สังคม
เพื่อนยืนยัน สานต่อเจตนารมณ์ 3 ข้อเรียกร้องของ “บุ้ง ทะลุวัง” กังวลสิทธินักโทษทางการเมืองรายอื่น
14 พ.ค. 2567
232 views
กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง วันนี้ (14 พ.ค.67) เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ครอบครัวของนางสาวเนติพร หรือบุ้ง นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางมาที่ สำนักงานนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมถึงทนายความ และเพื่อนนักกิจกรรมทางการเมืองด้วย หลังได้รับการยืนยันว่า นางสาวเนติพร เสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางครอบครัว ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน และได้ให้ทนายความ และเพื่อนเป็นคนให้ข้อมูล
โดยนายกิตติธัช ศรีอำรุง และ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ เพื่อนนักกิจกรรมของ บุ้ง ให้สัมภาษณ์หลังได้เข้าพูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง น.ส.ณัฐนิช ยืนยันว่า บุ้ง ไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว จากการที่บุ้ง อดอาหารมานานกว่า 100 วัน โดยถูกคุมขังในคดี ม.112 และศาลอาญากรุงเทพใต้ ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งแพทย์ยืนยันเวลาการเสียชีวิต 11.22น. “วันนี้เป็นที่ทราบกันในสังคมว่า 112 ได้พรากชีวิตพี่บุ้งไปเรียบร้อยแล้ว” ส่วนกำหนดการอื่นๆ จะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
และตอนนี้ ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยังอดอาหารอยู่ในเรือนจำ เช่นเดียวกับบุ้ง จึงไม่อยากให้ต้องมีใครเสียชีวิตเพราะคดี 112อีก จึงอยากให้ช่วยกันส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจ ว่า “วันนี้มีคนยอมแลกชีวิตด้วยการติดคุกเพราะ ม.112 จริง ๆ บุ้งพูดไว้ว่า เขาไม่ได้มาเล่น ๆ เขามาจริง และครั้งนี้เขาก็ต้องจากไปจริง ๆ ”
ขณะที่ นายกิตติธัช บอกเพิ่มเติม ว่า ในนามตัวแทนของเพื่อน บุ้ง ยืนหยัดข้อเรียกร้อง 3 ข้อในการอดอาหาร จึงขอฝากถึงสังคมด้วยว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ประเทศไทยไม่ควรที่จะได้เป็นสมาชิกคณะมนตรีว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งไม่ได้บอกว่า ไม่ต้องเป็น เพราะตามกลไกของสหประชาชาติประเทศไทยได้เป็นแน่นอน แต่อยากแสดงให้เห็นว่าไม่ควรเป็น เพราะมองว่า การที่บุ้งไม่ได้รับการประกันตัวออกมา และต้องถูกกลับเข้าเรือนจำไปอีกครั้ง ด้วยเหตุผลที่อยู่นอกเหนือคดี ม.112 หรือคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ร้ฐและประชาชน รวมถึงการได้รับการดูแลในราชทัณฑ์ สะท้อนให้เห็นว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศไทย
ส่วนข้อ 2. คือประเทศควรที่จะมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ประเทศไทย นักโทษคดี 112 และนักโทษทางการเมือง ควรจะได้รับสิทธิการประกันตัว และ 3.ไม่ควรมีผู้เห็นต่างทางการเมืองจะต้องมาติดคุกอีก เนื่องจากที่ผ่านมา บุ้งมีความหวังและแรงจูงใจที่อยากจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่เด็ก จากภูมิหลังทางครอบครัว ไม่ได้พึ่งจะมาเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงไม่อยากให้สูญเปล่า และไม่อยากให้มีใครต้องมาติดคุกและถูกดำเนินคดีทางการเมืองอีก เพราะคดีทางการเมือง ไม่มีทั้งสิทธิประกันตัว และสิทธิในการพบทนายความ รวมถึงสิทธิในการเข้ารับการรักษาให้แพทย์เข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งนักโทษทางการเมืองจะมีความพิเศษมากกว่านักโทษทั่วไป ดังนั้นจึงยากเรียกร้องในจุดยืน3ข้อนี้ในสังคมไทย และอยากสานต่อเจตนารมณ์ของบุ้ง ไม่อยากให้ข้อเรียกร้องนี้สูญเปล่า
ซึ่งเหตุผลที่จะต้องสานต่อเจตนารมย์ 3 ข้อ ก็เพราะมองว่า ตอนนี้ไม่ได้มีแค่บุ้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน เพราะยังมีคนที่อดอาหาร ในคดีทางการเมือง อยู่อีกมาแต่ขอไม่บอกว่าเป็นใครบ้าง และเชื่อว่าหากยืนหยัดใน 3 ข้อเรียกร้องนี้ จะสามารถช่วยเหลือได้อีกหลายคน พร้อมยอมรับว่า มีความกังวลที่ จะมีนักโทษทางการเมืองรายอื่นๆ เกิดกรณีแบบเดียวกับบุ้ง
นายกิตติธัช กล่าวต่อถึงความรู้สึกที่มีต่อบุ้งทั้งน้ำตาว่า ตนเองสนิทกับบุ้งมากยิ่งขึ้น วันนี้ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็ง แต่ก็อยากบอกบุ้งว่า คิดถึง เพราะอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเป็นรายชื่อตนเองก็จะได้เข้าเยี่ยม ซึ่งก็เป็นการสะท้อนอีกว่า แม้กระทั่งการเข้าเยี่ยมก็ยังเป็นปัญหา จึงเสียดายที่อีกแค่สัปดาห์สองสัปดาห์ก็จะได้เจอกันแล้ว แล้วกระบวนการประกันตัวก็อาจจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เพราะตนเองได้พูดคุยกับบุ้งก่อนเข้าเรือนจำว่า จะออกมาทำอะไรกันต่อบ้าง เพราะภาพสุดท้ายยังคงเกาะแขนบุ้งแล้วกระโดดโลดเต้น ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ ที่ผ่านมาอาจจะมีภาพออกไปทางโซเชียลอีกแบบ แต่ในฐานะน้อง เขาเป็นพี่สาวที่น่ารัก
ดังนั้นก่อนที่บุ้งจะเข้าเรือนจำ บุ้งได้ฝากไว้ว่า “พี่ยืนหยัดใน 3 ข้อนี้จริง ๆ ถ้าพี่จะต้องตาย พี่จะต้องตายไปกับ 3 ข้อเรียกร้องนี้” ดังนั้นอยากจะให้ตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไปแล้วมาเรียกร้องใน 3 ข้อดังกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีของหยก จะมาที่โรงพยาบาลด้วยหรือไม่ นายกิตติธัช ตอบเพียงว่า “ขอไม่ตอบ”
ด้านนักข่าวพยายามติดต่อผ่านโทรศัพท์ ไปหา หยก อดีต นักกิจกรรมทางการเมือง ที่อยู่กลุ่มเดียวกับบุ้ง .นฐานะน้องสาวคนสนิทและคุ้นเคยเป็นผู้ปกครองเพื่อถามว่าจะมาที่โรงพยาบาลด้วยหรือไม่ หยกตอบกลับมาเพียงว่า “โทรมาทำไมคะ ไม่ได้ไปค่ะ” ก่อนวางสายไปทันที
ซึ่งต่อมา หยก อดีตนักกิจกรรมทางการเมือง น้องสาวคนสนิทของ น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง โพสต์หลังจากบุ้ง เสียชีวิต ระบุว่า “Respect มากๆ ที่ตั้งตรงอยู่ในหลักการ วันนี้ในปีที่แล้วเรายังไม่ได้เจอกันข้างนอกเลย เมื่อไหร่สังคมไทยจะก้าวไป เปิดรับ สีที่หลากหลายได้จริงๆ เสียที สังคมไทยมีแต่สีขาวกับสีดำ คุณได้มองดูตัวเองบ้างหรือยัง คุณไม่เคยก้าวพลาด ไม่เคยทำผิดเลยหรือ ก่อนที่คุณจะป้ายสีให้ใครดำมืด ช่วยกรุณาดูสิ่งที่ตัวเองพิมพ์เสียก่อน
ในตอนนี้ยังมีแพทย์รังสี มี rapper มีหัวหน้าครอบครัว มีสมาชิกครอบครัว พ่อ แม่ ลูก หลาน แต่เขาต้องจากเป็นจากไปอยู่ในนั้น ทั้งที่เขาควรได้อยู่ด้วยกันทำตามความฝันตัวเอง ฝันของพวกเขาแต่ละคนแตกต่างกันไป แต่เขาก็มีฝัน มีแพลน ของตัวเอง แต่ฝันร่วมกันของพวกเขาคือ อยากเห็นประเทศนี้ มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขอให้ประเทศไทยโชคดีในการลงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน”
แท็กที่เกี่ยวข้อง