สังคม

DSI ส่งมอบมือถือ “แตงโม” ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบ-กู้ข้อมูล

7 ก.พ. 2568

170 views

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นำพยานหลักฐานที่เป็นโทรศัพท์มือถือพร้อมเคส ของนางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม นักแสดงหญิงชื่อดัง หลังจากที่พันเอก นายแพทย์ ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ไปเอาโทรศัพท์มือถือของแตงโมกลับมาจาก นาย ซาคาเนียน ราชา ไฮเดอร์ หรือ บังแจ็ค ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบหาพยานหลักฐานที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ



ภายในบรรจุซองเอกสารสีน้ำตาล มาส่งมอบให้กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหลักฐานในวันนี้ นำไปตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานในคดีแตงโม



โดยรองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุขณะรับมอบว่า หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ไปส่งของกลางที่ห้องรับส่งวัตถุพยาน เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องครอบครองวัตถุพยาน พร้อมกับมีเอกสารหนังสือนำส่งวัตถุพยานไปด้วย ส่วนจำนวนวัตถุพยานคาดว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือของคุณแตงโม 1 เครื่องและหลักฐานอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในซองสีน้ำตาล โดยทางสถาบันฯ จะรับไปตรวจพิสูจน์ เพื่อนำไปประกอบการสอบสวน ซึ่งจะเน้นตรวจสอบในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องการอยากรู้ในวัตถุพยานชิ้นนี้



รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยังระบุอีกว่า เมื่อวานนี้ยังได้ส่งทีมไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วยเช่นกัน เพื่อไปร่วมกันรับวัตถุพยานและเพื่อให้การเก็บวัตถุพยานส่งเข้าห้องปฏิบัติการเป็นไปตามระบบมาตรฐานสากล โดยจะส่งให้กองตรวจพิสูจน์ต่อไป ส่วนกรอบระยะเวลาจะแจ้งให้ทางพนักงานสอบสวนอีกครั้งว่าจะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ เพราะจะต้องดูสภาพของวัตถุพยานด้วย ยืนยันว่าจะเร่งทำให้เร็วที่สุด เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำคดีต่อไปได้



นักข่าวถามว่าการตรวจพิสูจน์ครั้งนี้ยากหรือไม่ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตอบว่า “เรายังไม่ได้เห็นวัตถุพยาน แต่ยอมรับว่าน่าจะยากพอสมควร เพราะเป็นวัตถุพยานที่นานแล้ว แต่อย่างไรก็ตามขอให้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้ประเมินก่อนในวันนี้ โดยปกติเราจะใช้ระยะเวลา 10 วันในการตรวจสอบและดึงข้อมูล แต่ถ้าข้อมูลมันมีความเสียหายมาก อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่านั้น เพราะต้องค่อยๆ ทำ ไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำ”



ส่วนจะเริ่มต้นการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีการไหนนั้น “ขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบพิสูจน์อิเล็กทรอนิกส์ได้เห็นวัตถุพยานก่อนและดูในเรื่องของความต้องการเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ว่าพนักงานสอบสวนต้องการรู้อะไรบ้าง เขาก็จะมีการวางแผนหรืออาจจะมีการตรวจไอคาวน์ หรืออาจจะตรวจเฉพาะเมมโมรีการ์ด หรืออาจจะตรวจในเรื่องของตัวซิมการ์ดต่างๆ ก็เป็นไปได้”



เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพิสูจน์ครั้งนี้ จะต้องประเมินโดยใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อที่จะดูว่าข้อมูลยังมีอยู่แค่ไหนและมีการเข้ารหัสอย่างไร หรือข้อมูลมีความเสียหายอย่างไรบ้าง ซึ่งเมื่อรู้ข้อมูลแล้ว ก็จะต้องดูข้อมูลอีกว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หรือยังเป็นข้อมูลเดิม โดยเป็นไปตามหลักการในการตรวจพิสูจน์ พร้อมยืนยันว่าผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไหนเป็นข้อมูลเดิม หรือข้อมูลไหนมีการดัดแปลง เพราะข้อมูลมีอัตลักษณ์ของมันอยู่



ส่วนถ้ามีการลบข้อมูลนั้น รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บอกว่า “การลบมีหลายระดับ ถ้าเป็นการลบระดับที่ไม่ถาวร ก็จะสามารถกู้คืนได้บางส่วน แต่ถ้าลบในระดับพื้นฐาน ก็สามารถกู้ได้เกือบทั้งหมด แต่ก็ต้องเข้าไปดูในเรื่องของลักษณะข้อมูลก่อน”



อย่างไรก็ตามรองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยังให้ความรู้เพิ่มเติมว่า “บางเคสที่คล้ายแบบนี้อาจใช้ระยะเวลานานเกือบ 3 เดือนในการตรวจสอบ หากว่าวัตถุพยานมีปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเคสลักษณะเดียวกันแบบนี้อยู่ บางครั้งก็สามารถไขปริศนาได้ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเสียหาย ถ้าหากนานแต่ไม่ได้เสียหาย ก็สามารถหาคำตอบได้ แต่ถ้าความเสียหายมากก็กู้คืนได้ลำบาก”

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ