สังคม

มูลนิธิกระจกเงา เปิดสถิติเด็กหายปี 65 สูงสุดในรอบ 4 ปี สาเหตุหลัก สมัครใจหนีออกจากบ้านเอง

13 ม.ค. 2566

139 views

วานนี้ (12 ม.ค. 66) เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 2566 

  • กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ นำโดย พล.ต.ต. ศารุติ  แขวงโสภา ผบก.ปคม. ร่วมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร
  • กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี บช.น.
  • ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

ได้มีการจัดแถลงข่าวเรื่องภาพรวมของสถานการณ์เด็กหาย และการเฝ้าระวังภัยดังกล่าว


โดยนายเอกลักษณ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า สถิติการรับแจ้งเด็กหายของมูลนิธิกระจกเงา ในปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 251 ราย ซึ่งถือว่ามีสถิติเพิ่มสูงขึ้นกว่าในรอบ 4 ปี โดยสูงกว่าปี 2564 ที่มีสถิติเด็กหาย 202 คน หรือคิดเป็น 25% และยังสูงกว่าสถิติปี 2563 และปี 2562


โดยจากสถิติปี 2565 พบว่า

  • เด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน 161 ราย (61%)
  • กลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการช้า มีความพิการทางสติปัญญา หรือป่วยทางจิตเวช 52 ราย (21%) 
  • มีเด็กถูกลักพาตัว 2 ราย


ช่วงอายุเฉลี่ยของเด็กที่หายออกจากบ้าน 

  • อายุ 11-15 ปี รวม 157 ราย
  • อายุ 16-18 ปี รวม 67 ราย
  • ช่วงแรกเกิดถึงสิบขวบ รวม 28 ราย


ทั้งนี้ ช่วงอายุ 11-15 ปี เป็นกลุ่มมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นช่วงวัยที่มีสังคมเพื่อน ช่วงวัยที่เข้าถึงเทคโนโลยี และมีแรงขับทางเพศตามธรรมชาติ


ในปี 2565 จังหวัดที่มีเด็กสูญหายออกจากบ้านมากที่สุด ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร 70 ราย
  • นนทบุรี 17 ราย
  • สมุทรปราการ 17 ราย
  • ปทุมธานี 16 ราย
  • ชลบุรีและนครปฐม  9 ราย
  • พระนครศรีอยุธยา 8 ราย

ส่วนใหญ่ล้วนเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ และมีการเคลื่อนย้ายครอบครัวเพื่อมาทำแรงงาน ซึ่งอาจจะมีปัญหาเด็กหายได้ง่าย


สำหรับแนวโน้มสถานการณ์เด็กหาย พบว่าในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ปี 2565 มีสถิติรับแจ้งเด็กหายเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 11-15 ปี ถือว่ามีความเสี่ยงในการตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้เด็กหันไปพึ่งพาหรือให้ความไว้วางใจแก่เพื่อน หรือคนที่เพิ่งรู้จักในโลกออนไลน์มากกว่าคนในครอบครัว


แต่โลกภายนอกบ้านย่อมมีอันตรายหลายอย่างสำหรับเด็ก ทั้งการคุกคาม หรือหาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก หรือมีความเสี่ยงในการถูกล่อลวง หรือกระทำความรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีเด็กที่หายออกจากบ้าน และต่อมาพบว่าไปฆ่าตัวตายด้วย เนื่องจากไม่สามารถเอาตัวรอดได้


ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์กล่าวว่า กองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทยที่ใช้กระบวนการวาดภาพสเกตช์เด็กหายให้มีอายุเทียบเท่าปัจจุบัน โดยใช้หลักสากลคือเด็กหายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังตามหาไม่พบ จะทำการสเกตช์ภาพเพิ่มอายุ ทุก 2 ปี ส่วนเด็กหายที่มีอายุเกิน 18 ปี จะทำการสเกตช์ภาพทุก 5 ปี


ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ลักษณะใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ภาพสเกตซ์ในส่วนนี้ จะใช้ภาพเดิมประชาสัมพันธ์คู่กันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เพิ่มโอกาสให้พลเมืองดีจดจำคนหายได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันสเกตช์ภาพเด็กหายร่วมกับมูลนิธิกระจกเงามากกว่า 10 ราย


พ.ต.ต.จักรี กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาให้การช่วยเหลือ เด็กชายจีโอที่ถูกคนร้ายชักชวนไปกินขนมและเที่ยวเล่น จนเด็กเกิดความไว้วางใจ ก่อนพาไปเร่ขอทานในสถานที่สาธารณะ กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่สามารถให้การช่วยเหลือห ลังจากรับแจ้งได้ไม่นาน เพราะหลายฝ่ายร่วมมือกันทำงานในทุกมิติ


อย่างไรก็ตาม ขอเตือนผู้ปกครองในการเฝ้าระวังเด็ก โดยเฉพาะช่วงอายุ 4-8 ขวบ ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงสุด เนื่องจาก การที่ผู้ปกครองปล่อยเด็กวิ่งเล่นตามลำพัง แม้ว่าบริเวณที่เด็กวิ่งเล่น จะคุ้นเคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก ผู้ก่อเหตุก็อาจจะใช้โอกาสดังกล่าว เข้ามาตีสนิทพูดคุยกับเด็ก เมื่อเด็กอยู่ตามลำพัง นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุบางราย เช่น กรณีน้องจีโอ ยังไปหลอกเด็กตามร้านเกม ให้เงินเด็กในการเล่นเกม เพื่อหลอกล่อให้เด็กตายใจ


พล.ต.ต.ศารุติกล่าวว่า สำหรับวันเด็กที่จะถึงนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครอง เพื่อป้องกันเด็กสูญหายพลัดหลงในงานวันเด็ก ดังนี้

1. ผู้ปกครองต้องจดจำรูปพรรณของลูก ส่วนสูง น้ำหนัก ตำหนิ สีเสื้อผ้า

2. ให้ถ่ายรูปล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ของลูกก่อนออกจากบ้าน

3. ทำป้ายชื่อ เบอร์ติดต่อครอบครัวติดตัวเด็กไว้

4. สอนลูก หากพลัดหลง นัดเจอกันจุดไหน ให้ใครช่วยเหลือ

5. สอนลูก หากตกอยู่ในอันตราย มีคนจูงมือไป พร้อมตะโกนให้คนช่วย

-------------



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/okxPc_KZ8oI

คุณอาจสนใจ

Related News