สังคม

เร่งย้ายนกแอร์ไถลออกรันเวย์ คาดแล้วเสร็จใน 3 วัน พบปัญหาล้อหัก

1 ส.ค. 2565

86 views

จากกรณีเกิดเหตุเครื่องบิน Boeing 737-800 ของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD-108 ได้ ประสบอุบัติเหตุลื่นไถลออกนอกรันเวย์ขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ของคืนวันที่ 30 ก.ค.นั้น ล่าสุด วิศวกรและพนักงานที่เกี่ยวข้องจากสายการบินนกแอร์และ ทชร.ได้เข้าตรวจสอบและจัดอุปกรณ์เครื่องจักรกลหนักเตรียมเคลื่อนย้ายเครื่องบินลำดังกล่าวให้ออกจากรันเวย์เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการสายการบินต่างๆ เดินทางขึ้นลงที่ได้ตามปกติ



โดย น.ต.สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน แม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) เปิดเผยว่าในเหตุการณ์ทาง ทชร.ได้ปฏิบัติติตามแผนฉุกเฉินในการกู้ภัยและดูแลผู้โดยสารในพื้นที่รับผิดชอบอย่างครบถ้วน ซึ่งในแผนฉุกเฉินมีการกำหนดหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเอาไว้อย่างชัดเจน เช่น สายการบินจัดยานพาหนะรับผู้โดยสารที่ปลอดภัยไปยังพื้นที่ที่สนามบินจัดไว้ ให้สายการบินจัดหาอาหารและน้ำดื่มให้ผู้โดยสาร


สำหรับการกู้อากาศยานหรือเครื่องบินนั้นทาง ทชร.ได้รายงานให้สำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการของกาศยาน (กสอ.) ที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แล้ว ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการฯ ได้เข้าไปดูแลและตรวจพิทักษ์พื้นที่เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุ



ทั้งนี้ การเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์นั้นเป็นหน้าที่ของสายการบินนกแอร์ ปัจจุบันได้มีการจัดเตรียมหินคลุกและอุปกรณ์หนักเพื่อเตรียมทำถนนไปยังใต้ท้องเครื่องบินเพื่อจะเคลื่อนย้ายเครื่องออกหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าล้อด้านหน้าของเครื่องบินที่ไถลออกนอกรันเวย์ได้หักเสียหายและจมลงไปติดในดิน ซึ่งจะมีการใช้รถเทลเลอร์ในการกู้อากาศยาน ซึ่งเป็นเครื่องมือกู้อากาศยานเทคโนโลยีใหม่จากท่าอากาศยานพิษณุโลกมาช่วย



ในช่วงเตรียมการเคลื่อนย้ายและมีการตรวจพิทักษ์ได้มีการประชุมเรื่องการเคลื่อนย้าย ซึ่งทางนกแอร์ได้นำผู้เชี่ยวชาญ License Engineer ซึ่งจะเปิด Discovery Plan ของโบอิ้ง 737 ฯลฯ ในส่วนการนำเอาน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากเครื่องบิน ได้มีการประสานกับการปริโตเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เข้าไปจัดการในวันนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อนำอากาศยานออกจากรันเวย์ตามแผนที่จะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ส.ค.นี้





คุณอาจสนใจ

Related News