สังคม

งานเข้า! ปางช้าง “ป้าแสงเดือน” สหพันธ์ช้างไทยยื่นสอบปมดูแลสวัสดิภาพสัตว์ดีหรือไม่

25 ต.ค. 2567

553 views

วันนี้ (25 ต.ค.) ที่รัฐสภา ตัวแทนสมาคมสหพันธ์ช้างไทย นำโดยนางวาสนา ทองสุข ชัยเลิศ กรรมการบริหารปางช้างแม่แตง พ.อ.ปณต เขตต์สันเทียะ ทีมกฎหมาย พร้อมสมาชิก ยื่นหนังสือต่อนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เชียงใหม่ (Elephant Nature Park : ENP) หลังกรณีเกิดเหตุน้ำป่าท่วมปางช้าง และทำให้ช้างตาย 2 เชือก



นางวาสนา กล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. และในช่วงเช้าวันที่ 5 ต.ค. ได้พบซากช้างล้มจำนวน 2 เชือก ลอยติดกับซากไม้ในแม่น้ำแม่แตงบริเวณด้านหลังโรงแรมสิบแสน รีสอร์ต แอนด์ สปา อ.แม่แตง โดยทั้ง 2 เชือกอยู่ห่างกัน 300 เมตร ซึ่งได้รับการยืนยันว่าทั้งสองเชือก คือ พังฟ้าใส และ พลายทอง เป็นช้างจากมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม หรือ Elephant Nature Park ที่อยู่ห่างจากจุดที่พบซากช้างล้มราว 6 กม. ซึ่งจำนวนช้างในปาง Elephant Nature Park มีทั้งหมด 119 เชือก



ทางเจ้าหน้าที่ของปางและควาญในพื้นที่ช่วยนำขึ้นไปที่ปลอดภัยเบื้องต้นเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนที่อยู่ในคอกของปางช้างทั้งสองฝั่งแม่น้ำรวม 16 เชือก ซึ่งยังอยู่ครบและยังมีชีวิต แต่ข้อมูลล่าสุด ยังมีช้างที่ยังสูญหายประมาณ 5-9 เชือก



นางวาสนา กล่าวว่า สมาคมสหพันธ์ช้างไทย และองค์กรที่เกี่ยวข้องจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการทำงานของ Elephant Nature Park ดังนี้ 

1.เหตุผลของการไม่อพยพช้างในเวลาเหมาะสม เนื่องจากมีการเตือนจากทางราชการตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. แต่ทาง Elephant Nature Park ยังคงดำเนินกิจการปกติ และหลังเกิดเหตุได้นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้ง Elephant Nature Park ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่าตนได้อพยพช้างไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. แต่กลับพบช้างจำนวน 16 เชือกอยู่ในปาง และมีการสูญเสียตามที่กล่าวมา



2.การดูแลสัตว์ภายใต้การ พ.ร.บ.คุ้มครอง สวัสดิภาพ ความปลอดภัย เนื่องจากช้างที่ได้รับการช่วยเหลือในเหตุการณ์น้ำท่วมของวันที่ 4 ต.ค. พบว่ามีการกั้นคอกกำแพงสูง (ทำให้ช้างไม่สามารถหนีน้ำได้) และพบว่าบางตัวถูกล่ามโซ่



3.กรณีการเป็นเจ้าของช้างของ Elephant Nature Park เนื่องจากพบว่าจากจำนวนช้าง 119 เชือก มีช้างจำนวน 51 เชือก เป็นของมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม แต่อีก 56 เชือกเป็นชื่อของนางแสงเดือน



4.พนักงานของ Elephant Nature Park ได้ทำการถูกกฎหมายหรือไม่ และได้รับสวัสดิภาพ กฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างไร เนื่องจากคนงานส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงและต่างชาติ



5.ตรวจสอบเงินบริจาคของทางมูลนิธิ เนื่องจากมีการแจ้งว่านางแสงเดือน ชัยเลิศ ได้นำเงินบริจาคไปใช้ในทางที่มิได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิและการดูแลสัตว์แต่อย่างใด



6.การให้ข้อมูลเท็จของนางแสงเดือน ผ่านสื่อเป็นข้อความในเฟซบุ๊กแสงเดือน ชัยเลิศ-Saengduean Chailert ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและข้อมูลเท็จต่อสังคม



ขณะที่ พ.อ.ปณต เขตต์สันเทียะ ในฐานะทีมงานกฎหมาย กล่าวว่า อยากเรียกร้องโอกาสให้กับปางช้างที่เลี้ยงอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ว่าเอาไปพูดโจมตีเรื่องเลี้ยงด้วยโซ่ ตะขอ แล้วมันไม่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นงานวิจัยมาเป็นร้อยปีแล้ว ไปดราม่าในสื่อว่าเราทารุณโหดร้าย มันทำให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติอย่างมาก



ด้านหญิงรายหนึ่งที่เป็นแฟนคลับของมูลนิธิดังกล่าว ชื่อ “ป้าตุ้ย” เปิดเผยว่า ตนเคยเป็นแฟนคลับปางช้างโลกสวยนี้มาก เคยบริจาคไปให้ถึง 4 ครั้ง ในปีนี้ ซึ่งหวังว่าจะนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง แต่ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ปางช้างปางอื่นสามารถช่วยได้หมด แต่ทำไมปางนี้ถึงช่วยไม่ได้ ทั้งที่ถ้าทำเป็นมูลนิธิควรมีศักยภาพไปช่วยปางอื่นได้ด้วยซ้ำ



และเมื่อหลังเหตุการณ์น้ำท่วม ตนก็ยังได้บริจาคไปด้วยในวันที่ 5 ต.ค. แต่พอเราได้ยินการสัมภาษณ์ของเขา เขากลับไม่รู้สึกเลยว่าปางตัวเองทำผิดพลาดอะไร ไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง มันทำให้เรารับไม่ได้ ซึ่งเรื่องเงินบริจาค จากประสบการณ์ส่วนตัว บริจาคไป 4 ครั้ง ไม่ได้รับเอกสารรับรองเลยสักครั้ง ต้องมีการทวง นอกจากนี้ ไปเที่ยวที่ปางช้างนี้ 2 ครั้ง ไม่เคยได้ชมช้างเลยสักครั้ง



“คำถามคือคุณจะดูแลช้างได้อย่างไร จะดูแลเขาแบบนั้นหรือ ช้างไม่ใช่สัตว์ที่มีอายุ 10-20 ปี เขามีอายุยาวเหมือนกับเรา คุณจะขังไว้ในคอกถึงเมื่อไหร่ ช้างไทยไม่ใช่ช้างแอฟริกา จะได้ไปอยู่ในซาฟารี เพราะฉะนั้น จุดหมายสำคัญคือถ้าคุณไม่มีศักยภาพในการเลี้ยง คุณควรจะขอคำแนะนำจากผู้อื่น หรือไม่ก็ส่งต่อให้คนที่มีศักยภาพ” ป้าตุ้ย กล่าว



เมื่อถามว่ายอดที่บริจาคไปเป็นทั้งหมดเท่าไหร่ ป้าตุ้ย กล่าวว่า รวมๆ แล้ว 5,000 บาท 4 ครั้ง ยอดบริจาคครั้งแรกเราไปให้กับมือผู้บริหารปางนั้นเลย แล้วเมื่อไปขอเข้าชม เขาแจ้งว่าชาวไทยเข้าชมฟรี แต่พอไปถึง จะถามทันทีว่าจะบริจาคเป็นอะไร เพราะจะต้องรายงานผู้บริหารทราบ ตนจึงจะบริจาคเป็นเงินทุกครั้ง และวันที่เราจองจะต้องแจ้งว่าจะเข้าชมวันไหน ตนก็บอกว่าจะไปรับใบเสร็จหน้างาน แต่พอไปถึงวันจริงก็ไม่เคยได้รับ โดยไม่ให้เหตุผลใดๆ



“ตอนนั้นเป็นเอฟซีเนอะ เราก็โลกสวย อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่เราบริจาคเงินให้ปางช้างอื่น 10,000 บาท และอีกที่ เดือนละ 500 บาท พี่ก็ส่งตัวอย่างใบเสร็จไปให้ปางช้างนี้ดูเลยว่าไม่ว่าจะบริจาคน้อยหรือมาก ถ้าคุณจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ทันทีที่คุณรับเงิน คุณต้องออกใบเสร็จ” ป้าตุ้ย กล่าว



ป้าตุ้ย กล่าวต่อว่า ได้มีการทวงถามไปยังแชตข้อความหลายรอบ แต่ปรากฏว่าถูกบล็อก เขาไม่รู้หรอกว่าเราเคยไปเที่ยวที่นั่น จึงมีไลน์อยู่ จึงย้ายมาทวงในไลน์ พอเขาส่งใบเสร็จมา เลขที่ใบเสร็จผิดหมดเลย



“เราเคยเขียนถามแสงเดือน ชัยเลิศ ว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำไมดูแลช้างไม่ได้ จะดูแลช้างพลายต่อจากนี้อย่างไร แต่เขาใช้วิธีเอฟซีเขียนด่าเราในโพสต์นั้น” ป้าตุ้ย กล่าว



จากนั้น นายกรวีร์ กล่าวว่า เบื้องต้น กมธ.ได้ติดตามเรื่องนี้มาสักระยะ คาดว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมในวันพุธหน้า (30 ต.ค.67) โดย กมธ.จะออกหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องขอความร่วมมือผู้บริหารมูลนิธิ กมธ. คงต้องส่งหนังสือเชิญด้วย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านให้ความร่วมมือ ไม่ต้องกังวลเพราะเรามีสัดส่วนทุกพรรคการเมือง ทำอย่างตรงไปตรงมา พยายามให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ