สังคม

กรมการแพทย์ แนะอย่าซื้อยาต้านไวรัสกินเอง เสี่ยงของปลอม เผย ‘โควิดรีบาวด์’ พบแล้ว 3 รายในไทย

โดย petchpawee_k

3 ส.ค. 2565

64 views

กรมการแพทย์ยันใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ / โมลนูพิราเวียร์ ตามข้อบ่งชี้และดุลพินิจของแพทย์ เตือนอย่าซื้อยานี้ จากประเทศเพื่อนบ้านมาใช้เอง เพราะไม่รู้ของจริงของปลอม พบ “การเป็นซ้ำ” ในผู้ป่วยโควิด-19 ของไทย 2-3 ราย อาการคล้ายกับอาการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกระแสการซื้อยาโมลนูพิราเวียร์จากประเทศเพื่อนบ้านว่า การจ่ายยาต้านไวรัสทั้งโมลนูพิราเวียร์และแพกซ์โลวิด ต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ ไม่แนะนำให้ไปซื้อยามาทานเอง เนื่องยาทั้ง 2 ชนิดเป็นยาควบคุมและใช้ในภาวะฉุกเฉิน ใช้มาแค่ 1 ปี ยังไม่รู้ถึงผลข้างเคียงจากยา จะมั่นใจอย่างไรว่ายาที่ได้มาเป็นยาจริงไม่ปลอม การจัดซื้อยาของไทยนอกจากกรมการแพทย์ยังมีองค์การเภสัชกรรม ยืนยันไม่มีการขาดแคลนยา แต่เป็นการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล


นพ.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาพบปัญหาภาวะรีบาวด์หรือการเป็นซ้ำเกิดขึ้นกับผู้ป่วยไทย 2-3 คน จากเดิมที่รายงานพบในคนที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศอย่างนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ป่วยโควิดรับยาแพกซ์โลวิดจนหายแล้วกลับมาป่วยซ้ำ ภาวะรีบาวด์ไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่ชัดได้ บางรายอาจเจอหลังจากหายดี 5-7 วัน หรือ 10-14 วัน


พบรายหนึ่งเป็นผู้ป่วย 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดัน ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์จนหาย หลังจากนั้นวันที่ 13-14 กลับมาตรวจ ATK พบผลบวก ผู้ป่วยมีอาการไอเล็กน้อยจึงให้คำแนะนำติดตามอาการ จากนั้นไม่นานผลตรวจเป็นลบ


 อีกคนเป็นผู้ป่วยอายุ 70 ปี ไปต่างประเทศรับยาจากต่างประเทศหลังกลับมา 14 วันพบตรวจ ATK เป็นบวก ไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่ารีบาวด์เกิดจากอะไร อาจเกิดจากซากเชื้อ หรือผลบวกลวงของ ATK หรือจากอะไร หากมีอาการปกติให้สังเกตอาการ ยกเว้นกรณีจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR ให้แน่ชัด แพทย์คงต้องวินิจฉัยว่าอาจจะต้องเริ่มยาใหม่หรือไม่ รวมทั้งต้องดูปัจจัยโรคร่วมด้วยจึงเป็นสาเหตุที่ต้องการให้ผู้ป่วยใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล อยู่ในความดูแลของแพทย์


ทั้งนี้เกณฑ์การจ่ายยาต้านไวรัสรักษาโควิดมีการปรับตามสถานการณ์ตอนนี้มาถึงฉบับที่ 24 อาจมีการปรับเปลี่ยน เพราะขณะนี้ต้องยอมรับยังไม่มีใครรู้จักโควิดดีพอและเชื้ออาจมีการกลายพันธุ์ได้อีกหรือไม่



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bsw6S7MeX4I

คุณอาจสนใจ

Related News