สังคม

ชายร้องถูกโจรย่องลักทรัพย์ สูญกว่า 7 แสน สุดช็อก เจอประตูลับ โรงแรมอ้างให้เมียน้อยหนีเมียหลวง

17 มิ.ย. 2566

4.9K views

วันนี้ (17 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากผู้เสียหาย 2 ครอบครัว กรณีถูกลักทรัพย์จากการพักโรงแรมแห่งหนึ่งในกาญจนบุรี ซึ่งได้แจ้งความแล้วที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี และเมื่อมีการมาตรวจสอบที่เกิดเหตุต้องช็อก เพราะมีช่องลับที่เปิดจากด้านนอกห้องได้ โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้เสียหายทราบ จนเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินเกือบล้านในคืนเดียว ซ้ำยังปัดความรับผิดชอบอีก เรื่องทางคดีผ่านมา 3 เดือนแล้ว ยันตั้งทนายฟ้องโรงแรมให้รับผิดชอบชดใช้


ผู้เสียหายครอบครัวแรก พ่อแม่และลูกสาว เดินทางมาจากสงขลา โดยมี นายเอษณะ หรือปอ อายุ 43 ปี ชาว จ.สงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 เดินทางมาทำธุระที่เมืองกาญจน์ พร้อมกับแฟน ซึ่งมีลูกเล็กมาด้วย และได้มาเช็กอินที่โรงแรมที่เกิดเหตุในช่วงเย็น โดยได้เอาสัมภาระมาไว้ที่โรงแรม


หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านน้องชาย ช่วงค่ำก็ไปร้านอาหารตามปกติ กลับมาถึงโรงแรมประมาณ 5 ทุ่ม ตนและแฟนก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไร เพราะคิดว่าได้เลือกโรงแรมที่ปลอดภัยแล้ว อยู่ริมถนนไม่มีหน้าต่าง และพักอยู่ห้องที่ตรงกับป้อม รปภ.ด้วย


หลังจากนั้นได้อาบน้ำและถอดแหวน สร้อย โทรศัพท์ว่างไว้บนหัวเตียงตามที่เคยพักที่อื่น ก่อนเข้านอน และตื่นมาประมาณ 7 โมงเช้าวันที่ 27 เมษายน ตนและแฟนก็แปลกใจที่ลูกไม่ร้องเลยทั้งคืน และสังเกตที่หัวเตียงมีของหายไปตนก็สงสัยจึงได้ถามแฟนว่าของหายไปไหน แฟนก็ตอบว่าลืมไว้ที่รถเปล่า จึงได้ออกมาหน้าห้อง และพบผู้เสียหายอีกราย ซึ่งอยู่ห้องติด ๆ กันเลย กำลังนั่งรออยู่


ผู้เสียหายห้องข้าง ๆ ได้ถามกับตนว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรมั้ย กระเป๋าตังค์ผมหาย ตอนนั้นก็เลยรู้เลยว่าถูกคนร้ายมาขโมยของ


หลังจากที่รู้ว่าของหายตนก็ได้พยายามหาว่าคนร้ายเข้ามาทางไหน ทั้งที่ล็อกห้องปกติ ตนและผู้เสียหายอีกห้องก็พากันเดินไปดูข้างหลัง พบกับหน้าต่างที่สามารถเปิดเข้าไปข้างในห้องพักได้ ซึ่งถ้ามองจากด้านในหน้าต่างนี้จะเป็นกระจก ตนก็ตกใจเหมือนกับว่าตัวเองถูกหลอก ข้างในดูปกติมาก เพราะเมื่อคืนก็ยืนเล่นกับลูกหน้ากระจก โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันเปิดเข้ามาจากข้างนอกได้และเปิดจากข้างในออกมาไม่ได้


นายปอ เล่าอีกว่า ทางเจ้าของโรงแรมก็ปัดรับผิดชอบโดยอ้างว่า ไม่รู้ว่าผู้เสียหายมีทรัพย์สินจริงมั้ย และหากผู้เสียหายลืมของไว้ทางนั้นก็ไม่รับผิดชอบเช่นกัน แต่ตัวผู้เสียหายก็อยู่กันครบพ่อแม่ลูกไม่ได้ลืมของไว้ และยังไม่ได้เช็กเอาต์


ผู้เสียหายจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี และจ้างทนายเพื่อมาฟ้องเจ้าของโรงแรม หลังจากนั้นก็ได้มีชุดตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บลายนิ้วมือ ที่บริเวณมือจับของหน้าต่าง


นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมือที่บริเวณกระจก รอยเท้าที่คอมเพสเซอร์แอร์ และพบกระเป๋าตังค์ของผู้เสียหายอีกห้องหนึ่งที่กำลังตามหาด้วย แต่ไม่มีทรัพย์สินเหลือแล้ว ทางผู้เสียหายก็รอผลตรวจลายนิ้วมือมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ตอนนี้ตำรวจยังไม่แจ้งผลมาเลย


ซึ่งทางเจ้าของโรงแรมก็ได้ให้เหตุผลที่ทำหน้าต่างแบบนี้ขึ้นมาว่า ทำมาเพื่อให้เมียน้อยหนีเมียหลวง ทำให้เป็นทางลับที่สังเกตได้ยาก จะเรียกหน้าต่างนี้ว่าหนีเมียหลวง สภาพห้องก็เป็นห้องแบบทึบไม่มีหน้าต่าง มีประตูทางเข้าเดียว กระจกหนึ่งบาน ค่อนข้างมิดชิด


น.ส.ปาณิศา หรือปลา อายุ 31 ปี แฟนของนายเอษณะ ได้เล่าถึงความรู้สึกหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป หลังจากนี้รู้สึกกังวลมากเวลาที่จะไปพักที่ไหน รวมถึงแฟนด้วย เวลาจะไปที่ไหนก็จะเช็กแทบทุกอย่างในห้องเลย และยังได้เดินเช็กรอบ ๆ ห้องพักว่ามีหน้าต่างไหม มีช่องลับไหม และจะตื่นตัวมากขึ้น จะตื่นกลางดึกตลอด เพราะมีลูกเล็กที่ต้องดูแลอายุแค่ขวบ 7 เดือนเอง กลัวว่าใครจะเป็นอัตราย


อีกทั้งการมีประตูลับเช่นนี้ สมมุติมีผู้หญิงมาคนเดียวจะเป็นยังไง อันตรายมาก ไม่มีใครช่วยเราได้เลย ตอนที่นอนอยู่ นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าถูกคนร้ายวางยา เพราะวันนั้นนอนหลับสนิทมาก แฟนก็ด้วย ลูกก็ไม่ร้องเลยทั้งคืน นมก็ไม่ได้กินแท้ ๆ ทำไมถึงไม่ได้ยินอะไรเลย ถ้าลูกได้ยินเสียงอะไรก็ต้องร้องสิ ถ้าลูกร้องก็ตื่นด้วยแต่นี้ไม่


จึงฝากบอกกับคนที่จะหาที่พัก ไม่ว่าจะที่ไหนก็ต้องเช็กให้ดี ว่าปลอดภัยมั้ย มีทางเข้ากี่ทาง ถามพนักงานโรงแรมให้ดี ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง เวลามีคนแอบเข้ามาในห้องก็อาจจะมีอาวุธด้วย โดยเพราะผู้หญิงที่พักคนเดียว


ซึ่งนายเอษณะ และครอบครัวเสียหายกว่า 7.1 แสนบาท ของที่ถูกลักทรัพย์ไปมี สร้อยทองคำน้ำหนัก 11.50 บาท แหวนเพชรแหวนทอง พระเครื่องเลี่ยมทอง ตะกรุด และสิงห์ ส่วนนายภิณโญ ผู้เสียหายห้องข้าง ๆ ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 7 พันบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ