สังคม

หนุ่มนครปฐม ถูกสาวปลอมโปรไฟล์เป็นตำรวจ ดูดเงินหมดตัว

โดย thanaporn_s

6 มิ.ย. 2567

737 views

หนุ่มนครปฐม ถูกสาวปลอมโปรไฟล์เป็นตำรวจ หลอกเงินเกลี้ยงบัญชี ดูดเงินจนหมดตัว


หนุ่มนครปฐมรายหนึ่ง อายุ 42 ปี ร้องเรียนกับเพจโหนกระแสว่า โดนหญิงสาวคนหนึ่ง หน้าตาดี อ้างว่าเป็นตำรวจหญิง เข้ามาตีสนิทจนคบหาเป็นแฟน ก่อนผิดสังเกตุ ว่าแฟนสาวไม่เคยไปเข้าเวรหรือทำงานเลย กว่าจะตาสว่างว่าถูกหลอก เงินในบัญชีหมดเกลี้ยง หมดเนื้อ หมดตัว ยิ่งเจ็บใจหนักเพราะแจ้งความดำเนินคดี แต่ตำรวจเสนอทางช่วยเหลือจนฝ่ายหญิงได้ประกันตัว ร้องเรียนอะไรไปกลับโดนตามคุกคามข่มขู่


นายกิต นามสมมติ อายุ 42 ปี ชายผู้ร้องเรียน เล่าให้คุณนฤชา กมุทโยธิน ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ฟังว่า เมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 63 มีผู้หญิงคนหนึ่งทักมาหาตนผ่านทาง Facebook จึงได้พูดคุยทำความรู้จักกันประมาณ 1 อาทิตย์ ผู้หญิงคนดังกล่าวใจถึงมาก เดินทางจาก จ.ระยอง มาหาตนถึง จ.นครปฐม โดยฝ่ายหญิงอ้างว่าเป็นตำรวจยศ ร.ต.อ.และ มีพี่ชายเป็นสารวัตร ซึ่งตนได้มีโอกาสพูดคุยกับที่ชายผ่านทางเฟซบุ๊กด้วย เห็นรูปโปรไฟล์ใส่ชุดตำรวจ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เจอตัวจริง

วันที่ฝ่ายหญิงมาหา ตนก็พาเข้าบ้านฝ่ายหญิงมากับลูกสาววัย 4 ขวบ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดกำลังระบาดหนักตนจึงไม่อยากพาไปทานอาหารข้างนอกฝ่ายหญิงอยากกินกระเพรากุ้งตนจึงซื้อกุ้งมาทำผัดกระเพราให้กินและนอนค้างกันที่บ้านของตน จำไม่ได้ว่า มีสัมพันธ์กุนหรือไม่ แต่หลังจากนั้นมีแน่นอน เพราะตนและฝ่ายหญิงตัดสินใจคบหากัน จนผ่านมาประมาณ 4-5 เดือน ตนเริ่มสงสัยว่า ทำไมฝ่ายหญิงถึงมาหาตนได้บ่อยๆ ไม่ต้องเข้าเวร ทำงาน ทำการ อะไรหรือ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจและปืนพกประจำกายด้วย แต่ฝ่ายหญิงก็อ้างว่า ทำงานตามที่นายสั่งให้ไปสืบ ส่วนบัตรกับปืนไม่ได้พกติดตัว เพราะตนเป็นโรคซึมเศร้า อาจใช้ก่อเหตุทำร้ายตัวเอง

ต่อมาฝ่ายหญิงเริ่มมีปัญหาที่ต้องใช้เงิน เช่น อ้างว่าไปจับคนร้ายคดียาเสพติดแล้วทำของกลางหาย โดนตั้งคณะกรรมสอบวินัย ต้องหาเงิน 5 หมื่น ไปเคลียร์ หรืออ้างเรื่องข้อมูลของแม่หาย ต้องใช้โทรศัพท์ไอโฟน 11 ขึ้นไปในการดึงข้อมูลกลับมา เพื่อจะได้จัดการเกี่ยวกับที่ดินของแม่ที่มีอยู่ 200-300 ไร่ และเงินในบัญชีแม่อีก 30-40 ล้านบาท ตนจึงตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มือถือ iphone xs ให้ฝ่ายหญิงในราคา 17,000 บาทและบอกว่า หลังกู้ข้อมูลให้แม่เสร็จจะโอนเงินคืนให้ แต่เหตุการณ์หลายๆ อย่างหลังจากนั่น ทำให้ตนเริ่มสังเกตเห็นพิรุธ เพราะหลังจากอ้างว่า นำโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปให้พี่ชายที่เป็นสารวัตรกู้ข้อมูล ฝ่ายหญิงได้ใช้โทรศัพท์รุ่นที่ถูกลง พอตนถามก็อ้างต่าง ๆ นานา จนตนสงสัยว่าอาจนำไปขายแลกเงิน แล้วซื้อเครื่องที่ถูกกว่ามาใช้

นอกจากนี้ ฝ่ายหญิงยังมีพฤติกรรมรุนแรง หากไม่ได้ดั่งใจก็จะอาละวาดทำลายข้าวของและทำร้ายตัวเอง ไม่ทำงานทำการ จนตนเริ่มทนไม่ไหว ไม่อยากอยู่กับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป จึงได้สืบหาตัวตนที่แท้จริงของฝ่ายหญิงจนทราบว่า ไม่ได้เป็นตำรวจ จริง ส่วนพี่ชายที่อ้างว่าเป็นสารวัตรก็ไม่ใช่ตำรวจ ซ้ำยังใช้ชื่อ-สกุลปลอม เมื่อตนจับได้และขอเงิน-ทรัพย์สินคืน ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์ ค่าปิดไฟแนนซ์รถยนต์ให้ฝ่ายหญิงที่ตนให้พ่อไปกู้ยืมมา ฯลฯ ฝ่ายหญิงก็สารภาพว่า โกหกตนจริงๆและได้คุกเข่าไหว้อ้อนวอน สัญญาว่าจะหามาคืนให้ แต่สุดท้ายก็ไม่คืนและหนีหายไปเลย ตนจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐม ฐานฉ้อโกง ช่วงเดือน พ.ค. 64

ตนกลับต้องมาทุกข์หนักการปฏิบัติงานของร้อยเวรเจ้าของคดี เพราะตนต้องคอยทวงถาม อีกทั้งร้อยเวรคนนี้ไม่เคยพูดกับตนดี ๆ เลย ตะคอกตวาด ไล่ตนออกจากห้อง กระทั่งวันที่ 26 ก.พ. 65 สามารถติดตามตัวฝ่ายหญิงได้ มีการมารับทราบข้อกล่าวหา ตนก็ได้ไปเจอ พร้อมทั้งติดตามทวงถามถึงผู้ร่วมขบวนการฉ้อโกง ก็โดนร้อยเวรคนเดิมดุอีกและไล่ให้ออกจากห้องไป บอกเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับคุณ ไม่ใช่หน้าที่คุณ

2 วันต่อมา ตนทราบว่า ฝ่ายหญิงได้ประกันตัว ซึ่งฝ่ายหญิงไม่มีญาติที่ไหนและไม่น่าจะมีเงิน ตนจึงสงสัยว่า ประกันออกไปได้อย่างไร จนมาทราบในภายหลังและเชื่อว่า น่าจะมีการช่วยเหลือจากตำรวจ อีกทั้งหลักฐานต่างๆ ที่ตนได้มอบให้ตำรวจไป 100 กว่าแผ่น แต่ไปถึงมืออัยการและศาล 7 แผ่น ซึ่งศาลได้ตัดสินโทษฝ่ายหญิงให้รอลงอาญาและปรับ 7,500 บาทพร้อมให้ใช้เงินตน 10,000 บาท ทำให้ตนเชื่อว่า ตำรวจช่วยฝ่ายหญิงทำสำนวนอ่อนและไม่มีการขยายผล จับผู้ร่วมขบวนการ คนอื่นๆ อ้างว่า ตามตัวไม่ได้


ตนเคยร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาของร้อยเวรคนนี้ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า มีเพียงข้อแก้ตัว อ้างว่า ตำรวจทำครบจบกระบวนการแล้วและทำตามพยานหลักฐาน อีกทั้งตนยังถูกข่มขู่คุกคาม บอกว่าจะเก็บตน มีชายแต่งกายครึ่งท่อนคล้ายคนในเครื่องแบบติดตามตน ไปนั่งเฝ้าตน จนตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ขณะนี้ผ่านมาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ผู้ต้องหาได้ใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนผู้ร่วมขบวนการลอยนวล ตนมองว่า ไม่เป็นธรรมกับตนเลย เงินที่ถูกหลอกไปตนสามารถนำมาใช้เพื่อดูแลรักษาแม่ยามป่วยได้ และแม่ตนอาจมีชีวิตที่ยืนยาวกว่านี้ อีกทั้งตนยังติดใจการทำงานของร้อยเวรคนดังกล่าว จึงร้องเรียนผ่านสื่อให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง คืนความยุติธรรมให้ตนด้วย


แท็กที่เกี่ยวข้อง  ตำรวจ ,ตำรวจหญิง ,หลอกเงิน

คุณอาจสนใจ