สังคม

อดีต ตร.รถไฟ ขอเห็นใจยุบหน่วยรถไฟ ทำประชาชนไม่ปลอดภัย

17 ต.ค. 2566

1K views

จากกรณีที่ในวันนี้เป็นวันครบกำหนดที่ให้หน่วยงานตำรวจรถไฟยุติการทำงานและมีการยุบหน่วยโดยมีการกระจายกำลังข้าราชการในสังกัดไปตามหน่วยงานใหม่ที่มีการจัดสรรให้กำลังพลทั้งในและนอกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางซึ่งโดยส่วนใหญ่มีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา


ทีมข่าวได้พูดคุยกับอดีตข้าราชการตำรวจรถไฟคนหนึ่งที่รับราชการเป็นตำรวจรถไฟมานานกว่า 40 ปี และขณะนี้ถูกโอนย้ายไปทำงานใหม่ในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นที่เรียบร้อย ระบุกับทีมข่าว ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ประเด็นสำคัญที่ตำรวจรถไฟถูกยุบ เนื่องจากเหตุผลว่าตำรวจรถไฟไม่ได้ปฏิบัติภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้มีการสอบสวน ปราบปราม ทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงตำรวจรถไฟมีหน้าที่และหน้างานในการสอบสวน สืบสวน ป้องกันและปราบปรามเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ รวมถึงการดูแลประชาชน


และที่สำคัญ ตำรวจรถไฟมีพื้นที่รับผิดชอบชัดเจน ซึ่งเท่าที่ตนเองทราบ จุดประสงค์ของการเขียนพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 ที่จะมีการยุบหน่วยตำรวจที่ไม่ได้ปฏิบัติภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือตำรวจท่องเที่ยว และกองบังคับการตำรวจจราจร


แต่ทราบว่าในส่วนของตำรวจจราจรที่จะมีการส่งมอบให้กับพื้นที่กรุงเทพ ติดปัญหาในเรื่องที่ทางกรุงเทพมหานครไม่ต้องการที่จะทำงานด้านสอบสวนแต่ต้องการทำงานด้านการเปรียบเทียบปรับเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่มีการยุบหน่วยดังกล่าว และผลก็มาตกที่ตำรวจรถไฟ


ทั้งนี้ นอกจากกองบังคับการตำรวจรถไฟยังทราบว่ามี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ก็อยู่ในหน่วยงานที่ เข้าข่ายที่จะต้องถูกยุบหน่วยด้วยเช่นกัน แต่ในส่วนของ บก.ปทส. มีการยื่นขอแก้ไขข้อกำหนดต่าง ๆ จนนำไปสู่การพิจารณาเงื่อนไขว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่าง ๆ และเข้าประชุมในทุก ๆ ปีเพื่อหาแนวทางในการดำเนินการของหน่วย แต่ในส่วนของตำรวจรถไฟกลับไม่มีการดำเนินการดังกล่าวทำให้นำมาสู่การยุบหน่วยในวันนี้


ซึ่งตนเองเคยมีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมมาโดยตลอด แต่คณะกรรมาธิการ กลับตีตกและยืนยันที่จะต้องยุบหน่วย


ตนเองมองว่าหน่วยงานตำรวจรถไฟมีการก่อตั้งมาควบคู่กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลานานกว่า 100 ปีหรือกว่า 72 ปีที่มีการก่อตั้งเป็นกองบังคับการตำรวจรถไฟ มีบุคลากรในสังกัดกว่า 1000 นายมีอาวุธและเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน มีพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญ


อดีตข้าราชการตำรวจรถไฟคนนี้ยังบอกอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คิดผิดในการดำเนินการในครั้งนี้ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจจะมองว่าเมื่อมีการยุบหน่วยก็ปล่อยให้มีการยุบหน่วยไป และมีการตั้งหน่วยใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม แต่สำหรับกรณีตำรวจรถไฟตาม พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติปี 2565 มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ให้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ ขึ้นมาทดแทนในหน้าที่เดิมซึ่งหากมีการตั้งหน่วยใหม่ก็อาจจะขัดกฎหมายได้


ซึ่งตนเองมองว่าหากมีการขอยื่นแก้ไขข้อกฎหมายในพระราชบัญญัติจะสามารถทำได้ง่ายกว่า การปล่อยให้ยุบหน่วยและตั้งหน่วยใหม่ ส่วนการยุบตำรวจรถไฟในครั้งนี้มองว่าเป็นเพียงการทำให้เป็นสัญลักษณ์ให้กับสังคมเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการปฏิรูปตำรวจ


ถ้ามีโอกาสก็อยากขอให้สื่อให้การช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่ช่วยเหลือตำรวจรถไฟ ในการนำเสนอข้อเท็จจริง เพราะถือเป็นผลประโยชน์ของประชาชนรวมถึงความปลอดภัยอีกด้วย


อดีตข้าราชการตำรวจรถไฟนายนี้ ยังเล่าให้ฟังถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ หลังจากที่คำสั่งยุบหน่วยมีผล ก็มีการทำเรื่องขอใช้สถานที่ตั้งซึ่งอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ต่ออีกระยะหนึ่งประมาณครึ่งเดือนเนื่องจากจะต้องจัดเก็บเอกสารขนย้ายเครื่องใช้ต่าง ๆ ไปยังที่ทำการใหม่ แต่ก็ถูกพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เข้ามาเตรียมจับจองพื้นที่ มาสอบถามทุกวันว่าจะย้ายออกเมื่อไร อยู่ถึงวันไหน


ส่วนตัวจึงรู้สึกน้อยใจว่า ตำรวจรถไฟก็ปฏิบัติหน้าที่ให้กับการรถไฟเพื่อดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนมาเป็นระยะเวลานานหลาย 10 ปีแต่พอมาถูกยุบหน่วยก็เหมือนไม่มีประโยชน์ และจะให้ออกจากพื้นที่โดยเร็ว


ในจำนวนของตำรวจรถไฟกว่าเกือบ 1000 นายทราบว่ามีไปดำรงตำแหน่งในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจำนวน 580 นาย และมีจำนวน 33 นายที่ขอย้ายกลับภูมิลำเนา ส่วนที่เหลือกระจายกันไปสังกัดในตำรวจหน่วยงานอื่น ๆ นอกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


นอกจากนี้อดีตข้าราชการตำรวจรายนี้ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองอย่างทราบมาว่าในช่วงที่จะมีการพิจารณาว่าจะมีการยุบหน่วยตำรวจรถไฟ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการสอบถามไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทยว่า หากจะมีการยุบหน่วยตำรวจรถไฟทางการรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีการรับหน่วยงานนี้เข้าไปดูแลเพื่อรับผิดชอบดูแลเรื่องความปลอดภัยของประชาชนหรือไม่


ซึ่งในตอนนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีคำตอบกลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าหากจะมีการโอนย้ายคาดการณ์ตำรวจไปอยู่ภายใต้การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องมีการโอนย้ายบุคลากรและงบประมาณไปพร้อมกันด้วย เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่มีงบประมาณดูแลในส่วนนี้


แต่เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการสั่งยุบหน่วยตำรวจรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทยกลับมีการขออนุญาตจัดตั้งหน่วยรักษาความปลอดภัย โดยใช้เจ้าที่รักษาความปลอดภัยบนงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าวทราบว่าเป็นงบที่การรถไฟจะไปกู้ โดยให้รัฐบาลค้ำประกันวงเงินดังกล่าว


ซึ่งตนเองได้ทราบว่ามีผู้บริหารบางส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยมีรายได้จากการขายตั๋วเดินทางทั้งปี อยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท หากต้องมีการนำเงินดังกล่าวมาจ่ายค่าจัดตั้งหน่วยรักษาความปลอดภัย 1,000 กว่าล้าน ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการการรถไฟแห่งประเทศไทย


ยังทราบอีกว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ มีการเตรียมจัดตั้งมีการวางแผนจากเดิมที่ใช้ตำรวจรถไฟจำนวน 2 นายต่อหนึ่งขบวน เป็นเจ้าที่รักษาความปลอดภัย 5-6 คนต่อขบวน แต่ที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จะมีการจัดตั้งขึ้นมาใหม่ก็ไม่สามารถดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด อาทิเช่น ยาเสพติด หรือบุคคลตามหมายจับ หรือ ต่างด้าวได้ ยังไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาจจะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และไม่ถูกดำเนินการตามความผิดมาตรา 157 เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงานของรัฐ


ตนเองยังทราบอีกว่าในส่วนของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่จะเข้ามาร่วมประมูลในครั้งนี้มี 2 บริษัทเป็นบริษัทของคนในการรถไฟแห่งประเทศไทยเอง ที่อาจจะมีการจัดสรรหรือแบ่งเส้นทางการเดินรถกันเองเช่น สายเหนือ หรือ สายใต้


ตนเองจึงอยากขอความเห็นใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการยุบหน่วยตำรวจรถไฟในครั้งนี้ เพราะแม้กระทั่งว่าหน่วย ตำรวจรถไฟจะมีคำสั่งถูกยุบไปแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ยังคงมีผลงานการจับกุมเรื่องยาเสพติดมาโดยตลอด และอยากให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอีกครั้ง


ขณะที่ในช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ฝ่ายประชาสัมพันธ์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการส่งเนื้อหารายละเอียด ชี้แจงถึงการยุบหน่วยตำรวจรถไฟ โดยมีใจความโดยสรุปว่า นับต่อจากนี้เป็นต้นไปขอบเขตการรับผิดชอบและการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจรถไฟเดิมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลตามพื้นที่สถานีตำรวจต่าง ๆ


ในส่วนของขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจรถไฟเดิมในเขตภูมิภาค จะอยู่ในความดูแลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ซึ่งหากเกิดการกระทำความผิดบนขบวนรถไฟจะต้องอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบของพื้นที่นั้นนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาพุทธศักราช 2477 มาตรา 19


ตำรวจสอบสวนกลางโดยตำรวจรถไฟขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านและทุกภาคส่วนสำหรับมิตรไมตรีที่มีให้กันมานานกว่า 72 ปีที่ผ่านมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ