สังคม

ลาดกระบังอ่วม น้ำท่วมหนัก ลานจอดรถวิศวะจมน้ำ อธิการฯ สจล.เผยระดับน้ำสูงกว่าปี 54

13 ก.ย. 2565

56 views

วานนี้ (12 ก.ย. 65) มีภาพรถจมน้ำเกือบมิดคัน รวมทั้งหมด 13 คัน เป็นรถเก๋ง 12 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ในลานจอดรถใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. หลังจากฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ซึ่งตกแช่และนาน โดยทั้งหมดเป็นรถของอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และพนักงานของคณะฯ


โดยเจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกตั้งแต่ช่วงเช้า และช่วงบ่ายน้ำได้แห้งแล้ว เผยให้เห็นสภาพรถทั้งหมด ยังจอดนิ่งอยู่ที่เดิม ทั้ง 13 คัน เพื่อรอประกันมาตรวจสอบความเสียหาย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายออก


ทั้งนี้ ทางคณะได้ป้องกันโดยนำกระสอบทรายมาป้องกันน้ำท่วมซ้ำ ตั้งแต่ทางเข้าไปภายในลานจอดรถ ขณะที่บริเวณถนนภายในมหาวิทยาลัยน้ำยังท่วมขัง แต่รถเล็กยังสามารถเข้าออกได้


ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าถนนหลายสายรอบบริเวณมหาวิทยาลัย มีน้ำท่วมขังหลายจุดจนทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยมีรายงานว่า ทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ต้องประกาศเรียนออนไลน์ตั้งแต่ จนถึงวันที่ 16 ก.ย. ส่วนกิจกรรมใดที่จำเป็นต้องเข้าสถาบัน ให้จัดตามดุลยพินิจของคณบดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพนักศึกษาเป็นหลัก


รศ.ดร.คมสัน มาลีสี รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวช่อง 3 ว่า น้ำท่วมในพื้นที่ลาดกระบังและหัวตะเข้ ระดับน้ำขณะนี้สูงกว่าปี 2554 ไปแล้ว ขณะนี้สูงกว่าปี 2554 ประมาณ 9 เซนติเมตร เพราะปี 2554 ระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำลาดกระบังอยู่ที่ +0.71 เมตร แต่ตอนนนี้ระดับน้ำอยู่ที่ +0.8 เมตร หมายความว่า ขณะนี้น้ำในพื้นที่ลาดกระบังมากกว่าปี 2554 เพราะโมเดลตอนนี้พบว่าฝนในพื้นที่ลาดกระบัง รวมถึงกทม.และปริมณฑล ตกมากกว่าปี 2554 และน้ำไม่สามารถไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้


จุดตายที่ทำให้น้ำท่วม คือบริเวณคลองประเวศฯ เพราะน้ำทั้งหมดของลาดกระบังเชื่อมกับคลองประเวศฯ ดังนั้นถ้าน้ำในคลองประเวศฯสูง น้ำในลาดกระบังก็จะสูงไปด้วย และดันท่วมทุกพื้นที่ในลาดกระบัง ข้อแตกต่างน้ำท่วมปี 2554 กับปัจจุบัน คือปี 2554 เป็นน้ำเหลือบ่าลงมา แต่ปีนี้เป็นน้ำฝน ถ้าฝนไม่ตกสักประมาณ 1 สัปดาห์น้ำก็จะแห้งทั้งหมด แต่ถ้าฝนตกในระดับเดิมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสถาวะอาอากศของโลก ก็จะทำให้น้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


แนวทางที่จะบรรเทาความเดือดร้อน คือการดึงน้ำออกคลองบางปะกง หรือดึงไปทางคลองประองค์เจ้าฯ แต่เป็นการดงขึ้นที่สูง การดึงออกจะดึงได้น้อยมาก เพราะมีแต่น้ำจากบางปะกงไหลลงมา กทม. ส่วนการดึงน้ำลงทะเลก็ทำได้ยากเพราะพื้นที่ไม่มีระดับ


ดังนั้น แนวทางที่ทำได้ดีที่สุด คือการดึงน้ำ จากคลองประเวศฯ ให้ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาให้มากที่สุด เมื่อไปถึงประตูน้ำพระโขนง ก่อนออกแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดรวมของน้ำ ดังนั้นต้องใช้ปั้มอย่างเดียว สูบออกไป โดยปิดบานประตู เพราะถ้าเปิดบานประตูน้ำทะเลหนุน น้ำจะย้อนกลับเข้ามาอีกได้ ถ้าพระโขนงสูบออกไปได้ดีเท่าไร น้ำใน กทม.รวมถึงคลองประเวศฯ จะค่อยๆ ลดลง


ในส่วนกรณี น้ำท่วมลานจอดรถใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จนทำให้มีรถยนต์ 12 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ได้รับความเสียหายนั้น เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนักช่วงตี 1-ตี 2 จนทำให้น้ำไหลลงไปในลานจอดรถชั้นใต้ดินของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จนน้ำเต็มชั้นใต้ดิน ล่าสุดทาง สจล.กู้พื้นที่ให้กลับคืนมาได้ทั้งหมดแล้ว ด้วยการกั้นพื้นที่ และเอาเครื่องสูบน้ำพญานาคขนาด 20 นิ้วมาสูบน้ำออก ต้องยอมรับว่าเป็นจุดที่ทาง สถาบันฯไม่คาดคิดว่าจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จนลงไปท่วมลานจอดรถใต้ตึกได้


ทั้งนี้ อยากแนะนำว่า ถ้าฝนยังตกทุกวัน และประตูระบายน้ำพระโขนงยังไม่ทำงานเต็มที่ ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องปั้มน้ำเป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้ ต้องรับทำก่อนจะมีน้ำเหนือมาหนุนเพิ่มกับน้ำฝน ช่วงปลายกันยายน จนถึงกลางเดือนตุลาคม เพราะมีน้ำเหนือมาเพิ่ม บวกกับฝนตกต่อเนื่อง กทม.จะถูกน้ำท่วมอีกหลายพื้นที่


ขณะที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และประธานคณะกรรมการการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ และ น.สพ.อนันต์ ฤกษ์ดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตลาดกระบัง ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชนเขตลาดกระบัง หลังประสบปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกตลอดคืน


โดยนายองอาจ กล่าว ว่าวันนี้ตนพร้อมด้วยนายสุชัชวีร์ ลงพื้นที่พร้อมกับสมาชิกพรรคฯ มาดูการระบายน้ำที่บริเวณประตูน้ำในเขตลาดกระบัง พร้อมทั้งให้คำแนะนำถึงการระบายน้ำเพื่อให้แก้ไขปัญหาได้มากกว่าที่ดำเนินการอยู่ จากนั้นเดินทางไปหมู่บ้านเคหะนคร 2 ลาดกระบัง 36 และอีกหลายจุดเพื่อสนับสนุนการทำงานของเครื่องสูบน้ำและให้กำลังใจ อาสาสมัครในหมู่บ้านในการดูแลเครื่องสูบน้ำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้นำอาหารแมวไปมอบให้แมวที่ประสบภัยน้ำท่วม อย่างไรก็ตามถึงแม้จะประสบภัยน้ำท่วมแต่ชาวบ้านยังมีกำลังใจดี มีน้ำใจช่วยเหลือกันอย่างน่าชื่นชม


ด้าน นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า แม้ตอนนี้ฝนไม่ตกแต่น้ำไม่ไปไหน เพราะระดับน้ำในคลองประเวศสูงกว่าปี 54 ถึง 10 ซม.แล้ว หากไม่เร่งระบายน้ำในคลองประเวศออก ที่วันนี้เหมือนจะมีทางระบายออกทางเดียวคือ สถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งมีเครื่องสูบน้ำกำลังสูงเพื่อสูบน้ำขึ้นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยู่สูงกว่าถนนสุขุมวิท 2.5 เมตร และกรุงเทพฯ เป็นเมืองปั๊ม ส่วนบ้านเรือนอยู่ต่ำกว่าซอย ดังนั้น หากจะปั๊มน้ำออกก็ต้องปั๊มน้ำจากบ้านขึ้นซอย จากซอยขึ้นถนน ถนนปั๊มขึ้นคลอง ดังนั้นลาดกระบังก็จะปั๊มขึ้นคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งจะไปชนกับคลองพระโขนง และปลายคลองอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระเจ้าพระยาที่มีสถานีสูบน้ำพระโขนง มีเครื่องใหญ่ถึง 51 ตัว ที่จะปั๊มน้ำขึ้นแม่น้ำเจ้าพระยา


“วิงวอนจริงๆ อยากให้เปิดเครื่องสูบน้ำเต็มสูบ ตอนนี้เห็นมี 20 กว่าตัวเท่านั้น ทำให้คลองประเวศไม่สามารถระบายได้ สถานการณ์น้ำจึงท่วมสูง แม้ว่าประตูระบายน้ำคลองประเวศอยู่ห่างไปไม่ไกล แต่ไม่ได้เปิดระบายน้ำออกไปทางพระโขนง ได้แต่หวังว่าคืนนี้ฝนไม่ตกซ้ำเติมเข้ามาอีก” นายสุชัชวีร์ กล่าว

คุณอาจสนใจ

Related News