สังคม

สื่อนอกตีข่าว กองทัพไทย ห้ามกำลังพลใช้แอป LAZADA - 'วิโรจน์' ทวิตเหน็บ 'ใครใคร่ค้าออนไลน์ไม่ให้ค้า'

โดย thichaphat_d

11 พ.ค. 2565

200 views

จากกรณี 4 เหล่าทัพ ทั้ง กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ และกองทัพไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง LAZADA ซึ่งกองทัพบกเข้มสุด ห้ามกำลังพลสั่งของจาก LAZADA และห้ามรถขนสินค้า LAZADA เข้าหน่วยงาน ถ้าพบเจอ ผบ.หน่วยจะถูกลงโทษ ฐานบกพร่อง


เรื่องนี้ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อดังทั่วโลก ที่นำเสนอข่าวกองทัพไทยแบนแพลตฟอร์ม “ลาซาด้า” ด้วยเหตุจากสื่อโฆษณา


บลูมเบิร์กรายงานว่า กองทัพไทยห้ามกำลังทหารสั่งซื้อของออนไลน์จากแพลตฟอร์ม ลาซาด้าหลังจากเหตุโฆษณา โดยยกคำสั่งของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ไม่ให้ขนส่งลาซาด้า เข้าไปภายในกองทัพ แต่ยังคงซื้อได้ โดยให้ออกไปรับด้านนอก ทั้งยังรายงานว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่ในโฆษณาดังกล่าว


และว่า ลาซาด้า แพลตฟอร์มออนไลน์ของอาลีบาบา ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ออกมาขอโทษโฆษณาดังกล่าว ขณะที่ตัวแทนปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นกรณีดังกล่าว


เช่นเดียวกับ เอเอฟพี และบีบีซี ที่รายงานข่าวในเชิงเดียวกัน โดยได้กล่าวว่า กองทัพห้ามกำลังพล 245,000 คน ในการใช้แอปฯลาซาด้า และว่า มีร้านค้าจำนวนหนึ่งที่ระงับการจำหน่ายสินค้าในแพลตฟอร์มลาซาด้าเพราะวิดีโอโฆษณาดังกล่าว


ขณะที่เซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ และแชนแนล นิวส์ เอเชีย ก็ได้ตีข่าวดังกล่าว ว่ากองทัพห้ามกำลังพลในไทยใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวเช่นกัน


ขณะที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ทวิตเตอร์ว่า "ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าออนไลน์ไม่ให้ค้า

การตัดสินใจใช้อำนาจรัฐกับบริษัทเทค ซึ่งกระทบกับผู้ค้าออนไลน์ที่ลำบากอยู่แล้ว เป็นจำนวนมาก และอาจกระทบกับการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องตั้งสติให้ดี ไม่ใช่เอาทั้งกองทัพ และประเทศไปขายขี้หน้าในเวทีโลก"


ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องและขอคำสั่งศาลให้ขอปิดกั้น ช่องทางที่มีการแชร์ ข้อมูล ผ่านทางสื่อออนไลน์ ทั้งหมด ไม่ว่า ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ซึ่งพบว่ามี 42 URL


ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ระบุว่า หากแพลตฟอร์ม ดังกล่าว ทราบถึง การกระทำความผิด ก็สามารถที่จะปิดเองได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่ปิดก็จะทำให้กลายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์หรือ กฎหมายอื่น หากดำเนินการก็ถือว่าไม่เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด


นายชัยวุฒิระบุด้วยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือบริษัทโฆษณา รวมถึงผู้ที่อยู่ในวงการประชาสัมพันธ์ โฆษณาต่างๆ ต้องมีจรรยาบรรณ และต้องมีสมาคมวิชาชีพกำกับดูแล ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยว่า การโฆษณาประชาสัมพันธ์จะต้องทำอย่างถูกกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม หรือ ทำให้สังคมเกิดความรู้สึกไม่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกำกับดูแลร่วมกัน ซึ่งหากกระทำความผิดสุดท้าย ก็จะทำให้ธุรกิจของตนเองได้รับความเสียหายไปเอง


สำหรับกรณีที่มีการสั่งห้ามส่งสินค้าที่สั่งผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว ในหน่วยงานต่างๆนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นการตอบโต้การกระทำที่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีในสังคมไทย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณ ตักเตือนให้ทราบให้หยุดอย่าทำอีก และเป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจและต่างชาติได้เห็นว่า คนไทยไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ และอยากจะให้ต่างชาติเข้าใจในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน


เมื่อถามว่า การที่หลายหน่วยงานรัฐออกมาแบนลาซาด้า จะกระทบภาพลักษณ์ไทยหรือไม่ เพราะสื่อต่างประเทศเริ่มให้ความสนใจ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่า "ผมว่ามันก็เป็นสิทธิของคนไทยนะ หรือองค์กรต่างๆที่จะไม่เห็นด้วยหรือตอบโต้การกระทำที่ไม่เหมาะสมของลาซาด้า หรือใครก็ตามที่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในทางที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับสังคมไทย


ถ้าเราไม่มีการตักเตือนหรือส่งสัญญาณว่า เราไม่เห็นด้วยเนี่ย เขาก็จะทำอย่างนี้กันอีก มันก็ไม่จบไม่สิ้น และเราก็ต้องส่งสัญญาณให้เห็นว่า คนไทยรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้ ให้เขาหยุดอย่างทำอีก เพราะว่านี่คือเป้าหมายของเรา คือการส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจหรือคนต่างชาติเห็นว่า คนไทยเรารับไม่ได้กับสิ่งที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ ก็อย่ามาทำในประเทศไทย"


นอกจากนี้ ชัยวุฒิ ย้ำว่า ลาซาด้าก็ต้องคิดถึงคนไทยเหมือนกัน ถ้าจะคิดว่าอยากทำอะไรก็ได้นั้นไม่ถูก คือเป็นคนจีน แต่ก็ต้องเคารพกฎหมายไทยและความรู้สึกของคนไทยด้วย ถ้าเขาไม่เคารพความรู้สึกคนไทย เราก็ต้องส่งสัญญาณให้เห็นว่าไม่ถูกต้องฉะนั้นก็ต้องปรับตัว



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XKuggufxFE0

คุณอาจสนใจ

Related News