สังคม

กรมชลฯ คาดการณ์ระดับน้ำกลับเข้าสู่ตลิ่ง พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

โดย kanyapak_w

31 ต.ค. 2565

51 views

ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป




ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (31 ต.ค..65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 64,116 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ 40,193 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 20,752 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำใช้การได้ 14,056 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี



สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ล่าสุด(31 ต.ค.65) สถานีวัดน้ำ C2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,028 ลบ.ม./วินาที ทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C13 เขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,868 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำด้วยการใช้อ่างเก็บน้ำฯ ในพื้นที่ตอนบนเก็บกักน้ำไว้ ร่วมกับการบริหารจัดการน้ำทางฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้คาดการณ์ได้ว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงเหลือในอัตรา 700 ลบ.ม./วินาที ประมาณช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่ เริ่มทยอยกลับเข้าสู่ระดับตลิ่งตามไปด้วย



ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานและสำนักเครื่องจักรกลในพื้นที่ หากพื้นที่ใดระดับน้ำกลับเข้าสู่ตลิ่งแล้ว ให้เร่งเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน พร้อมสำรวจอาคารชลประทานและระบบส่งน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพในช่วงฤดูแล้งนี้ ตามข้อสั่งการของ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน รวมทั้ง วางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ โดยจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก รักษาระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ




ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ที่จะเข้าสู่ฤดูฝน ขอให้เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก ตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี65 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนด เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำท่า จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ กำหนดคน กำหนดพื้นที่เสี่ยง กำหนดเครื่องจักรเครื่องมือ ให้พร้อมแก้ไขสถานการณ์ ที่สำคัญร่วมบูรณาการกับหน่วยงานระดับจังหวัด ทำการประชาสัมพันธ์ ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงด้วย



คุณอาจสนใจ

Related News