สังคม

รวบแรงงานเมียนมา ล่อลวงเด็กชาย 10 และ 13 ขวบ ถ่ายคลิปอนาจาร ก่อนโพสต์ขายในกลุ่มลับ

9 ม.ค. 2568

291 views

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือตำรวจไซเบอร์ แถลงปฏิบัติการ Child Shield รวบแรงงานชาวเมียนมา พรากเด็ก 10 ขวบไปกระทำชำเราและถ่ายคลิป ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์



สืบเนื่องจากตำรวจกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้รับแจ้งเบาะแสจากโครงการฮัก (Hug Project) ซึ่งเป็น NGOs ที่ดำเนินงานในด้านการป้องกัน คุ้มครอง และฟื้นฟูเยียวยาเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศและการค้ามนุษย์ว่า พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำเด็กมากระทำอนาจาร และบันทึกวิดีโอเผยแพร่ในกลุ่มลับ ซึ่งผู้เสียหายเป็นเด็กชาย อายุประมาณ 10 ขวบ



ทาวตำรวจจึงได้ดำเนินการสืบสวนจนพบว่า ผู้เสียหายมี 2 ราย เป็นบุคคลไร้สัญชาติ อายุ 10 ปี และ 13 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.เชียงใหม่ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นแรงงานสัญชาติเมียนมา อายุ 27 ปี ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เช่นกัน



สำหรับกลุ่มลับที่คนร้ายนำคลิปมาเผยแพร่ พบการเก็บเงินเพื่อเข้ากลุ่มลับและภายในกลุ่มลับดังกล่าวได้เด็กผู้เสียหายมากระทำอนาจารและบันทึกวิดีโอเผยแพร่ รวมทั้งถ่ายทอดสดขณะกระทำอนาจารเด็กให้คนในกลุ่มรับชม มีระยะเวลาการถ่ายทอดสดการกระทำอนาจารเด็กผู้เสียหายยาวนานกว่า 1 ชั่วโมง



ต่อมาฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับชาวเมียนมาร์รายดังกล่าวต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับที่ จ.68/2568 ลง 8 มกราคม 2568 ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก ส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมถึงเพื่อประสงค์การค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก



จากนั้นในวันเดียวกัน ตำรวจไซเบอร์ได้มาตรวจสอบสถานที่แห่งหนึ่งบริเวณถนนเชียงใหม่-ฮอด หมายเลข 108 ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ พบบุคคลมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับผู้ต้องหา จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับดังกล่าว



จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่า ได้นำเด็กผู้เสียหายมากระทำชำเราที่บ้านพักอาศัยจริง พร้อมกันนี้ยังได้ยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบบ้านพักกับตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของกลาง โดยพบว่า ผู้ต้องหาลงชื่อเข้าใช้เป็นแอดมินในโซเชียลมีเดียกลุ่มลับและพบคลิปวิดีโอที่มีลักษณะการกระทำอนาจารกว่า 1,919 คลิป



สำหรับการพูดคุยกับเด็กผู้เสียหายทั้งสองรายของทีมสหวิชาชีพ มีความเห็นว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คนเป็นผู้เสียหายจากการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จึงได้แจ้งข้อหาค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กแก่ชาวเมียนมารายนี้เพิ่มอีกกระทงหนึ่ง



พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เด็กผู้เสียหายทั้ง 2 รายถูกล่อลวงให้มาอยู่กับผู้ต้องหามาสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลว่า ผู้ต้องหาใช้วิธีการล่อลวงผู้เสียหายทั้ง 2 รายจากพ่อแม่ผู้ปกครองมาได้อย่างไร ซึ่งคาดว่าอาจจะใช้วิธีการหลอกลวงหรือใช้สิ่งล่อตาล่อใจให้เด็กหลงเชื่อ นอกจากนี้จะขยายผลเพิ่มเติมไปยังบรรดาผู้ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มลับและผู้ที่ซื้อขายคลิปว่าอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการทุกระดับต่อไป



พร้อมกันนี้ยังได้ฝากเตือนภัยไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองให้ระมัดระวังบุตรหลานของตนเองให้ดีและใกล้ชิด สิ่งสำคัญคืออย่าหลงเชื่อ รับสิ่งของ หรือปล่อยให้อยู่กับบุคคลแปลกหน้า โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ ซึ่งจากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ต่อให้เป็นเด็กผู้ชาย ก็เสี่ยงที่จะถูกล่วงละเมิดทางเพศได้



ขณะเดียวกันทีมข่าวอาชญากรรม ช่อง 3 ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากชุดสืบสวนตำรวจไซเบอร์เกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยได้ข้อมูลมาว่า ผู้ต้องหาได้เปิดกลุ่ม Telegram เพื่อชักชวนสมาชิกให้เข้ามาดูคลิปลามกอนาจารของเด็กผู้เสียหาย โดยคิดค่าเข้ากลุ่ม 250 บาท และจะมีห้องสำหรับ Live การอนาจารเด็กที่ต้องจ่ายเพิ่มอีกครั้งละ 100 บาท หากต้องการรับชม โดยผู้ต้องหาได้เปิดกลุ่ม Telegram ดังกล่าวมาได้ประมาณ 6 เดือน แต่เพิ่ง Live ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ



นอกจากนี้ ยังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเงินที่ได้จากการเปิดกลุ่มดังกล่าว ส่วนสมาชิกกลุ่มมีจำนวนทั้งสิ้น 200 กว่าราย มีหลากหลายสัญชาติทั้งคนไทย คนฝรั่ง และคนเมียนมา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของพวกใคร่เด็กที่ชอบเสพสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยทางตำรวจจะขยายผลบรรดาสมาชิกกลุ่มเหล่านี้เพื่อดำเนินคดีอย่างแน่นอน



สำหรับวิธีการล่อลวงผู้เสียหายทั้ง 2 รายให้มาทำคลิปอนาจารนั้น ได้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาอาศัยความสนิทคุ้นเคยกับผู้ปกครองที่อยู่ในพื้นที่ โดยอ้างกับผู้ปกครองว่า จะชักชวนให้เด็กผู้เสียหายมาช่วยงานที่บ้านทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ โดยอ้างว่าจะคิดค่าจ้างครั้งละ 100-200 บาท ผู้ปกครองจึงไว้วางใจด้วยความที่เป็นบุคคลใกล้ชิด แต่จริง ๆ แล้ว นอกจากจะให้เงินแก่ผู้เสียหายแล้ว ผู้ต้องหาได้ใช้ขนมและเกมในโทรศัพท์มือถือมาล่อลวงเด็กมาที่บ้านเพื่อกระทำอนาจาร ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์เดิม ๆ ของกลุ่มล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่เคยปรากฏเป็นคดีมาแล้วหลายครั้ง



สำหรับผู้เสียหายทั้ง 2 รายที่สามารถช่วยเหลือได้นั้น พบว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 เดือน แต่จะมีผู้เสียหายมากกว่านี้หรือไม่ อยู่ในระหว่างการขยายผล


ทั้งนี้ จากการที่ตำรวจไซเบอร์ได้สอบถามผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ วัย 27 ปี ที่ล่อลวงเด็กอายุ 10 ปี และ 13 ปีมาล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนถ่ายคลิปขายลงในกลุ่มลับ ผู้ต้องหาอ้างว่า มีคนแนะนำให้ตนถ่ายคลิปเด็ก โดยผู้แนะนำสอบถามว่า ตนเองมีเด็กไหม ตนก็บอกไปว่ามี แต่ไม่อยากทำ ผู้แนะนำบอกว่าให้ถ่ายคลิปเลย แล้วไปทำกลุ่มขายจะมีรายได้ต่อคลิปเป็นจำนวนมาก ซึ่งคนที่แนะนำตนนั้นไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน แต่พูดคุยกันผ่านไลน์เท่านั้น



ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ตนเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงแต่เลิกกันไปแล้ว ส่วนที่มีเพศสัมพันธ์กับเด็กผู้ชายนั้น ยอมรับว่าเป็นรสนิยมทางเพศส่วนบุคคล เนื่องจากตนเองเคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายมาก่อน แต่การมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก 2 คนนี้ถือเป็นครั้งแรก ส่วนวิธีการล่อลวงเด็กนั้น อ้างว่าจะพาเด็กไปเล่นเกม

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ