สังคม

ผู้ปกครองร้องตรวจสอบ ร้านเสื้อมือสองแอบขายบุหรี่ไฟฟ้าให้นักเรียน ตำรวจบุกค้นไม่พบของผิดกฎหมาย

7 ก.พ. 2568

239 views

ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านหนองกุง ให้ตรวจสอบร้านค้าที่ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้เด็ก หลังลูกถูกเพื่อนพาไปซื้อจากร้านเสื้อผ้ามือสอง เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบร้านค้าในพื้นที่ ยังไม่พบของผิดกฎหมาย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองกุง ม.1 ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีมารดาของนักเรียนชั้นป.6 และชั้น ม.3 เข้าร้องเรียนกับผู้ใหญ่บ้าน ให้มีการตรวจสอบร้านค้าขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ และให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจและจับกุมคนที่ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้นักเรียนด้วย

นางเอ (นามสมมติ) มารดานักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านหนองกุง เปิดเผยว่า ตนและสามีไปค้าขายที่ต่างจังหวัด จึงให้ลูกชายซึ่งกำลังเรียนชั้น ป.6 อยู่กับยายที่บ้าน โดยจะโอนค่ากินค่าเรียนหนังสือให้ลูกชายอาทิตย์ละ 500 บาท

“เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ครูประจำชั้นของลูกชายโทรศัพท์แจ้งให้พ่อแม่ไปพบที่โรงเรียน เนื่องจากลูกชายแอบนำบุหรี่ไฟฟ้าไปสูบในห้องเรียน จึงได้สอบถามกับลูกชาย ลูกชายยอมรับว่า สูบบุหรี่ไฟฟ้าจริง โดยเริ่มจากเพื่อนแนะนำให้รู้จักบุหรี่ไฟฟ้าและเริ่มจากการสูบของเพื่อนก่อน จากนั้นเพื่อนก็พาไปซื้อพอตที่ร้านค้าขายเสื้อผ้ามือสอง ในตลาดหนองกุง โดยเพื่อนให้บุหรี่ไฟฟ้ามา 1 ชิ้นแล้วเพื่อนก็พาไปเติมน้ำยาที่ร้านค้าแห่งนี้ คิดราคาครั้งละ 200 บาท ลูกชายเติมน้ำยาอาทิตย์ละ 2 ครั้งเป็นเงิน 400 บาท ซึ่งก็เท่ากับว่าเงินที่พ่อแม่ให้ซื้ออาหารซื้อข้าวกิน ในการไปเรียนหนังสือ ลูกชายเอาไปเติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าตามเพื่อน ซึ่งเชื่อได้ว่า เพื่อนลูกชายน่าน่าจะสูบมานาน จึงรู้แหล่งที่ซื้อ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคร่งครัดในการกวดขันจับกุมคนขายบุหรี่ไฟฟ้าให้เด็กนักเรียนพื้นที่ด้วยจะดีอย่างยิ่ง”

ในขณะที่ นางบี (นามสมมติ) อายุ 49 ปี มารดานักเรียนชั้น ม.3 ร้องเรียนว่า ตนเห็นพอตของบุหรี่ไฟฟ้า ที่ช่องเก็บของรถจักรยานยนต์คันที่ลูกชายขับขี่ไปเรียนหนังสือ แต่ลูกชายไม่ยอมรับว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้า จึงได้เฝ้าดูพฤติกรรมของลูกชาย ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปมาก ติดเพื่อน พูดจาไม่เพราะ และอาละวาดบ่อย จึงได้ติดตามดูความประพฤติของลูกชาย จนเห็นลูกชายไปกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน และรุ่นพี่ เมื่อรวมตัวกันก็จะสูบบุหรี่ไฟด้วยกันทุกคน เมื่อห้ามปรามลูกก็จะอาละวาดทำลายสิ่งของในบ้าน

อาการลูกหนักขึ้น จึงพาลูกไปพบนักจิตวิทยาของโรงพยาบาลในพื้นที่ พบว่านอกจากลูกจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ยังมียาเสพติดชนิดอื่นมาผสมด้วย จากการพูดคุยทราบว่าลูกชายเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจากการแนะนำของเพื่อน แนะนำให้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ ลูกชายก็ทำตามเพื่อนบ้าน จนกลายเป็นคนติดเพื่อน ไม่เรียนหนังสือ ติดศูนย์หลายตัว

นางบี กล่าวอีกว่า ลูกชายติดบุหรี่ไฟฟ้าอาการหนัก จนกลายเป็นปัญหาในครอบครัว เพราะลูกติดเพื่อนไม่เรียนหนังสือ จนต้องย้ายลูกไปอยู่ที่ต่างจังหวัด เพราะเชื่อว่าถ้าลูกยังอยู่ที่บ้าน ก็จะพบเจอเพื่อนสังคมเดิมๆ ลูกจะต้องเสียคนแน่ๆ ซึ่งลูกก็ยอมย้ายไป และตั้งใจเรียนหนังสือ อยู่กับสังคมใหม่ได้อย่างมีความสุข

“ในฐานะแม่ เชื่อว่าสังคมรู้ในพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า แต่ไม่ช่วยเหลือกัน ปล่อยปะละเลย ทำให้เด็กเสียคน กลายเป็นปัญหา จึงอยากให้ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมมือ ร่วมใจช่วยจับกุมคนขายบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในพื้นที่หรือร้านค้าออนไลน์ก็ตาม ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฏหมาย”

นายวสันต์ อายุ 36 ปี กล่าวภายหลังรับเรื่องจากมารดาของรักเรียนทั้ง 2 รายว่า ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้ละเลย หลังมารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน 1 ปี ก็ขอความร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่ ทำเอ็มโอยูร่วมกัน ในการแจ้งเบาะแสเรื่องรักเรียนติดบุหรี่หรือสูบบุหรี่ไฟฟ้า แจ้งที่ตั้งร้านค้าที่ขายบุหรี่ไฟฟ้า

“ยอมรับว่า ในรายของนักเรียนชั้นป.6 นั้น ยืนยันว่าซื้อจากร้านค้าขายเสื้อผ้ามือสองในพื้นที่ น้องไปกับเพื่อน เพื่อนเข้าในร้าน น้องยืนรอหน้าร้าน หลังทราบรายละเอียดก็เฝ้าสังเกตการณ์ดูความเคลื่อนไหวของคนที่เข้าออกในร้าน พร้อมกับแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง เพื่อตรวจสอบร้านดังกล่าวแล้วเช่นกัน”

พ.ต.อ.ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า จากกรณีที่มีประชาชนซึ่งเป็นมาราของนักเรียนชั้น ป.6 ร้องเรียนเรื่องร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้ามือสอง ในตลาดหนองกุงนั้น ได้สั่งการให้ พ.ต.ทวิธาน ชะลอกลาง รอง ผกก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจรถจักรยานยนต์ได้ตรวจสอบที่ร้านแล้ว พบเจ้าของร้าน เป็นชาย อายุ 27 ปี ได้แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน ยอมรับว่าได้เปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสองจริง และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบภายในร้าน แต่ไม่พบบุหรี่ไฟฟ้า หรือสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ผกก.กล่าวอีกว่า ขอเตือนประชาชนหากตำรวจ ตรวจพบว่า มีรานค้าหรือบุคคลใด ที่จำหน่าย ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้นักเรียนหรือประชาชน ก็จะถูกจับกุมในข้อหา ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้น ผู้ใดขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติม มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่มีการละเว้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า

คุณอาจสนใจ