สังคม

ผู้ป่วยทิพย์สารภาพได้เงินครั้งละ 1,500 บ. แลกยารพ.ทหารผ่านศึก แฉขบวนการมีนานกว่า 10 ปี

6 มี.ค. 2568

1.3K views

“ผู้ป่วยทิพย์” ยอมรับ ได้เงินครั้งละ 1,000-1,500 บาท แลกกับยาของโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ก่อนไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลจังหวัดลพบุรี มีจ่ารายหนึ่งพาไปพบแพทย์หญิงคนเดิมทุกครั้ง ขณะที่ผู้เปิดโปงแฉขบวนมีมานานนับ 10 ปี ใช้ช่องว่างการเบิกตรงทหารผ่านศึก

จากกรณีการทุจริตยาและเวชภัณฑ์ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยทำกันเป็นขบวนการทำให้รัฐบาลเสียหายไปเป็นจำนวนหลักพันล้านบาท ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป.,ปปท.และป.ป.ช.ลงพื้นที่ สำนักงานสงค์เคราะห์ทหารผ่านศึก จังหวัดลพบุรี เพื่อสอบพยานหลายสิบคน แบ่งออกเป็น 6 ชุด เพื่อพิสูจน์จ้อเท็จจริงของขบวนการดังกล่าว

ทีมข่าวได้สัมภาษณ์หญิงหนึ่งราย อายุ 54 ปี ผู้อยู่ในขบวนการผู้ป่วยทิพย์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนได้รู้จักกับ "จ่า" รายหนึ่งที่เป็นเพื่อนกัน ได้ชักชวนให้เข้ามาร่วมในกระบวนการ โดยเสนอเงินให้ครั้งละ 1,000 ถึง 1,500 บาท ต่อการไปเบิกยาผ่านระบบการจ่ายตรงของสิทธิ์ทหารผ่านศึก ที่ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก กทม. ทุกครั้งที่เดินทางไปเบิกยา จ่ารายนั้นจะจัดเตรียมรถตู้มาคอยรับส่งถึงที่บ้าน และคอยกำชับว่าให้แกล้งป่วยเป็นโรคต่างๆ โดยมีโพยบอกอาการและชื่อยาว่าต้องการแบบไหน เมื่อเข้าไปพบแพทย์ ซึ่งทุก ๆครั้งจะพบแพทย์หญิงคนเดิมทุกครั้ง คาดว่าเป็นหนึ่งในขบวนการ เพราะไม่ค่อยซักถามอาการมาก นั่งคุยก็ถามๆแปบเดียวและจ่ายยาตามที่เราบอก โดยจะขอยาเผื่อล่วงหน้าหลายเดือน เพื่อจะได้ตัวยามามากกว่าปกติ

เมื่อได้ยามาแล้ว ก็จะนำมาให้จ่าออดบนรถตู้เพื่อแลกกับเงินที่ตกลงกันไว้แต่แรก ส่วนยาที่ให้จ่าออดไปนั้น ตนไม่ทราบว่ายาถูกนำไปไว้ที่ไหน

จากนั้น เมื่อเดินทางมาถึง จ.ลพบุรี ตนก็จะไปรักษาโรคอีกโรงพยาบาลบางแห่งหนึ่งในตัวเมือง โดยจะได้ยาตามความจริงของโรคที่เราป่วย แต่ยาจะน้อยกว่า ซึ่งตนได้ใช้วิธีนี้มาแล้ว 2-3 ปี ตนรู้ว่าสิ่งที่กระทำมันไม่ถูกต้อง จึงมาปรึกษากับสามีว่าจะเลิกทำ แต่แล้วเกิดเป็นกระแสข่าวดังกล่าว และถูกตำรวจเชิญมาให้ปากคำ ตนรู้สึกกังวลใจและเครียดเป็นอย่างมาก กลัวว่าจะถูกดำเนินคดี

ขณะที่ ชายหนึ่งราย อายุ 66 ปี ผู้อยู่ในขบวนการผู้ป่วยทิพย์ เปิดเผยว่า ส่วนตัวเป็นโรคเบาหวาน ความดัน ถูกชักชวนมาตั้งแต่ปี 2566 จากรู้จักจัก ทำมาแล้ว 4 ครั้ง และได้รับเงินค่าตอบแทนจากเอายาไปแลกครั้งละ 2,000 -3,000 บาท ส่วนภรรยาถูกชักชวนให้ไปทำได้ 2 ครั้ง การเข้าพบแพทย์แต่ละครั้งจะถูกซักซ้อมเพื่อให้ข้อมูลกับแพทย์เพื่อให้ได้ยาตามที่ต้องการ ส่วนยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก จะนำถูกไปแลกเงินตามที่เป็นข่าว ส่วนตัวรู้สึกกังวลว่าจะถูกดำเนินคดี จึงเดินทางให้ข้อมูลกับตำรวจวันนี้

หนึ่งในผู้เข้าร่วมเปิดโปงขบวนการนี้ เปิดเผยว่าตัวเองอยู่ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมเปิดปลงในขบวนการนี้ โดยได้รับข้อมูลจากแม่ทีม เกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าว จึงรวบรวมข้อมูลมานานกว่า 6 เดือน ก่อนจะวางแผนนำคนแฝงตัวเข้าไปเพื่อหาพยานหลักฐานพร้อมถ่ายคลิปวีดีโอ นำส่งให้คณะกรรมาธิการทหาร ตรวจสอบ จนนำไปสู่การสอบสวนดำเนินคดี

วันนี้ได้พาผู้ที่ถูกชักชวนใน 1 สายงานที่เข้าร่วมขบวนการ กว่า 100 คน โดยแบ่งเป็น 2 วัน วันละ 50 คน พร้อมแม่ทีม มาให้ข้อมูลกับตำรวจ และยังพบว่ามีอีก 5 สายงานที่ยังไม่ได้ถูกเชิญตัวมาเข้าพบในวันนี้ โดยมีข้อมูลว่าแม่ทีมบางคน มีการข่มขู่ผู้ถูกชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการ เพื่อไม่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะอาจจะถูกดำเนินคดี

ส่วนความผิดปกติที่พบในกระบวนการนี้ก็คือการรับยานอกบัญชี อีกโรงพยาบาลหนึ่ง ทั้งที่มีสิทธิ์รักษาโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดลพบุรี โดยใช้สิทธิ์เบิกตรงจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งในกระบวนการนี้ดำเนินการมานานกว่า 10 ปีแล้ว คาดว่าทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีพันตำรวจเอกหญิง ก. เป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ ส่วนแพทย์ผู้จ่ายยา ดูข้าราชการระดับสูงจนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

คุณอาจสนใจ