สังคม

อุ๊งอิ๊ง นำทัพเปิดนโยบาย “แก้หนี้สร้างรายได้ใหม่” ชี้เวลาประยุทธ์หมดลงแล้ว

โดย taweelap_b

9 ต.ค. 2565

143 views

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจัดงานแถลงข่าวเปิดนโยบาย พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อ "รายได้ใหม่" ของประชาชน ที่อาคารพรรคเพื่อไทย นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรค, นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค, นายวิสุทธิ์ ไชยอรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.พะเยา, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และน.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรค


นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ จะเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นและลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง พรรคเพื่อไทยได้เตรียม 3 เสาหลักสู่ชีวิตใหม่ของประชาชนพร้อมแล้ว ดังต่อไปนี้ 


1.ผู้แทนราษฎรที่เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน 2.นโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาและทำได้จริงตามที่สัญญาไว้ และ 3.ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีศักยภาพและความสามารถ ประชาชนสามารถฝากความหวังและมอบความไว้วางใจนำพาประเทศพ้นวิกฤต ซึ่งในวันนี้เพื่อไทยจัดงานขึ้นเพื่อเปิดตัวเสาหลักนโยบาย “ชุดนโยบายชุดเศรษฐกิจ” ภายใต้แนวคิด “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อรายได้ใหม่ของประชาชน” ส่วนนโยบายชุดอื่น ๆ จะเปิดตัวในลำดับถัดไป ตนรับรองว่าจะไม่ให้ประชาชนผิดหวังอย่างแน่นอน



ขณะที่นพ.พรหมินทร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพรรค กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤต ประชาชนเป็นทุกข์เพราะรายได้น้อย เป็นหนี้ ไม่มีกำลังซื้อ ร้านค้าขายของไม่ได้ โรงงานผลิตไม่ได้ ไม่จ้างงาน รัฐก็เก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลประยุทธ์แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ แต่เพื่อไทยคิดต่าง เราจะทำให้ “เศรษฐกิจดีด้วยรายได้ใหม่” เพื่อไทยจะแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ และรายได้นั้นจะต้องเป็นรายได้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นให้กับคนทุกกลุ่ม ประเทศและประชาชนจะต้องถูกปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่มากมาย เพื่อไทยวางทิศโดยมีเป้าเพื่อกอบกู้สถานการณ์ย่ำแย่ของประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นว่าเพื่อไทยทำได้จริง เพราะเราทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ประชาชนไทยจะต้องอยู่ดีกินดีอีกครั้ง


จากนั้นนายวิสุทธิ์ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม กล่าวขึ้นนำเสนอนโยบาย ผ่าตัดเกษตรกรรม รดน้ำที่ราก สร้างเงินจากดิน พลิกเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรให้หายจนอย่างถาวร ว่า ประเทศไทยติดหล่ม ประเทศไทยติดหล่ม การเกษตรไทยตกหลุม เพราะเกาไม่ถูกที่คัน จึงทำให้เกษตรไทยอยู่ในวงเวียนวัฎจักรแบบเดิม ๆ คือเจ็บและจน ดังนั้นการเกษตรจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยหลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คือผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ เช่น ใช้ความรู้สมัยใหม่เพิ่มผลผลิตจากพืชที่ปลูกอยู่แล้ว อาทิ ข้าว และยาง ผลิตพืชอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง เพื่อทดแทนการนำเข้า และขยายการส่งออก ด้วยโครงการโคขุนเงินล้าน สำหรับการบรรเทาทุกข์ระยะเร่งด่วน นโยบายพักหนี้เกษตรกร พร้อมๆ กับการสร้างรายได้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยโครงการบำนาญเกษตรกร ซึ่งจะทำเพื่อดูแลเกษตรกรรุ่นบุกเบิกและดึงดูดเกษตรกรรุ่นใหม่ เปลี่ยนเงินให้เปล่าเป็นต้นทุนสร้างชีวิตผลิตรายได้ให้เกษตรไทยไทยอย่างยั่งยืน โดยมีหลักทำงานคือ ดินนำ น้ำดี มีต้นพันธุ์ ยืนยันราคา จัดหาแหล่งทุน สนับสนุนกรรมสิทธิ์ มีเป้าเปลี่ยนผืนแผ่นดินเดิมจากที่เคยสร้างรายได้ 10,000 บาท/ไร่/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี ประชาชนไทยทุกคน ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์


นายเผ่าภูมิ ในฐานะคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ กล่าวนำเสนอนโยบาย เขตธุรกิจใหม่ ดึงเงินนอก ปลุกเงินใน เปลี่ยนเงินที่หลับใหล เป็นเงินที่สร้างเงิน ด้วย “เขตธุรกิจใหม่” 4 แห่ง เชียงใหม่ กรุงเทพ ขอนแก่น และหาดใหญ่ โดยในเขตธุรกิจใหม่นี้ พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าสร้างกุญแจ 3 ดอก ให้กับประเทศคือ กุญแจดอกที่ 1 กฎหมายธุรกิจชุดใหม่ เพื่อปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงดึงการลงทุนจากต่างชาติ เข้าแก้ปัญหาทั้งด้านใบอนุญาต แรงงาน นำเข้าส่งออก และการธุรกรรมระหว่างประเทศ กุญแจดอกที่ 2 สิทธิประโยชน์ใหม่ ภาษีจากกำไร ภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีนำเข้า จะได้สิทธิประโยชน์ไม่แพ้ที่ใดในโลก กุญแจดอกที่ 3 ระบบนิเวศน์ใหม่ โดยการสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการศึกษาและการผลิตคนใหม่ และระบบธนาคารใหม่ เป็นกองหลังเพื่อผลักกองหน้าซึ่งได้แก่ภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนได้ โดยกุญแจทั้ง 3 ดอกจะถูกสร้างขึ้นในเขตธุรกิจใหม่ และรายได้ใหม่จะถูกสร้างให้กับประชาชน


นายสุทิน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ กล่าวนำเสนอนโยบาย “เงินโอน คนสร้างตัว” (Earned Income Tax) ยกเอาสวนดุสิตโพล ที่มีการสำรวจออกมาว่าประชาชนมีรายได้ไม่พอรายจ่าย ตอนนี้ตัวเลขบัตรคนจนมีประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งสถานการณ์มีแนวโน้มจะดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ยากที่จะเยียวยา ดังนั้น พรรคเพื่อไทยมาคิดว่าเราต้องมาเอ็กซเรย์ให้ถึงปัญหา ไม่ใช่การหว่านแหที่รัฐบาลแก้ปัญหาแบบทุกวันนี้


ทั้งนี้ คนยากจนอยู่ที่คนใช้แรงงาน 37 ล้านคน แบ่งเป็นคนที่อยู่ในระบบ 17 ล้านคน ส่วนคนที่อยู่นอกระบบมีประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นเราต้องโฟกัสไปที่คนที่อยู่นอกระบบ มองว่ารัฐบาลต้องหยุดนโยบายที่แจกจ่าย เพราะเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง แต่ต้องสร้างสวัสดิการของรัฐ เป็นนโยบายเงินโอนคนสร้างตัว เป็นการที่รัฐสมทบค่าใช้จ่าย โดยมีเป้าหมายในการดึงคนที่อ่อนแอไปสู่การลืมตาอ้าปากได้ กลุ่มที่อยู่ใต้ค่าแรงขั้นต่ำ สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องไว้ใจรัฐ บอกตัวเลขรายได้ที่แท้จริง


นายสุทิน กล่าวย้ำว่า ความเหลื่อมล้ำตอนนี้น่าใจหาย เพราะสถานการณ์ในประเทศรวยกระจุก จนประจาย รัฐต้องทำให้ประชาชนแข็งแกร่ง เมื่อประชาขนช่วยตัวเองได้ ก็จะกลับมาช่วยรัฐ และสุดท้ายจะไม่มีใครอยู่ใต้เส้นความยากจน ดังนั้นการคิดนโยบาย ยากกว่านี้เราก็ทำได้ นโยบายนี้สบายมาก ใช้เงินเท่ากับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ สิ่งที่คิดว่าทำได้ยากกว่ามีเพียงอย่างเดียวคือแลนด์สไลด์


น.ส.ณหทัย ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กล่าวนำเสนอนโยบาย “เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่าย ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning Lifelong Earning) ว่าเพื่อไทยจะสร้าง ‘แพลตฟอร์ม’ จับคู่สมรรถนะของคนเข้ากับงานที่ใช่ เพื่อช่วยให้มีงานทำเร็วที่สุด ตรงกับสมรรถนะของตนเองมากที่สุด และสร้างรายได้ที่ดีที่สุด เป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยในแพลทฟอร์มนี้ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายได้ตลอดเวลา สะสมเครดิตการเรียน และเทียบคุณวุฒิเพื่อไปต่อยอดการทำงานโดยไม่มีวันหมดอายุ และในภาพกว้าง นอกจากนี้ข้อมูลจากแพลทฟอร์มนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้าง Big Data พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างไม่ด้อยกว่าชาติใด


อย่างไรก็ตาม ปิดท้ายด้วยน.ส.แพทองธาร ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม กล่าวนำเสนอนโยบาย “1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ ซอฟต์พาวเวอร์” ว่าคือการสร้างเงินจากสมองและสองมือ หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะทำสิ่งสำคัญ 3 อย่าง ดังต่อไปนี้


1.พัฒนาศักยภาพคนไทยผ่านศูนย์บ่มเพาะที่อยู่ในชุมชน ทักษะต่าง ๆ เช่น อาหาร แฟชั่น กีฬา การเขียนโปรแกรม และความสามารถทาง E-sport จะถูกถ่ายทอดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมผลักดันให้ความสามารถนั้นออกไปสู่เวทีใหญ่จนก้าวไปถึงระดับนานาชาติ


2.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยแก้กฎหมายที่ปิดกั้นโอกาส สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้มากพอ และเชื่อมภาคเอกชนเข้ากับภาคประชาชน หรือคือการเชื่อมผู้ผลิตเข้ากับแหล่งวัตถุดิบ จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด


3.ออกแบบนโยบายต่างประเทศ เน้นการส่งออกสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ใช้การทูตขยายอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ด้วยการเปิดตลาดใหม่ๆ เพราะศักยภาพของทุกคนสามารถสร้างเป็นรายได้อย่างไม่สิ้นสุด


น.ส.แพทองธาร กล่าวปิดท้ายว่า ในสนามการเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการด้วย บันได 4 ขั้นเพื่อหมุดหมายชีวิตใหม่ของประชาชน คือ บันไดขั้นที่ 1 เพื่อศักยภาพใหม่ ของประเทศและประชาชนไทย บันไดขั้นที่ 2 เพื่อรายได้ใหม่ แก้หนี้สินด้วยการเพิ่มพูนรายได้ทวีคูณ ให้เศรษฐกิจประเทศไทย เป็นเศรษฐกิจใหม่ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง บันไดขั้นที่ 3 เพื่อสังคมใหม่ ความมั่นคงคือความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม และบันไดขั้นที่ 4 เพื่อการเมืองใหม่ ที่หลักนิติรัฐนิติธรรมเข้มแข็ง รัฐธรรมนูญต้องมีที่มาจากประชาชน วุฒิสภาต้องไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี และรัฐของราชการต้องถูกเปลี่ยนเป็นรัฐของประชาชนอย่างแท้จริง


“เวลาของประยุทธ์หมดแล้ว ตอนนี้ถึงเวลานับถอยหลังสู่ความเข้มแข็งของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัฐบาลเพื่อไทย เพื่อศักยภาพใหม่ เพื่อรายได้ใหม่ เพื่อสังคมใหม่ เพื่อการเมืองใหม่ คือบันได 4 ขั้นสู่แลนด์สไลด์ พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” น.ส.แพทองธาร กล่าว 

คุณอาจสนใจ