สังคม

2 แม่ลูกอ่านไม่ออก ถูกหญิงทำทีเป็นผู้ใจบุญ อ้างจะพาไปทำเรื่องขอเงินคนจน สุดท้ายกลายเป็นหนี้ 4 แสน

14 ก.ย. 2566

360 views

ที่จังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ จาก 2 แม่ลูก มีอาชีพขายพัดไม้ไผ่สานตามงานวัด เช่าบ้านอยู่บริเวณซุ้มประตูทางเข้าวัดสังกัสรัตนคีรี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี


โดยนางจงจิตร อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านได้มารอผู้สื่อข่าวเพื่อเล่ารายละเอียดเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ว่า เมื่อปีที่แล้วมีนางสาวสุชาดา อ้างว่าเป็นนายกสโมสรแห่งหนึ่ง และเป็นภรรยาของเถ้าแก่โรงสี โดยาถึงบริเวณหน้าบ้านแล้วบอกว่าจะมาหาคนยากคนจนเพื่อช่วยเหลือ โดยการพาไปทำเรื่องขอเงินคนจน จะให้รายละ 2 แสนบาทที่กรุงเทพ ให้ชักชวนคนที่มีฐานะยากจนไปกันเพื่อน ตนจึงไปกัน 3 คนพร้อมกันที่กรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว


หลังจากที่ไปถึงแล้วทางนางสาวสุชาดา ผู้ชักชวนน ก็ขอบัตรประชาชนทั้ง 3 คนแล้วอ้างว่าขอนำไปตรวจว่าจะผ่านการคัดเลือกหรือไม่ ซึ่งหลังจากนั้นนางสาวสุชาดากลับมาแล้วบอกว่าทางนางจงจิตรฯ ไม่ผ่านการคัดเลือก แต่อีก 2 คนที่มาด้วยกันผ่าน สามารถทำเรื่องร้องขอได้ ซึ่งมีไปกันอีกหลายคนที่ไปทำเรื่องร้องขอเงินช่วยเหลือนี้


นางฉวี อายุ 65 ปี ชาวหมู่ที่ 2 ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งได้ไปกับนางจงจิตรด้วย เปิดเผยว่า ตนได้เช่าบ้านบริเวณดังกล่าวมาเป็น 10 ปีแล้ว ในราคา 1,100 บาท และอยู่ด้วยกันกับลูกสาว ซึ่งเช่าอยู่ห้องถัดไป สภาพบ้านเช่าเป็นห้องไม้เก่าและคับแคบ รกไปด้วยข้าวของ และสกปรกมาก ห้องน้ำนั้นก็ใช้ไม่ได้


นางฉวี บอกว่า ก่อนหน้านี้มีสามีอยู่ด้วยแต่ป่วยติดเตียงและได้เสียชีวิตไปแล้ว ตนจึงอยู่กับลูกสาวเพียง 2 คน มีอาชีพขายพัดสานด้วยไม้ไผ่ตามงานวัด ซึ่งตั้งแต่สามีป่วยก็ขาดเสาหลักของครอบครัว ไม่มีทรัพย์สินอะไรเป็นของตัวเองเลย เพราะด้วยความยากจนตั้งแต่เกิดมา พอรู้ว่าจะมีคนช่วยเหลือจึงพากันไปกับลูกสาวก็คือนางสาวน้ำอ้อย อายุ 46 ปี เพราะว่ามีความหวังว่าจะได้เงิน 2 แสนบาท รวมกับลูกสาวด้วยก็เป็นเงิน 4 แสนบาทเพื่อมาจุนเจือครอบครัวจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป เรียกได้ว่าความยากจนนี่แหละที่เป็นชนวนในการไปกรุงเทพแล้วทำเรื่องขอความช่วยเหลือนี้


โดยนางสาวสุชาดา คนที่บอกว่าจะช่วยเหลือนัดเจอแถวนวนคร ซึ่งไปถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรกนั้นไปเพื่อนำบัตรประชาชนไปเช็กว่าผ่านเรื่องหรือเปล่า และครั้งที่ 2 หลังจากที่ผ่านแล้วไปทำการสแกนใบหน้า จากนั้นนางสาวสุชาดา ก็บอกว่าเดี๋ยวรอเรื่องเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมแล้วก็เซ็นเอกสารแล้ว รอการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น ก็เป็นอันเสร็จ


จากมานั้นพอได้เซ็นเอกสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งลูกสาว หรือ นางสาวน้ำอ้อย และนางจงจิตร เพื่อนบ้านก็กลับมายังจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งทางนางสุชาดา บอกว่า จะมีเงินค่อยทยอยโอนให้มาในบัญชีธนาคาร ซึ่งก็มีเงินโอนมาจริงโดยครั้งแรกเงินเข้าบัญชีของนางฉวี มีเงินโอนมาจำนวน 3,000 บาท เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และหลังจากนั้นอาทิตย์กว่า ๆ ส่งมาให้เป็นครั้งที่ 2 จำนวน 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาท และส่วนของนางสาวน้ำอ้อยก็มีเงินโอนเข้าบัญชีมาครั้งแรก 3,000 บาท ครั้งที่สอง 2,000 บาท


พอหลังจากนั้นมาก็มีหนังสือทวงหนี้ของธนาคารกสิกร บอกว่า นางฉวีต้องชดใช้หนี้สินที่กู้ยืมทางธนาคารมาเป็นเงิน 310,000 บาท ส่วนลูกสาวหรือนางสาวน้ำอ้อยนั้นทางธนาคาร เคยมีหนังสือแจ้งเตือนมาบอกว่าเป็นหนี้อยู่ 180,000 บาท แล้วยังมีหนังสือของบริษัททนายที่ทางธนาคารกสิกรเป็นผู้จ้างให้นางฉวีนั้นต้องใช้หนี้ที่ทำเรื่องกู้มาอีกด้วย


ซึ่งทั้งสองก็ทั้งตกใจและพอมารู้อีกทีก็ถูกหลอกเสียแล้ว และด้วยความที่ทั้งสองอ่านหนังสือไม่ออก แล้วเซ็นเอกสารไปโดยที่มีความหวังว่าทางนางสาวสุชาดาจะช่วยเหลือจริง ๆ โดยทั้งสองแม่ลูกนั้นเป็นทุกข์หนัก ที่กลับกลายมาเป็นหนี้จำนวนดังกล่าว และก่อนหน้านี้ที่สามีป่วย นางฉวีและลูกสาวก็ต้องมาดูแลจึงไม่ได้ออกทำงานขายพัดจึงทำเรื่องกู้สหกรณ์การเกษตรไว้เป็นเงิน 180,000 บาท ซึ่งเป็นหนี้ที่กู้มาแบบถูกต้องแต่ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีเงินส่งอยู่แล้ว แต่กลับมาโดนเรื่องนี้อีก


ซึ่งทั้งสองแม่ลูก บอกว่า เคยได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว แต่ทางตำรวจบอกว่าอย่าแจ้งเลย หากเป็นคดีความป้าและลูกสาวก็ไม่ชนะอย่างแน่นอน และกลัวว่าทางนางสาวสุชาดาจะฟ้องกลับอย่างแน่นอน จึงได้ติดต่อกับทางผู้สื่อข่าวขอให้นำเสนอข่าวในเรื่องราวของตน เพื่อให้สังคมภายนอกเห็นแล้วอาจจะมีคนที่รู้กฎหมาย เข้ามาช่วยเหลือ


ซึ่งในตอนนี้ยอมรับว่ากลัวมาก หากถูกดำเนินคดีติดคุกไปก็ต้องเสียชีวิตคาคุก หรือเรียกว่าตายคาคุกอย่างแน่นอน เพราะไม่มีปัญญาจะใช้หนี้ที่ตัวเองนั้นถูกหลอก ไม่เพียงเท่านั้นทั้งสองคนแม่ลูกยังรักษาอาการทางประสาทอยู่หรือมีโรคประจำตัวป่วยเป็นจิตเวช แล้วเงินที่โอนให้สองแม่ลูกในทีแรกนั้นเชื่อว่าเป็นการให้ทั้งสองแม่ลูกตายใจ


ส่วนนางสาวสุชาดานั้น ยังสามารถติดต่อได้ แต่บอกว่าไม่ขอชดใช้อะไรในเรื่องนี้ แล้วก็บอกว่ากำลังลำบากเหมือนกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ