สังคม

ไขปมฟ้ามืดครึ้ม อุตุฯ แจงเมฆดำทะมึน 'คิวมูโลนิมบัส' โค้งม้วนเป็นชั้น 'อ.ธรณ์' เตือนจุดเริ่มต้น สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว

30 ส.ค. 2565

278 views

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศประจำวัน โดยมี การคาดการณ์ฝนตก ดังนี้

  • ภาคเหนือ : ร้อยละ 30 ของพื้นที่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ร้อยละ 30 ของพื้นที่
  • ภาคกลาง : ร้อยละ 40 ของพื้นที่
  • ภาคตะวันออก : ร้อยละ 60 ของพื้นที่
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) : ร้อยละ 60 ของพื้นที่
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) : ร้อยละ 60 ของพื้นที่
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : ร้อยละ 60 ของพื้นที่

-------------
กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงว่า เมื่อเช้าวานนี้ (29 ส.ค. 65) เกิดพายุฝนฟ้าคะนองบริเวณภาคตะวันออกของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเกิดจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้เกิดฝนตกในภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล


เมฆที่ปรากฏนั้น เป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) โดยมีลักษณะการเคลื่อนที่ขึ้นลงที่รุนแรงทำให้เกิดแนวโค้งคล้ายเมฆอาร์คัส (Arcus) ซึ่งมีลักษณะโค้งเหมือนกันชนหน้ารถ และม้วนคล้ายแบบหลอดและแบบชั้น ทั้งนี้ เมฆอาร์คัส ถือเป็นส่วนหนึ่งของเมฆฝนฟ้าคะนองจึงสามารถแผ่ออกมาไกลจากตัวเมฆและมองเห็นได้ในหลายพื้นที่และหลาย ก.ม.


สำหรับกลุ่มเมฆฝนทำไมถึงเป็นสีดำ เนื่องจากกลุ่มเมฆฝนที่ก่อตัวมีขนาดใหญ่และหนา ทำให้แสงแดดจากพระอาทิตย์ไม่สามารถส่องผ่านทะลุกลุ่มเมฆฝนได้ กลุ่มเมฆฝนจึงเป็นสีดำ ส่งผลให้มีบรรยากาศมืดครื้มคล้ายตอนกลางคืนตัวอย่างเช่น เช้าวันนี้มีกลุ่มเมฆฝนก่อตัวทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา และเคลื่อนเข้าปกคลุมกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นกลุ่มเมฆฝนที่มีขนาดใหญ่ และหนา

----------
วานนี้ 29 สิงหาคม ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงเมฆสีดำทะมึน ก่อนจะเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯและใกล้เคียง ซึ่งเมฆดังกล่าวคือ เมฆโลกร้อน อันเป็นการเริ่มต้นของ ยุค Extreme Weather หรือ สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว


“ภาพเมฆดำทะมึนเปลี่ยนกรุงเทพฯตอนเช้าให้เป็นเหมือนตอนกลางคืน คงเป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนธรณ์ตกใจ นั่นคือเมฆโลกร้อน เกิดจากทะเลร้อน น้ำระเหยเยอะ อากาศร้อน จุไอน้ำได้มากขึ้น กลายเป็นเมฆจุน้ำมหาศาล พร้อมจะเททะลักลงมากลายเป็นฝนห่าใหญ่ เคราะห์ดีที่หนนี้ลมพัดผ่านไป ฝนตกไม่มาก แต่ยังมีหนหน้าและหนต่อไป เพราะนี่คือการเริ่มต้นของ ยุค Extreme Weather


“สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว เกิดจากความแปรปรวนของโลก หลังจากที่มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสะสมกันมานาน และยังคงปล่อยต่อไป กลายเป็นภัยพิบัติที่จะสร้างผลกระทบสาหัส โดยเฉพาะประเทศที่กำลังเปราะบางทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเห็นชัด ปากีสถาน เจอมหาอุทกภัย จากสภาพอากาศเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงฝนตกหนัก 8 สัปดาห์รวด ปริมาณน้ำจากฟ้ามากกว่าค่าเฉลี่ยเป็นเท่าๆ ยังรวมถึงธารน้ำแข็งบนหิมาลัยที่ละลายแบบไม่เคยเกิดมาก่อน


“ปากีสถาน เป็นประเทศที่มีธารน้ำแข็งมากที่สุดในโลก (ไม่นับแถบขั้วโลก) น้ำจากยอดเขาไหลทะลักมารวมน้ำฝน เกิดเป็นอุทกภัย ทำให้ผู้เสียชีวิตนับพันคน 33 ล้านคนเดือดร้อน แหล่งเกษตรเสียหายยับเยิน ความเสียหายที่เกิดขึ้นนับว่าเกินความสามารถประเทศที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินไม่ดีจะรับมือได้


“เมืองไทยเองก็กำลังเกิดน้ำท่วมใหญ่หลายแห่ง น้ำทางเหนือกำลังมา ในขณะที่ลำธารและน้ำตกใกล้ภูเขา บางแห่งเจอน้ำป่าฉับพลัน ต้องปิดการท่องเที่ยวบางจุด รวมไปถึงเมฆสีดำทะมึน ฝนตกรุนแรงในพื้นที่เล็กๆ เกิดน้ำท่วมรวดเร็ว คนเมืองเหนื่อยเหลือเกินกับการไปทำงาน/กลับบ้าน รถติด/น้ำเข้าบ้าน นั่นคือบางตัวอย่างของ Extreme Weather ที่เราเจอและจะเจอต่อไป


มันไม่หายไปหรอก แต่มันจะแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ขึ้นกับว่าจะแรงขึ้นเร็ว/ช้า ทั้งหมดอยู่ที่เราในวันนี้ ระหว่างที่เรากำลังไปอย่างเชื่องช้า เมฆสีดำลูกใหญ่กว่ากำลังเคลื่อนเข้ามา เคลื่อนเข้ามาแทนความสุขของพวกเราที่กำลังจางหายไป “อยากให้ความสุขอยู่ต่อไปอีกหน่อย ทุกคนทราบดีว่าเราควรทำอย่างไร ทำตามนั้น ทำให้มากสุดเท่าที่ทำได้ อาจไม่สะดวกสบาย อาจลำบากบ้าง แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้า นี่ไม่ใช่ความลำบากอะไรเลย…”

----------
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uHRPDVxvMIE

คุณอาจสนใจ

Related News