สังคม

แรงงานไทย เล่านาทีชีวิตถูกกลุ่มฮามาสบุกยิงแคมป์คนงาน

9 ต.ค. 2566

1.2K views

ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายฮามาส ติดอาวุธก่อสงครามความรุนแรง ในประเทศอิสราเอล ทำให้แรงงานไทยในอิสราเอล ถูกทำร้ายและจับเป็นตัวประกัน รวมกว่า 100 คน รวมถึงมีการรายงานว่า มีชาวนครพนม 3 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน และขาดการติดต่อสูญหาย และยังมีเขย จ.นครพนม ภูมิลำเนาเป็นชาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตรายแรก นอกจากนี้ยังพบว่า นายชาตรี อายุ 39 ปี ชาวบ้านนาทุ่งทอง ต.พระซอง อ.นาแก เป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด ภรรยาของนายชาตรี คือนางสาววราชินี อายุ 37 ปี ซึ่งยังสามารถติดต่อสามี ผ่านแชตวิดีโอคอลเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าสามีปลอดภัยแล้ว หลังถูกยิงจำนวน 1 นัด ทะลุต้นขาซ้าย และได้รับการช่วยเหลือจากกำลังทหารในอิสราเอล ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ทั้งนี้ยังกังวล เนื่องจากสงครามเกิดความรุนแรงขึ้น และวิงวอนให้รัฐบาลไทย เร่งประสานหาทางช่วยเหลือกลับไทย

ทั้งนี้ นายชาตรี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง เปิดเผยผ่านวิดีโอคอล ขณะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ว่าเกิดเหตุเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 7 ตุลาคม 2566 ขณะที่ตนอยู่ในบ้านพักแคมป์คนงาน ห่างจากพื้นที่เกิดสงคราม ประมาณเกือบ 10 กิโลเมตร จึงหยุดงานเพื่อความปลอดภัย จู่ๆ ได้ยินเสียงปืน จึงเข้าห้องน้ำ และถูกกลุ่มติดอาวุธก่อความรุนแรงกราดยิง ทำให้ลูกกระสุนปืนทะลุผนังห้องน้ำ เข้าที่ขาซ้ายทะลุจากด้านหลังขาผ่านมาด้านหน้า จนได้รับบาดเจ็บ โชคดีเพื่อนร่วมงานพากันหาทางช่วยเหลือ และผ่านไปกว่า 1 วัน จึงมีทหารประเทศอิสราเอล เข้ามาช่วยส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัย แต่สิ่งที่กังวลคือ สงครามยังรุนแรงมากขึ้น จึงต้องการกลับบ้าน เพราะห่วงชีวิต ตนเป็นเสาหลักครอบครัว ทำงานในอิสราเอลมา 4 ปี จากสัญญาครบ 5 ปี หวังจะเก็บเงินอีก 1 ปี กลับมาสร้างฐานะครอบครัว เหลือเวลาอีก 1 ปี ตัดสินใจแล้วไม่ขออยู่ เพราะห่วงชีวิต ขอกลับไปอยู่กับครอบครัว วอนรัฐบาลไทยหาทางช่วยเหลือเร่งด่วน เนื่องจากกังวลความปลอดภัย

ด้าน ภรรยาของนายชาตรี เล่าทั้งน้ำตาด้วยความห่วงสามี ว่าตนกับสามีแต่งงานกันมานานเกือบ 20 ปี มีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 15 ปี ลูกชายคนเล็กอายุ 4 ขวบ เดิมไม่มีอาชีพหลัก สามีจึงตัดสินใจไปทำงานประเทศอิสราเอล ในฟาร์มเกษตร กู้เงินลงทุนเป็นค่าจ้างบริษัท เป็นเงิน 1.2 แสนบาท ได้เงินเดือนประมาณเดือนละ 40,000 – 50,000 บาท ใช้หนี้หมดตั้งแต่ปีแรก พร้อมสะสมเงินไว้สร้างฐานะ จนครบสัญญารวม 5 ปี เหลืออีก 1 ปี หวังเก็บเงินให้มากที่สุด แต่ไม่คิดว่าจะเกิดสงครามขึ้น มาถึงวันนี้ไม่กังวลเรื่องรายได้ ห่วงชีวิตสามี ความอยู่รอด ตกลงกันจะขอกลับไทย ถึงแม้สงครามสงบ แต่ไม่ขอทำงานต่อ เพราะห่วงความปลอดภัย ขอกลับมาอยู่กับครอบครัว อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือสามีกลับไทยให้เร็วที่สุด

คุณอาจสนใจ

Related News