สังคม

สองโจรสาว ทุบประตูฉกทรัพย์กว่าครึ่งล้าน ก่อนจากฝากรอยฉี่ไว้ดูต่างหน้า

โดย onjira_n

20 มิ.ย. 2565

9.2K views

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 19 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง เกิดเหตุหญิงสาวสองคน บุกมากลางดึก ทุบประตูหลังบ้านพัง เข้ารื้อค้น ขนสินค้าแบรนด์ดังกว่า 24 รายการ มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท ขึ้นรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีไป ผู้เสียหาย เมื่อกลับเข้าบ้าน พบข้าวของถูกรื้อค้น มีทรัพย์สินหลายรายการหายไป รีบเปิดกล้องวงจรปิดดู พบหัวขโมยเป็นหญิงสาวสองคน มีอดีตแฟนเก่า เป็นคนลงมือทุบประตู และให้ญาติช่วยกันขนสินค้าแบรนด์ดัง ขึ้นรถแท็กซี่ หลบหนีไป ตอนนี้ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบ่อ พื้นที่เกิดเหตุฯ แต่เกรงว่าระหว่างรอจับตัวผู้ก่อเหตุ จะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากผู้ก่อเหตุฯ เป็นคนอารมณ์ร้าย ทำได้ทุกอย่าง

หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง หมู่บ้าน กัลปพฤกษ์ การ์เดน ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นห้องริม ด้านข้างมีทางเดินไปหลังบ้าน พบประตูถูกทุบทำลาย เสียหายเป็นช่องกว้างขนาดใหญ่ มีเศษชิ้นส่วนประตู ลูกบิด ตกกระจายอยู่เต็มพื้น

จากการสอบถาม นายวุฒิชัย  (เจมส์) อายุ 41 ปี น้องชายเจ้าของบ้านผู้เสียหาย กล่าวว่า ผู้เสียหายเป็นพี่ชายของตน ชื่อ นายภูวเดช  (โจ) อายุ 43 ปี มีอาชีพขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ดัง ที่นิยมในตลาด ส่วนผู้ก่อเหตุ เป็นอดีตแฟนเก่าของพี่ชาย ได้เลิกกันไปประมาณ 2 เดือน ชื่อ น.ส.อาริยา  อายุ 27 ปี สาเหตุเนื่องจาก น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุ เป็นคนชอบหลอกลวง อารมณ์ร้าย เมื่อปีที่แล้ว เคยทะเลาะกับพี่ชายตอนไปเที่ยวต่างจังหวัดฯ ได้ผลักพี่ชายตกจากตึก ขาหัก ต้องผ่าตัดเข้าเฝือกนอนรักษาตัวไปนานร่วมปี แต่เวลานั้นไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องทะเลาะกันในครอบครัว และทุกครั้งที่ทะเลาะกันมักข่มขู่ว่าจะพาแฟนเก่าอีกคน มารุมทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต อีกทั้งยังชอบหลอกเอาเงินจากคนแถวบ้าน ทำให้พี่ชายได้รับความอับอายเสียหาย จนทนไม่ไหวต้องขอเลิกและพากลับไปส่งบ้านที่ จ.อุบลราชธานี จากนั้นเมื่อเดือนมกราคม 2564 น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุ ได้หลอกพี่ชาย ว่าตั้งท้อง ทำให้พี่ชายใจอ่อน ยอมรับกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม แต่เวลาผ่านไปถึง 12 เดือน ก็ยังไม่เห็นคลอดเด็กออกมา จึงมั่นใจว่าถูกหลอกและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของ น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุได้ พี่ชายทนไม่ไหว จึงได้ตัดสินใจขอเลิก แต่ น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุ ไม่ยอมย้ายของออกจากบ้านไป ถึงขั้นพี่ชายต้องแจ้งให้ตำรวจ สภ.บางบ่อ เข้ามาระงับเหตุ น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุ ถึงได้ยอมย้ายออกไปจากบ้านพี่ชาย เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา

กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.เวลา ประมาณ 01.00 น. น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุ พร้อม น้องสาว ชื่อ น.ส.วรอุษา อายุ 20 ปี ได้แอบเข้ามายามวิกาลในวันที่พี่ชายไม่อยู่บ้าน ทำการทุบประตูพังเสียหาย เข้าไปรื้อค้น ขนทรัพย์สิน เป็นสินค้าแบรนด์ดังกว่า 24 รายการ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า น้ำหอม และนาฬิกา รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 แสนบาท จากนั้นโทรศัพท์ตามรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ช่วยกันขนทรัพย์สินทั้งหมดขึ้นรถหนีหายไป

จากดูพฤติกรรมการก่อเหตุ หญิงสาวทั้งสองคน ใจเย็นมาก ใช้เวลาก่อเหตุนานเกือบ 1 ชั่วโมง จังหวะที่เปิดประตูไม่ได้แล้วพยายามใช้เท้าถีบประตู แต่กลับหายหลังล้มกลิ้ง ไปทับกระถางต้นไม้ของคนข้างบ้านล้มลง เพื่อนบ้านมาเห็นความผิดสังเกตเมื่อช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น และยังสงสัยอยู่ว่าเกิดจากอะไร กระทั่งมาเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด ถึงได้รู้ และ ยังเห็นอีกว่า ระหว่างรอให้ น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุฯ ทุบประตูอยู่นั้น น.ส.วรอุษา ผู้ร่วมก่อเหตุฯ ได้นั่งลงฉี่ตรงต้นไม้ อีกด้วย โดยภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้อย่างชัดเจน รวมถึง น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุฯ รู้มุมกล้องในบ้าน เมื่อเข้าไปได้ ก็จะหลบแล้วไปบิดให้กล้องหันไปทางอื่น

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ นายภูวเดช ชาลาพิสิฐ (โจ) พี่ชาย ได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางบ่อ ไว้แล้ว ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.อาริยา บุตรสิงห์ กับ น.ส.วรอุษา บุตรสิงห์ น้องสาว และ คนขับรถแท็กซี่ ที่มารับ ในข้อหาลักทรัพย์ยามวิกาล แต่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามจับตัว ตนและครอบครัว กลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจาก น.ส.อาริยา ผู้ก่อเหตุฯ มีนิสัยอารมณ์ร้าย คงทำได้ทุกอย่าง หากย้อนพาพวกกลับมาทำร้ายพี่ชายและครอบครัวของตน อาจจะทำให้ได้รับอันตรายและความเสียหายมากไปกว่าเดิม จึงวอนผ่านสื่อฯ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งรัดคดีให้ด้วย



แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ