สังคม

ผู้การฯ สระบุรีเผยคนร้ายเป็นกู้ภัย 2 ผัวเมีย ลอบขนยาจากเลยลงใต้ทำแล้ว 2 ครั้ง

โดย taweelap_b

5 มิ.ย. 2565

1K views

กรณีตำรวจล่าระทึกคนร้ายขับรถกู้ภัยขนยาเสพติด ก่อนจะยิงรถตำรวจ แล้วขับหนีข้ามจังหวัดตั้งแต่สระบุรี-กรุงเทพฯ ขณะที่พบเป็นเครือข่ายยาเสพติดอีสานตอนบน กระทั่งตำรวจตามพบรถกู้ภัยจอดทิ้งย่านมีนบุรี แต่ไร้คนขับเพราะหลบหนี ส่วนยาเสพติดถูกทิ้งย่านซอยหทัยราษฎร์ แขวงคลองสามวาตะวันตก และเตรียมหาเบาะแสติดตามตัวนั้น


ล่าสุดวันที่ 5 มิ.ย. 65 เวลา 15.00 น. บริเวณกองขยะภายในป่ารกร้างซอย 10/8 หทัยราษฎร์ 39 ย่านคลองสามวา ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาตรวจสอบยาบ้า จำนวน  6 กระสอบ​ หรือประมาณ 2.4 ล้านเม็ด ที่ถูกคนร้ายในคราบกู้ชีพนำมาทิ้งไว้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา


พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ ผบก.ภ.จว.สระบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจได้เฝ้าติดตามผลร้ายรายนี้มานานพอสมควร จนทราบข้อมูลแน่ชัดว่าคนร้าย ซึ่งมีอาชีพเป็นกู้ภัย 2 ผัวเมีย จะขนยาเสพติดจากพื้นที่จ.เลย เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งยาดังกล่าวลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกต่อ ทั้งนี้ ตำรวจสืบสวนภูธร สระบุรี จึงสะกดรอยทั้ง 2 คน จากจ.เลย ขับตามมาตลอดทาง กระทั่งถึงพื้นที่ห้วยบง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจ แต่คนร้ายไหวตัวเปิดสัญญาณไฟขอทางจากประชาชนหลบหนี โดยตลอดเส้นทางคนร้ายได้ใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเข้าสู่พื้นที่ซอยหทัยราษฎร์ 39


อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ายาบ้าที่ถูกทิ้งบริเวณซอยหทัยราษฎร์ พื้นที่ป่ารกร้าง มีจำนวนทั้งสิ้น 2.4 ล้านเม็ด และจากข้อมูลของตำรวจพบว่าคนร้ายใช้รถกู้ชีพในการขนยามาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าคนร้าย เปิดฉากยิงต่อสู้กับตำรวจมาตลอดเส้นทางนั้นไม่เป็นความจริง เพียงแต่คนร้ายได้ใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเพื่อหลบหนี ขณะที่รถตำรวจไม่สามารถขับตามได้ นอกจากนี้ ตำรวจยังสามารถสกัดตัวได้ผู้ต้องหาอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้ควบคุมตัวไปสอบปากคำแล้วที่สืบภูธรจังหวัดสระบุรี


นอกจากนี้ มีรายงานว่า จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าว เจ้าของรถคือบิดาของผู้ก่อเหตุ แต่คนขับรถคือลูกชาย และลูกสะใภ้ ซึ่งเป็นอาสากู้ชีพอยู่มูลนิธิหนึ่ง ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าของบ้านที่อยู่ภายในซอยดังกล่าวให้ข้อมูลว่า มีคนในบ้านเห็นรถตู้คันดังกล่าวขับเข้ามาภายในซอย ก่อนที่จะจอดรถและมีรถอีกคันหนึ่งมารับคนขับและผู้โดยสารไป ซึ่งขณะนี้ได้ให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนสอบสวนไปแล้ว ภายในซอยดังกล่าวเป็นซอยตันและเป็นซอยที่ชาวบ้านทั่วไปจะไม่ทราบว่าเป็นซอยตัน และจะขับรถหลงเข้ามาภายในซอยบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาไม่เคยมีการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย

คุณอาจสนใจ

Related News