจเทียบ DNA ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการพูดคุยในเรื่องการเยียวยาต่อไปได้


สำหรับบริษัทที่แรงงานเมียนมากลุ่มนี้ทำงานอยู่ มีทั้งหมด 4 บริษัท โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัท อิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เบื้องต้นทางสถานทูตได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้วว่า หากได้ตัวเลขผู้ประสบภัยที่ชัดเจน ก็จะดำเนินการพูดคุยถึงแนวทางการดูแลเยียวยาต่อไป


นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้จะช่วยดำเนินการให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ถูกกฎหมายและมีประกันสังคม โดยจะประสานข้อมูลและให้การสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้อง


นางสาวเมย์ อายุ 45 ปี ภรรยาของนายจีต่าง อายุ 46 ปี และแม่ของนายแทะ อายุ 23 ปี 2 แรงงานชาวเมียนมาที่ทำงานเป็นช่างไฟอยู่ที่ชั้น 26 ของอาคาร สตง. ที่ถล่ม ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยพร้อมกับลูกสาวและน้าสาว ด้วยสภาพที่อิดโรยจากการเดินทางอันแสนทรหด


นางสาวเมย์ เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังจากทราบข่าวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ตนเองก็ไม่สามารถกินหรือนอนได้ด้วยความกังวล จึงตัดสินใจเดินทางจากประเทศเมียนมามายังประเทศไทยในวันที่ 29 มีนาคมทันที การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องเดินเท้า ต่อรถ และข้ามน้ำข้ามภูเขา ใช้เวลานานถึง 8 วัน และเสียค่าใช้จ่ายไปกว่า 15,000 บาท


เมื่อมาถึงและได้เห็นซากปรักหักพังของอาคาร นางสาวเมย์ แทบทรุดเข่า เพราะไม่รู้ชะตากรรมของลูกชายและสามี ไม่รู้ว่าลูกชายและสามีจะเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหนที่อยู่ในตึกนั้น


นางสาวเมย์ ยังเผยว่า ตอนนี้สิ่งที่ต้องการที่สุดคือการได้ลูกชายและสามีกลับคืนมา แม้ว่าความหวังที่จะพบทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่นั้นจะน้อยเต็มที และเบื้องต้นได้ทำใจไว้บ้างแล้ว


นางสาวเมย์ ยังเล่าอีกว่า ตนเองและสามีมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นลูกสาว 2 คน และนายแทะเป็นลูกชายคนโตคนเดียว ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยบอกว่าจะตั้งใจทำงานเก็บเงิน เพื่อกลับไปอยู่กับตนที่ประเทศเมียนมา ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ขึ้น ในวันนี้ที่เดินทางมาถึง นางสาวเมย์ ได้นำธูปมาจุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อหวังจะเปิดทางให้พบสามีและลูกชายของตนเองโดยเร็วที่สุด ท่ามกลางความโศกเศร้าและภาวนาให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ