สังคม

‘สีกา ต.’ เล่าหมดเปลือกจุดเริ่มต้นสัมพันธ์ลับ ‘อดีตพระกาโตะ’

โดย nutda_t

3 พ.ค. 2565

731 views

จากกรณีคลิปเสียงที่ถูกระบุว่าคล้ายกับพระหนุ่มนักเทศน์ชื่อดังใน จ.นครศรีธรรมราช พัวพันกับสีการายหนึ่ง จนเป็นข่าวที่ถูกให้ความสนใจอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่ พระพงศกร จันทร์แก้ว หรือ “หลวงพี่กาโตะ” พระนักเทศน์ชื่อดัง กระทั่งถูกกดดันจากสังคมจนต้องลาสึกจากความเป็นพระ



วานนี้ (2 พ.ค.)  สีกาสาว ต. ที่มีข่าวกับอดีตพระกาโตะ ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับทีมข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบหมดเปลือก โดยใบตองเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ติดต่อไปหาพระกาโตะ ผ่านทางอินสตราแกรม ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2564 เพื่อนัดวันเข้าไปทำบุญ เพราะรู้จักพระกาโตะในฐานะพระนักเทศน์ที่มีคำคมให้แง่คิดที่ดี


กระทั่งได้วันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา สีกา ต. และแม่ เข้าไปถวายเพลที่วัดและได้เจอกับอดีตพระกาโตะ ซึ่งเธอได้บอกไปว่าตัวเองป่วยเป็นโรคไบโพลาร์และมีภาวะซึมเศร้าเครียดปัญหาต่าง ๆ พระกาโตะ ก็พาสนทนาธรรมเดินชมรอบวัด จนทำให้ใบตองรู้สึกดีขึ้น ตอนนั้นไม่มีอะไร ก็แยกย้ายกัน คุยกันมาเรื่อย ๆ ถามว่าติดต่อยังไง ก็แอดเบอร์เลยได้ไอดีไลน์  อดีตพระกาโตะ จะถามทำอะไร เป็นการทักมาถามตลอด แนวชวนคุยให้ตนรู้สึกสบายใจ รู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง



สีกา ต. ยังเผยอีกว่า “คุยกันประมาณ 2 อาทิตย์ ก็เริ่มมีความสัมพันธ์ สานต่อกันมาเรื่อย ๆ ความจริงรู้กันอยู่ 2 คน ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าต่างฝ่ายไม่มีใจให้กันมันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ตนเชื่อว่าอดีตพระกาโตะ ก็มีใจให้ตน ตอนนั้นทั้ง 2 ฝ่าย แฮปปี้ดีมีความสุข คุยกันลักษณะคบหากัน เขามาในช่วงที่ตนอ่อนแอทางใจ รักษาโรคไบโพลาร์ ตนไม่มีใคร การที่มีคนมาใส่ใจทุก ๆ 15 นาที คอยถามว่าทำอะไรครับอยู่ตลอดเวลา มันรู้สึกหวั่นไหว”



สีกา ต. เผยต่อว่า เขาใส่ใจตนเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนดีหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่  ตนก็ดูเขาไปเรื่อย ๆ เขาจะคอยพูดหยอดคุยกันในไลน์ว่าตนสวยดี ดาราเลยล่ะ ตนถามอดีตพระกาโตะ ว่าเคยคุยแบบนี้กับใครมั้ย เขาบอก “เคยครับกับแฟนเก่า”  ทั้งนี้ตนพยายามหักห้ามใจรู้เสมอว่าผิด



“ครั้งแรกที่ชวนกันไปดูดาว มีอะไรกันบนรถที่เขื่อนตอน 4 ทุ่ม ตนก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เราตั้งใจไปด้วยเจตนาดี เขาอาจต้องการให้ตนหายจาคโรค ไปพักผ่อนสมอง โดยครั้งนี้ตนขับรถไปรับอดีตพระกาโตะที่วัด เขามายืนรอข้างถังน้ำแข็ง หอบหมอนกับผ้าห่มนวมมาด้วยแล้วขึ้นรถ ตนถามว่าเอามาทำไมเยอะ เขาบอกกลัวหนาวเอามาไว้รองนอนเพราะเบาะพับได้ จากนั้นมีการพูดคุยกัน อดีตพระมักบอกว่าปวดเมื่อย ตนจึงบอกว่าจะนวดให้และข้ามเบาะไปนวด ทายาและนวดหลังให้อดีตพระกาโตะ บนรถบริเวณเขื่อนซึ่งมืดมาก เปิดสบงออกนิดหนึ่ง”  



ก่อนนวดตนถามว่านวดให้ได้มั้ย อดีตพระกาโตะ บอกนวดได้ไม่บาปถ้าเจตนาดี จึงเชื่อคำพูดของเขา พอได้จับตัวมันก็เริ่มเคลิ้มทั้งคู่ นวดไปคุยไปกันสองต่อสองอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เรื่องทั้งหมดเป็นความจริง หลังจากมีอะไรกันเสร็จ ตนก็ขับรถมาส่งอดีตพระกาโตะที่วัด จากนั้นก็มีการพูดคุยกันดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทำให้กำลังใจตนดีขึ้น



ครั้งที่ 2 ที่มีอะไรกันบริเวณข้าง ๆ วัดตอนกลางคืน ทีแรกจะขับรถไปที่ไกล ๆ แต่อดีตพระกาโตะ บอกอย่าเลยเอาตรงนี้ดีกว่า หลังจากนั้นคุยกันก็เริ่มมีปัญหากัน ตนขี้โมโห หงุดหงิด ชอบโทรไปวีนอดีตพระกาโตะ ทำให้เขารำคาญเพราะแรก ๆ คุยกันบ่อย หลัง ๆ  พอมีอะไรกันเขาเริ่มหายไป  



หลังจากมีสัมพันธ์กัน 2 ครั้ง ก็รู้ตัวว่าผิด ไม่อยากทำลายพระพุทธศาสนา และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก จึงตัดสินใจส่งข้อมูลให้หมอปลา ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน ซึ่งหมอปลาบอกว่า ต่อให้มีหลักฐานชัดเจน พระบางรูปก็ไม่รับ ต้องวางแผนจับคาหนังคาเขา แต่คุณตอง ใจร้อน ไปส่งข้อมูลต่อให้กับหลวงพี่ย้อย จึงเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา




สีกา ต.ยืนยันไม่คิดแบล็กเมล พูดกับเขาเสมอว่าเราจะไม่ทำร้ายกัน แต่สิ่งที่ตนได้ทำไปขัดกับความถูกต้อง และที่อดีตพระโตะ บอกว่าตนเองยั่ว เขาสามารถพูดได้ทุกอย่างในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเขา ตนไม่โกรธที่มาบอกว่าไปยั่วเขา แค่ตนอยู่เฉย ๆก็ดูเอ็กซ์แล้ว หลังจากที่อดีตพระกาโตะ ออกมายอมรับความจริงแล้ว ตนก็ขอยุติเรื่อง เพราะทางครอบครัวของตนก็บอกให้พอตั้งนานแล้ว ตนไม่อยากทำให้แม่ทุกข์ใจ



“ดีใจที่เขากล้าพูด ตอนแรกโกรธที่เขากล้าที่จะบอกว่าไม่จริง เขาพูดอยู่คำหนึ่งทำอะไรรู้อยู่ในใจ ตนฟังแล้วส่ายหน้า คุณทำอะไรรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ตนไม่กลัวโดนแฉกลับ เพราะรู้อยู่แล้วผลเสียจะตามมาแบบไหนบ้าง แฟนคลับเขาเยอะหรือสังคมจะมาโจมตีก็ไม่กลัว ตนไม่ได้ขอข้าวเขากิน ตนคิดว่าต่อจากนี้ถ้าต่างกันต่างอยู่ มันคงจบ แฟนคลับเขาก็อย่ามาข้องเกี่ยวกันเลย”



ประเด็นเรื่องเงิน 3 แสนบาท โดยเป็นพ่อเลี้ยงที่ไว้ใจได้ ของอดีตพระกาโตะ โดยนัดรับเงินที่หลังเซียร์ รังสิต แลกกับการให้ลบไลน์และปิดบัญชีธนาคาร ตนไม่ได้เรียกร้อง เขาปรารถนาเองที่จะให้ไปเป็นค่ารักษาตัว เขาบอกจะช่วยเงิน 3 แสน เขาพูดเองที่จะให้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่คืนแต่จะนำไปทำบุญ ฝากบอกอดีตพระกาโตะ “อย่าไปเล่นกับความรู้สึกใคร บางทีผู้หญิงค่อนข้างมีความรู้สึกที่ดี ๆ ถ้าไปเจอผู้หญิงที่โดนแบบนี้แล้วฆ่าตัวตายตายไปเลยจะเป็นตราบาปไปตลอด เขามีเสน่ห์ มีวาจะในการพูดที่ดี ขอให้เขานำสิ่งนี้ไปใช้ในทางที่ดี ไม่ใช่นำมาใช้แบบนี้ อย่าให้เกิดขึ้นอีก”



สีกา ต. กล่าวว่า อดีตพระกาโตะ ย้ำเสมอว่าเขายังเด็ก อยากบอกว่าต้องโตได้แล้ว เพราะวันนี้คุณไม่ใช่เด็กแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว “ยอมรับว่าตนเองระอายมาก ๆ รู้ด้วยว่าจะโดนอะไรกลับมา แต่ถ้ายังอยู่แบบนี้ตนไม่สบายใจ ขอทำสิ่งที่ถูกต้อง มันเป็นตราบาปและเก็บไว้ในใจคนเดียว มันอึดอัด ขอให้ตนตายชาตินี้ โดยที่ตนได้เปิดเผยเรื่องทุกอย่าง เพราะไม่อยากโกหกใคร”  ตอนนี้ทัวร์ลงว่าตนไปให้ท่าอดีตพระกาโตะ ไปยั่วยวนเอง หิวเงิน กำลังปรึกษาทนายความจะฟ้องชาวเน็ตทุกรายที่กล่าวหาในทางไม่ดี หลักฐานมีครบหมดแล้ว





สีกา ต. ยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากนี้จะมีสติ ขอแก้ตัวในส่วนที่ทำผิดไป ขอแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด  เชื่อว่าตนกับอดีตพระกาโตะ มีความรู้สึกดี  ๆ ต่อกันเสมอ ไม่งั้นคงไม่อยู่มาถึง 3 เดือน ตนศรัทธาในความรักที่ทำให้ตนกับเขาได้คุยกันต่อ ตนค่อนข้างอึ้งที่ได้ยินอดีตพระกาโตะ พูดว่าไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับตน  นักข่าวถามสีกา ต. ว่าเรียกว่า “รัก” มั้ย  สีกา ต. ตอบว่า “ใช้ได้ค่ะ”



ตอนทำใจได้แล้ว เพราะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้  ตนเลือกที่จะเดินเฟดออกมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง  ตนเองยั่วยวนอย่างไรเพราะแต่งกายมิดชิดทุกครั้ง แต่ครั้งแรกที่เจอกันตอนถวายเพล ตนเห็นสายตาของอดีตพระกาโตะ โดยมองผ่านกระจกหลัง สายตามองตามตลอด จึงถามแม่ว่าทำไมเขาถึงมองตลอด กระทั่งขับรถลงจากเขาไป ตนรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่วันนั้น



“ยอมรับสิ่งที่ตนทำมันบาปแน่นอน เขาบอกเจตนาดีไม่เป็นแล้วก็เปิดหลังให้นวดจนมีความสัมพันธ์เกินเลย สึกแล้วคงไม่มาอยู่ด้วยกัน มันจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง ย้ำตนขอทำในสิ่งที่ถูกต้อง น้อมรับที่ โดนกระแสสังคมต่อว่าหญิงก็ร้ายชายก็เลว วันนี้ตนทำสิ่งที่ถูกต้องให้แล้ว อย่างน้อยทุกคนจะได้ตาสว่างว่าพระก็มีแบบนี้ ตนไม่สามารถโกหกใครอีกต่อไปได้ รู้สึกโล่งมาก วันนี้แหละที่เรารอคอย”    



สีกา ต. กล่าวต่อว่า  คลิปทั้งหมด 7 คลิป ตนส่งให้พระย้อย ไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว คือในเฟซบุ๊กมีพระ 1-2 ท่านที่เห็นหน้าเฟซบุ๊กบ่อย ๆ ไม่ทราบชื่อด้วยซ้ำ ตองเรียกหลวงพี่เฉย ๆ ส่วนเรื่องที่ตนบอกตนกุเรื่องมาตอนแรกนั้น ที่บอกว่าพระกาโตะไม่เป็นแบบนั้น คือมีพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งโทรฯมา ท่านแจ้งว่ารู้เรื่องหมดทุกอย่างแล้วนะ เพราะว่าพระรูปนี้บอกมา เล่าให้ฟังหมดแล้ว เรามาหาทางออกกัน เรื่องมันไปกันใหญ่แล้ว มาหาข้อสรุปกันในแนวเดียวกัน เพื่อตัดปัญหาตองเองก็อยากให้จบเร็วๆ ไม่อยากให้มีผลกระทบกับใคร ตนไม่มีชื่อเสียงเราเลยคิดว่าเรายอมโดนด่าเอง หลังจากมาพูด




สีกา ต. ยืนยันตนเป็นโรคซึมเศร้ามานาน 11 ปี และเพิ่งตรวจพบเป็นไบโพลาร์ช่วงเดือนธันวาคม  ถ้าใครทำอะไรให้ตนเองไม่ไม่พอใจจะมีอาการแสดงออกรุนแรง ไม่ทำร้ายตัวเองแต่จะทำร้ายคนรอบข้าง  เป็นสาเหตุที่ตนต้องมาอยู่กับแม่ และแม่พาไปวัด จนเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น  นักข่าวถามว่าจากนี้จะใช้ชีวิตอย่างไร สีกา ต. บอกว่าจะเดินสายทำบุญ ต่อไปนี้ขอให้เป็นเรื่องของกรรม



สีกา ต. ได้ขอโทษอดีตพระกาโตะแล้วในรายการโหนกระแส ไม่ขอคุยอะไรกันอีก พร้อมระบุว่า  “ไม่ได้เป็นการแบล็กเมล มันเป็นความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาแล้ว ไม่ได้ขู่ แต่คนหนึ่งลำบากก็ต้องช่วยกัน อยากให้ยุติ ตอนนี้มีอะไรเคลียร์ตอนนี้เลย ถามว่าเงินคืนไหม 3 แสน ใช้ไปแล้วค่ะ เขาพูดว่าให้ด้วยความเสน่หา ตอนที่พูดมีคลิปเสียงแต่เงินต้องแบ่งส่วนทำบุญแน่นอน หนูก็ขอโทษทุกอย่างที่ทำให้คุณลำบากใจหรือทุกข์ใจ แต่ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ความปรารถนาดีมีให้เสมอค่ะ ที่ชาวเน็ตด่าเลวทั้งคู่ ขอโทษที่คิดน้อย ทำอะไรไม่มีสติ เอาอารมณ์ตัวเองเป็นหลัก ขอโทษวงการพระพุทธศาสนาด้วย ขอโทษพระทุกรูปค่ะ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ