สังคม
สาวร้องสื่อ ถูกอดีตแฟนเป็นตำรวจมาเลเซีย มาขโมยกระบะถึงหน้าบ้านพัก
2 ก.ย. 2567
329 views
ผู้สื่อข่าวได้รับร้องทุกข์จาก นางสาวนราภรณ์ อายุ 31 ปี ถูกอดีตแฟนหนุ่มชาวมาเลเซียที่เลิกลากันไปแอบมาขโมยรถกระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู ถึงหน้าบ้านพัก ถนนบ้านบางนา ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ก่อนจะขับข้ามฝั่งไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งอดีตแฟนหนุ่มได้ถือวิสาสะโทรหาช่างทำกุญแจช่วยเปิดประตูรถ และทำกุญแจรถดอกใหม่ โดยมีชายไทยอีก 2 คน นั่งอยู่ในรถยนต์ และยืนคุมเชิงอยู่ท้ายรถกระบะ ขณะที่ช่างทำกุญแจกำลังทำกุญแจดอกใหม่ ซึ่งได้อ้างว่า เป็นตำรวจ และตำรวจทั้งหาดใหญ่รู้จักตนดี
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุที่บริเวณบ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านเช่า 2 หลังติดกัน ซึ่งได้พบกับนางสาวนราภรณ์ ก่อนจะชี้จุดบริเวณหน้าบ้านที่รถกระบะของตนเองจอดอยู่ได้ถูกขโมยไป ก่อนจะเปิดภาพอดีตแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ประเทศมาเลเซียได้มาขโมยรถกระบะไป โดยมีชายไทย 2 คน ยืนคุมเชิง เพื่อให้ช่างทำกุญแจรถยนต์เปิดประตูรถ และทำกุญแจรถดอกใหม่ พร้อมกับมอบหลักฐานเอกสารรถกระบะที่ตนเองครอบครองอยู่โดยถูกกฎหมาย และหลักฐานกล้องวงจรปิดขณะที่กำลังให้ช่างทำกุญแจรถยนต์เปิดประตูรถ และขับออกไปจากหน้าบ้านพักที่ตนเองอาศัยอยู่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 เวลา 16.55 น.
จากการสอบถาม นางสาวนราภรณ์ ได้เล่าว่า ตนเองได้แต่งงานอยู่กินกับอดีตแฟนหนุ่มได้ 1 ปี กับอีก 1 เดือน และอดีตแฟนหนุ่มก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกันพักหลังๆ มักจะมีปัญหาทะเลาะมีปากเสียงกันเกือบทุกวัน สาเหตุที่ทะเลาะกันมาจากเรื่องตนเองขอไปทำงานไม่อยากอยู่บ้านว่างๆ แต่อดีตแฟนหนุ่มไม่ยอมให้ตนไปทำงาน ต่อมาพักหลังๆ เริ่มทะเลาะหนักขึ้นจนถึงขั้นเลิกกัน และรอนัดวันไปหย่ากัน จากนั้นตนก็เดินทางกลับมาประเทศไทย และเดินทางไปเอารถกระบะของตนเอง ซึ่งจอดฝากไว้ที่บ้านพ่อแม่ของตนเองที่จังหวัดนราธิวาส ก่อนจะเดินทางมาอำเภอหาดใหญ่พร้อมกับลูกชายของตน เพื่อหาบ้านเช่าและหางานทำเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
หลังตนเองได้ย้ายมาอยู่บ้านเช่าได้ 3-4 วัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุก่อนเที่ยงวันแม่ของตนได้โทรศัพท์มาบอกว่าอดีตแฟนหนุ่มได้มาตามหาตนที่ร้านข้าวของแม่ที่ขายอยู่ และอดีตแฟนหนุ่มได้เดินทางไปกับชายฉกรรจ์อีก 2 คน ซึ่งชายฉกรรจ์ได้บอกกับแม่ว่า เป็นตำรวจไทยอยู่ที่หาดใหญ่ ตำรวจหาดใหญ่ทั้งหมดรู้จักเขาดี แต่ตนไม่รู้ว่าชายที่อ้างเป็นตำรวจอยู่ที่ สภ.อะไร หลังวางสายโทรศัพท์จากแม่ ตนและลูกชายได้ออกไปหาข้าวเที่ยงกินกัน โดยจอดรถกระบะไว้หน้าบ้านเช่าตามปกติแล้วก็ยืมรถจักรยานยนต์ของเพื่อนขี่ออกไป หลังทานข้าวเสร็จระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้านพัก ปรากฎว่าระหว่างจะเลี้ยวรถเข้าบ้านพัก ตนเองได้เห็นรถยนต์เก๋งคันสีดำจอดอยู่หน้าบ้านและมีชายฉกรรจ์ 3 คน ยืนอยู่หน้าบ้านของตน ตนจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปหลบซ่อนตัวที่บ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆทันที เพื่อความปลอดภัยของตนเองก่อนให้เพื่อนขี่รถไปดูลาดเลาที่หน้าบ้านพักว่าชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนอะไรอยู่ ปรากฎว่าเพื่อนได้โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังให้ใครเปิดประตูรถกระบะอยู่ ตนจึงเริ่มรู้สึกไม่ดี และได้ขอเพื่อนให้ช่วยไปส่งตนและลูกชายที่บ้าน
เมื่อไปถึงบ้านพัก พบว่ารถกระบะของตนที่จอดอยู่หน้าบ้านนั้นได้ถูกขโมยไปแล้ว ก่อนจะโทรศัพท์หาเจ้าของบ้านเช่าเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด เมื่อดูกล้องวงจรปิดพบว่ามีการให้ช่างทำกุญแจรถยนต์มาเปิดประตูรถกระบะ และทำกุญแจรถกระบะดอกใหม่ขึ้นมา ตนจึงได้หาเบอร์ช่างทำกุญแจรถยนต์และได้โทรศัพท์ไปสอบถามช่างทำกุญแจรถยนต์ว่า ใช้สิทธิ์อะไรมาเปิดประตูรถและทำกุญแจผีขึ้นมา ซึ่งตนเองเป็นเจ้าของรถกระบะ และชื่อตนเองเป็นผู้ครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยช่างทำกุญแจรถยนต์บอกกับตนว่า อดีตแฟนหนุ่มได้นำทะเบียนสมรสและหลักฐานต่างที่เกี่ยวกับตน ว่าอดีตแฟนหนุ่มเป็นแฟนกับตนอยู่และอดีตแฟนหนุ่มยังบอกอีกว่า ตนเองติดเงินอยู่ 7 แสนบาท ซึ่งตนเองไม่ได้เป็นหนี้แม้แต่บาทเดียวกับอดีตแฟนหนุ่ม กระบะตนได้ใช้เงินตัวเองซื้อมาได้ 2-3 ปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังผ่อนค่างวดรถอยู่ ที่สำคัญซื้อรถกระบะมาก่อนหน้าที่จะรู้จักคบหากับอดีตแฟนหนุ่มด้วยซ้ำ
ที่สำคัญตนเองได้เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญต่างๆ ไว้ในรถด้วย เนื่องจากตนเองพึ่งย้ายมาเช่าบ้านได้ไม่กี่วัน ซึ่งอยู่ระหว่างซื้อของ และตู้เก็บทรัพย์สินเข้าบ้าน จึงได้เก็บทรัพย์สินมีค่า และเอกสารเอาไว้ในรถก่อน เพื่อความปลอดภัย แล้วก็รีบไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.บางกล่ำ ส่วนทรัพย์สินมีค่าที่เก็บไว้ในรถนั้นมี สร้อยข้อมือ 1 บาท 1 เส้น แหวนทองครึ่งสลึง 1 วง ส่วนเอกสารก็มี ใบฝากทอง และเอกสารสำคัญ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบช่างนุ๊ก ช่างทำกุญแจรถ ได้เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เวลา 15.30 น. ได้มีลูกค้าเป็นผู้หญิงโทรศัพท์มาที่ตน แล้วบอกว่าให้ตนไปเปิดประตูรถกระบะอีซูซุให้หน่อยว่า ได้ทำกุญแจรถหาย เมื่อไปถึงหน้างานตนก็ได้ถามว่า ใครเป็นเจ้าของรถแล้วก็มีชายคนนึงแสดงตัวว่าเป็นสามีกับเจ้าของรถกระบะ แล้วเขาก็เอารูปถ่ายคู่กับเจ้าของรถกระบะมาให้ดู พร้อมกับมีการยืนยันและบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ประเทศมาเลเซียด้วย ซึ่งตอนไปถึงหน้างานนั้นตนเห็นมีคนอยู่ 3 คน มีผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 1 คน ซึ่งทางผู้ชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจมาเลเซีย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยมาด้วยเป็นตำรวจอยู่ที่สะเดา แล้วก็มีผู้ชายเดินมายืนยันว่าเป็นตำรวจไทย ตนจึงตัดสินใจเปิดประตูและทำกุญแจดอกใหม่ขึ้นมาซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที พอทำเสร็จเค้าก็จ่ายเงินให้ตนค่าทำกุญแจแล้วก็บอกว่าจะเอารถกระบะไปจอดไว้ที่โรงพัก ตนก็เลยโอเค พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ตนไม่ขอรับงานเปิดประตูรถแบบนี้อีก เพราะว่ามันเสี่ยงอันตรายมากที่ไปทำดอกกุญแจ แล้วก็เดี๋ยวจะเดินทางไปที่ สภ.คอหงส์ เพื่อเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตัวเองด้วยว่า หลังจากนี้ออกนอกพื้นที่ไปรับงานทำกุญแจจะขอตรวจสอบเอกสารรถให้ดี
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามไปยัง พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา ถึงข้อกฎหมายและความผิด ว่า หากไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ หรือ เจ้าของทรัพย์สินมีค่า ซึ่งได้มีการถือวิสาสะให้ช่างทำกุญแจรถยนต์มาทำการเปิดประตูรถและทำกุญแจรถยนต์ใหม่ขึ้นมา และยังมีการอ้างว่าเป็นตำรวจชุดสืบสวนของพื้นที่อำเภอสะเดา และอ้างว่าปัจจุบันเป็นสามีภรรยากันอยู่กับเจ้าของรถและก็มีการขับรถกระบะออกไป โดยที่เจ้าของรถยนต์ตัวจริงยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะมีความผิดทางกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทาง พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา แจ้งว่า พฤติกรรม หรือ การกระทำ ที่เกิดขึ้นนั้น ตามหลักกฎหมายถือว่ามีความผิด หากทางเจ้าของรถยนต์ตัวจริงไม่มีการยินยอม หรือ อนุญาตให้นำรถยนต์ หรือ ทรัพย์สินไป ถือว่าพฤติกรรมนั้นเข้าข่ายข้อหาลักทรัพย์ หากมีบุคคลอื่นร่วมอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยแต่ไม่มีการห้ามปรามก็ถือว่าผิดเช่นกัน ก็จะโดนข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ยิ่งถ้าหากชายไทย 2 คน ที่ไปด้วยนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจริง ก็จะโดนโทษทางวินัยและถึงขึ้นไล่ออกจากราชการ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวตรวจสอบบุคคล 2 คน และประสานถามข้อมูลกับ พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา บุคคลทั้ง 2 คน ที่มีการแอบอ้างว่าเป็นตำรวจชุดสืบสวน สภ.สะเดา นั้นจริงหรือไม่ ตรวจสอบพบว่า บุคคลทั้ง 2 คน ที่มากับตำรวจมาเลเซียนั้นเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่รู้จักกันกับตำรวจมาเลเซีย ซึ่งได้ถูกตำรวจมาเลเซียว่าจ้างให้มาเป็นเพื่อน และพามาบ้านอดีตแฟนสาว เพื่อกลับประเทศมาเลเซีย เมื่อไม่เจออดีตแฟนสาวจึงได้ให้ผู้หญิงที่มาด้วยกัน โทรศัพท์หาช่างที่รับทำกุญแจรถนอกสถานที่ โดยการโกหกช่างทำกุญแจรถว่าแฟนสาวได้ทำกุญแจรถหาย และจะนำรถกระบะไปใช้ที่ประเทศมาเลเซีย ได้มากับตำรวจไทยที่อยู่สะเดาจริง อีกทั้งยืนยันว่าเป็นตำรวจไทยอยู่ที่สะเดา ทั้ง 2 คน และยังมีการเอารูปที่ใส่ชุดตำรวจมาเลเซียและถ่ายรูปคู่อดีตแฟนสาวมาหลอกยืนยันว่า ปัจจุบันยังเป็นสามีของอดีตแฟนสาวอยู่
จากการตรวจกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ทางเข้าบ้านพักพบว่า รถยนต์เก๋งโตโยต้า แอคคอร์ด สีดำ ได้มีการขับเข้ามาวนเวียนอยู่หน้าบ้านของนางสาวนราภรณ์ถึง 3 รอบ โดยรอบแรก เวลา 13.40 น. อดีตแฟนหนุ่มที่ตำรวจมาเลเซียและชายหญิงที่อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวนสะเดา ได้ขับมาจอดตรงหน้าบ้านพักเพื่อจะดูว่านางสาวนราภรณ์อยู่ในบ้านพักหรือไม่ แต่ปรากฎว่าประตูบ้านพักปิดสนิทไม่มีใครอยู่ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนางสาวนราภรณ์ได้ออกไปกินข้าวเที่ยงกับลูกชายจังหวะจะเลี้ยวเข้าซอยเห็นรถยนต์แปลกๆมาจอดตรงหน้าบ้านจึงไหวตัวทันและไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเพื่อน บวกกับก่อนหน้านี้ทางแม่ของนางสาวนราภรณ์ได้โทรศัพท์มาบอกล่วงหน้าว่าอดีตแฟนหนุ่มได้ไปตามหานางสาวนราภรณ์ที่บ้านแม่ พอนางสาววราภรณ์ไม่ได้อยู่นี้คาดว่าต้องมาตามหานางสาวนราภรณ์ที่นี่แน่นอนพอนางสาวนราภรณ์กำลังจะเลี้ยวเข้ามาในซอยจึงเห็นพอดี
โดยรอบที่สอง เวลา 14.30 น. อดีตแฟนหนุ่มที่ตำรวจมาเลเซียและชายหญิงที่อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวนสะเดา ได้ขับรถวนมาดูนางสาวนราภรณ์ แต่ประตูบ้านพักยังปิดสนิทเหมือนเดิม จากนั้นอดีตแฟนหนุ่มได้ขัยออกจากซอยด้านข้างเพื่อไปแอบรอดูนางสาวนราภรณ์กลับมาจากข้างนอกอยู่ข้างซอยบ้านพักอยู่ 30 นาที ก่อนจะขับรถออกไป
โดยรอบที่ 3 เวลา 15.30 น. อดีตแฟนหนุ่มที่ตำรวจมาเลเซียและชายหญิงที่อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวนสะเดา ได้ขับรถวนมาดูนางสาวนราภรณ์ที่บ้านพักอีกปรากฎว่าเหมือนเดิมนางสาวนราภรณ์ยังไม่กลับเข้ามาที่บ้านพัก ก่อนอดีตแฟนหนุ่มสั่งให้หญิงทอมบอยโทรศัพท์หาช่างทำกุญแจรถยนต์นอกสถานทีทันที
เวลา 16.55 น. ช่างนุ๊กที่รับงานทำกุญแจนอกสถานที่หลังรับงานจึงได้ขับรถยนต์คันสีขาวเลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้าบ้านพักก่อนจะมีการพูดคุยขอดูเอกสารชื่อคนที่ครอบครองรถตัวจริงและให้มาแสดงตัวก่อน เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีการแอบอ้าง สวมรอยเป็นเจ้าของรถแทนซึ่งช่วงโทรศัพท์เข้ามานั้น ได้มีการอ้างว่ากุญแจรถหล่นหาย แล้วหลอกให้ช่างทำกุญแจรถยนต์ให้แล้วขโมยรถไป หลังมีการแสดงตัวและแสดงเอกสารเเต่กลับแสดงเอกสารการสมรสและอ้างว่าเป็นตำรวจมาเลเซียและยังอ้างว่าเป็นสามีกับเจ้าของรถกระบะ ต่อมาช่างนุ๊กจึงได้ตัดสินใจเปิดประตูรถยนต์และทำกุญแจรถดอกใหม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง