สังคม

ปู่ย่าไม่ทนเข้าแจ้งความ หลานสาว ป.6 ถูกน้าเขยขืนใจกว่า 5 ครั้ง-ขู่ฆ่าหากบอกใคร

27 พ.ค. 2567

4.9K views

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ข้าราชการครูที่จังหวัดจันทบุรี ให้ตรวจสอบความคืบหน้ากรณีที่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นางดำ (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี เป็นย่าของด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น หลังแจ้งความกับตำรวจ สภ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น กรณีที่ ด.ญ.เอ ถูกเพื่อนบ้านชื่อนายปาย ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ข่มขืน 5 ครั้ง เกรงว่าเรื่องจะเงียบและคนก่อเหตุจะลอยนวล จึงอยากให้สื่อมวลชน ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวให้ด้วย


ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางดำ (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี ย่าของด.ญ.เอ โดยย่า เปิดเผยว่า คนที่ข่มขืนหลานสาวก็คือหลานเขย เพราะแต่งงานกับหลานสาวที่เป็นลูกของญาติพี่น้องกัน มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ๆ กัน


เรื่องถูกเปิดเผยเพราะหลานชาย อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 ซึ่งเล่นเฟซบุ๊กและสามารถเข้ารหัสเฟซบุ๊กของ ด.ญ.เอ หลานสาวได้ แล้วพบข้อความในแชตเฟซบุ๊กของหลานสาวที่พูดคุยกับชายชื่อนายปาย ซึ่งเป็นหลานเขยของตน ในลักษณะข่มขู่ และชักชวนให้ออกไปหลับนอนกัน หลานชายจึงมาบอกให้ทราบ จึงรู้เรื่อง พอรู้เรื่องจึงเค้นเอาความจริงจากหลานสาว ที่กำลังซึมเศร้า ซึ่งหลานสาวก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง


โดยทราบจากหลานสาว เล่าว่า ครั้งแรกที่ถูกข่มขืนนั้น เป็นช่วงสงกรานต์เกิดขึ้นภายในห้องน้ำของโรงเรียนประจำหมู่บ้าน นายปายไปหาและหลอกล่อเข้าห้องน้ำ ข่มขืนจนสำเร็จ จากนั้นก็ข่มขู่ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครถ้าบอกจะฆ่าทิ้ง หลานสาวจึงไม่กล้าบอกใคร


จากนั้น นายปายก็หลอกล่อออกไปหาที่ทุ่งนา และข่มขืนต่ออีก 4 ครั้ง รวมเป็น 5 ครั้ง โดยที่หลานสาวก็ยังไม่กล้าบอกใคร อีกทั้งเป็นช่วงปิดเทอม หลานสาวกับเพื่อนจะไปเล่นที่โรงเรียน นายปายจึงหลอกล้อได้ง่าย ทำให้หลานสาวคุ้นเคยกับนายปาย ไม่คิดว่าจะถูกหลอกล่อไปข่มขืน และที่ผ่านมานายปายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานาน กลัวว่าจะย้อนมาลักพาตัวหลานสาวไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะปรึกษาครูอาจารย์ในโรงเรียนขอให้ช่วยสอดส่องอีกทางด้วย


ย่ากล่าวอีกว่า หลังทราบรายละเอียดจากหลานสาว จึงไปหานายปายที่บ้าน แต่แม่ยายและภรรยานายปายไม่รับรู้ด้วย และนายปายก็ไม่อยู่บ้าน จึงไม้ได้พูดคุยกัน จึงแจ้งให้ลูกชายที่เป็นครู ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของหลานสาวทราบเรื่อง ลูกชายจึงให้ไปแจ้งความกับตำรวจสภ.โนนศิลา ให้จับกุมนายปายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย


ขณะที่นายแดง (นามสมุติ) อายุ 75 ปี ปู่ของ ด.ญ.เอ กล่าวว่า ปู่กับย่าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย เพียงแต่สงสัยว่าช่วงปิดเทอม หลานสาวดูเศร้าซม ไม่สดชื่น ทั้งที่ก็ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ที่เรียนหนังสือด้วยกันตามปกติ แต่ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยจึงไม้ได้ถาม แต่เรื่องแดงเพราะหลานชายไปพบข้อความในแชตของหลานสาว จึงมาบอกปู่กับย่า จากนั้นจึงถามหลานสาว หลานสาวก็ยอมรับว่า ถูกข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียนและที่กระท่อมในทุ่งนา และถูกข่มขู่ห้ามบอกใคร


ถ้าบอกปู่ย่า จะฆ่าทิ้ง หลานอายุเท่านี้จึงไม่กล้าพูดและเก็บไว้เป็นความลับ เชื่อฟังและไม่บอกใคร แต่เมื่อหลานชายพบข้อความในแชตมาบอกจึงเค้นเอาความจริงจนหลานสาวเปิดปากทุกอย่าง ย่าจึงไปแจ้งความกับตำรวจ ให้จับนายปายเข้าคุก แต่นายปายยังไม่ถูกจับ ยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปมา จึงขอฝากถึงตำรวจสภ.โนนศิลาว่า ช่วยเร่งรัดจับกุมตัวนายปายเข้าคุกให้ด้วย เพราะเป็นคนอันตราย


ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว จาก พ.ต.อ.สำเนาว์ กรุยกระโทก ผกก.สภ.โนนศิลา ทราบว่า คดีดังกล่าวล่าสุดนั้น อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยาน หลักฐาน และจะนำตัว ด.ญ.เอไปพบอัยการ เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพทำการสอบสวนตามขั้นตอน จากนั้นก็จะขอให้ศาลออกหมายจับ เพื่อจับกุมนายปายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในข้อหาที่เกี่ยวข้อง


ต่อมาเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปบ้านของนายปาย อายุ 24 ปี น้าเขยที่ก่อเหตุ ที่บ้านหนองน้ำขุ่นเหนือ หมู่ 16 ต.บ้านหัน อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับนางสาว นก (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี แฟนสาวของนายปาย ซึ่งมีลูกด้วยกันเป็นลูกชายอายุ 1 ขวบ 4 เดือนแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องดังกล่าวนั้น ตนเองทราบเรื่องหลังจากยายไปแจ้งความ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกัน แต่นายปายได้หายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ที่ผ่านมานายไปชอบเล่นชอบเที่ยวชอบสนุกไม่ค่อยอยู่บ้าน ติดเพื่อน ส่วนตนเองก็ไม่สนใจไม่ใส่ใจ อยู่แต่บ้านเลี้ยงลูก จนความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีนัก และมีปัญหาจนตนเองไล่ให้กลับบ้านไปที่จังหวัดอุดรธานี หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย โดยนายปลายส่งเงินมาให้บ้าง แต่ฝากคนอื่นมาให้ และตอนนี้แฟนหายไปไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย


เรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองเห็นแชตของแฟนคุยกับหลานสาว มีการชักชวนไปหา ซึ่งเป็นหลานชายฝากข้อความแชตมากับเพื่อน มาให้ตนเองดู ตนเองจึงนำแชตข้อความไปให้ยายดู โดยข้อความในแชตซึ่งพบว่าน่าจะมีการลบข้อความออกไปบางส่วน เป็นข้อความที่ฝ่ายชายถามหลานสาวว่าอยู่ไหน โดยหลานตอบกลับมาว่าอยู่บ้าน และฝ่ายชายบอกต่อว่า ออกมาหาหน่อย ก่อนที่ข้อความจะสิ้นสุดเท่านั้น และหลานสาวก็ออกไปหาแฟนตนเอง เพื่อให้ยายทราบและไม่ให้หลานออกไปหาแฟนหนุ่มอีก ตนเองเสียใจที่หลานสาวไม่บอกอะไรเลย ทั้งที่มาเล่นด้วยทุกวัน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเสียใจที่ทำไมไม่บอกว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ตอนนี้ส่วนตัวขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง


นางสาวนก บอกอีกว่า ครั้งล่าสุดที่เห็นแฟนหนุ่มอยู่ที่งานศพของยายอีกคนในหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 และหลังจากเกิดเรื่องขึ้น ที่หลานนำ แชตข้อความมาให้ดู ตนเองก็ได้ไปถามนายปาย ว่าคบกันนานหรือยังได้กันกี่ครั้ง แต่แฟนหนุ่มก็บอกเพียงว่าจำไม่ได้ลืมแล้ว ก่อนหายออกจากบ้านไปและไม่ติดต่อกลับมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่มาทราบจากยายของหลานบอกว่าไปมีอะไรกันอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งวันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่มาสอบถามหานายปายอยู่ที่บ้านด้วย ตนเองก็ให้ข้อมูลแบบนี้ไปเช่นกัน แต่ไม่ทราบว่านายปาย ไปอยู่ที่ไหนหรือไปอยู่กับใครเพราะเป็นคนที่ชอบกินชอบเที่ยวชอบเล่น ยาเสพติดการพนันเอาทุกอย่าง ส่วนตัวก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกันอีกปล่อยปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ