สังคม

กรมธนารักษ์ ชี้ 'ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย' ทำผิดจริง เพิ่งยื่นขอเช่าที่ หลังเป็นข่าว จ่อโดนปรับย้อนหลัง

โดย thichaphat_d

23 มี.ค. 2565

227 views

ความคืบหน้ากรณี การตรวจสอบพื้นที่ ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นวัดสาขาของวัดท่าไม้ และหลวงพี่อุเทน เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ทำพิธีบวชพราหมณ์ ให้นายปอ และนายเบิร์ต 2 ผู้ต้องหาคดี ดาราสาวแตงโม นิดา เสียชีวิต โดยทั้งสองคน มาปฏิบัติธรรมที่ดังกล่าว จนนำไปสู่การตรวจสอบการใช้พื้นที่ถูกต้องหรือไม่

วานนี้ (22 มี.ค.65) นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ และพลตรี มนิต ศิริรัตนากุล ผู้บัญชาการพลพัฒนาที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นอำเภอสวนผึ้ง เดินทางมาที่ธรรมสถานวิโมก สิวาลัย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี  เพื่อเข้าตรวจสอบการบุกพื้นที่ราชพัสดุของธรรมสถานวิโมกสิวาลัย

โดยมีพระปัฐพงษ์ ผู้ดูแลธรรมสถานวิโมกสิวาลัย เป็นตัวแทนพระสงฆ์ เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ จากการพูดคุย ฝ่ายพระสงฆ์ให้ข้อมูลว่า สถานที่แห่งนี้ มีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กลับพบว่ามีการจดทะเบียนจริง แต่เป็นสถานที่อื่น ไม่ใช่พื้นที่แห่งนี้

โดยอ้างว่า เป็นมูลนิธิเดียวกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่แย้งว่า ไม่สามารถกระทำการเช่นนี้ได้ ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้อง จึงได้อธิบายการจัดตั้งเป็นวัดตั้งแต่แรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงเหตุผลในการตั้งเป็นวัดไม่ได้ เนื่องในพื้นที่มีวัดอื่น อยู่ใกล้เคียงพื้นที่แล้ว ซึ่งตามเงื่อนไข ต้องมีระยะห่าง 5 กิโลเมตรขึ้นไป

ทางวัดจึงขอเปลี่ยนมาเป็นการจัดตั้งเป็นสถานปฏิบัติธรรม เจ้าหน้าที่จึงถามต่อว่า เหตุผลที่ต้องสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมคืออะไร

พระปัฐพงษ์ จึงตอบว่า เป็นความประสงค์ของพระอาจารย์อุเทน เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ เนื่องจากพระอาจารย์อุเทน สุขภาพร่างกายเริ่มไม่แข็งแรง จึงอยากตั้งแห่งนี้ เป็นสถานปฏิบัติธรรม และเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาได้มี การแจกของ แจกทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่จึงถามพระว่า ได้มีการยื่นเอกสารขอเช่า หรือสอบถามขั้นตอนในการใช้พื้นที่หรือ พระปัญพงษ์ ตอบว่า เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ เป็นคนดำเนินการ  

จากนั้นจึงให้พระปัฐพงษ์ เดินพาชี้จุดไปดูตามที่ต่างๆ ภายในธรรมสถาน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำภาพถ่ายทางอากาศ มาร่วมตรวจสอบด้วย

ระหว่างที่เดินชมสถานที่ สื่อมวลชน จึงสอบถามพระปัฐพงษ์ เจ้าสำนักธรรมสถานวิโมกสิวาลัย โดยตอบคำถามถึงการ ที่มีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ยื่นหนังสือเปลี่ยนจากผู้ใช้สถานที่ ให้เป็นผู้เช่าเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอนที่จะดำเนินการ ขอตั้งเป็นมูลนิธิ ซึ่งเเต่เดิมที่นี่ก็เป็นมูลนิธิ เเละเคยขอยื่นเรื่องไปเเล้ว ขณะนี้ดำเนินการในนามมูลนิธิอยู่ที่วัดท่าไม้

สำหรับปัญหาการรุกที่ดินราชพัสดุ พระอาจารย์อุเทน บอกว่า ให้ตอบตามความเป็นจริงว่าสิ่งที่มีอยู่ภายในธรรมสถานวิโมกสิวาลัย มีโยมที่มีจิตศรัทธา เป็นผู้ถวายสถานที่มาให้สร้างธรรมสถาน โดยไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการบุกรุก ส่วนที่มีปรากฏอยู่ในประวัติว่า ตระกูล "ศรีทองสุข" ที่ถวายพื้นที่ให้สร้างเป็นใคร เรื่องนี้ไม่ทราบเพราะเพิ่งมาจำวัตร เมื่อ 3 ปีที่เเล้ว ส่วนจะกังวลใจหรือไม่ หากการรุกพื้นที่ จะทำให้มีการย้าย หรือรื้อถอน ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ และพระก็เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในสถานปฏิบัติธรรม โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในด้วย

โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า จากการเช็คข้อมูลอย่างละเอียด พบว่าธรรมสถาน ได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้อง จึงให้คำแนะนำกับทางพระสงฆ์ว่า จะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โดยต้องยื่นขออนุญาตเช่าพื้นที่ กับกองพลทหารพัฒนาที่ 1 โดยเร็วที่สุด

และเมื่อหนังสือมาถึงกรมธนารักษ์ ก็จะพิจารณาว่าพื้นที่ค่าเช่านั้น อยู่ในเรทราคาเท่าไหร่ เพราะค่าเช่าพื้นที่ จะแตกต่างกัน หากได้รับการอนุญาต ก็จะเริ่มเรียกเก็บค่าเช่ารายปี ตามระเบียบของกรมธนารักษ์ และจะพิจารณาเรียกเก็บค่าเสียหายย้อนหลัง ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2551 โดยจากการประมาณคาดว่า พื้นที่ 38 ไร่นี้ จะเสียค่าเช่า หลักหมื่นต่อปี ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดการชำระค่าเช่า ที่กำหนดไว้

ซึ่งพบว่า สถานที่ธรรมสถานมีพื้นที่ทั้งหมด 38 ไร่ โดยพบว่าบางส่วนได้แบ่งให้ชาวบ้านเช่าเป็นพื้นที่อาศัย และทำการเกษตร

ส่วนกรณีสังคมสงสัย ว่าทำไมราชการ ถึงปล่อยเวลาล่วงเลยมาเกือบ 14 ปี โดยที่ไม่มีการตรวจสอบ อธิบดีกรมธนารักษ์ ตอบว่า มีการตรวจสอบเป็นระยะ แต่สถานที่แห่งนี้ มีการยื่นขอก่อสร้างเป็นวัด ซึ่งต้องยื่นให้สำนักพุทธ จังหวัดราชบุรี ดำเนินการและนำเอกสารแจ้งมาที่กรมธนารักษ์  แล้วก็หายไป และไม่มีใครทราบว่าเป็นการมายื่นขอเป็นมูลนิธิในภายหลัง ซึ่งเพิ่งได้มายื่นเรื่องขอเปลี่ยนเมื่อวานที่ผ่านมา (22 มี.ค.65)

ส่วนในเรื่องของการก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ทางสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ทำได้ โดยไม่มีใครทักท้วง  อธิบดีกรมธนารักษ์ บอกว่า เรื่องนี้ต้องสอบถามข้อมูลจากราชการส่วนท้องถิ่นว่าเหตุใดจึงปล่อยให้มีการก่อสร้างได้ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตามหลักกฎหมาย ถือว่าสถานที่แห่งนี้ ทำผิดกฎหมาย อย่างชัดเจน แต่ในเรื่องของการดำเนินคดีจะมีการอลุ่มอล่วย โดยหากดูจากเจตนา  พบว่า ทางธรรมสถาน ไม่ได้หาผลประโยชน์จากการจัดตั้งสถานที่ จึงให้คำแนะนำ ให้รีบดำเนินการให้ถูกต้อง

ส่วนทางด้านพลตรีมนิต ศรีรัตนากุล ผู้บัญชาการพลพัฒนาที่ 1 บอกว่า ที่ผ่านมาทราบเรื่องมาตลอด ว่าสถานที่แห่งนี้ขออนุญาตใช้พื้นที่เป็นวัด แต่เพิ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นสถานปฏิบัติธรรม จากนี้ ให้ยื่นเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ ภายใน 30 วัน หากไม่รีบดำเนินการ ก็จะพิจารณาแจ้งหนังสือเตือน แล้วภายในอีก 1 เดือน หากไม่ดำเนินการ ก็จะพิจารณาโทษ จากเบาไปหนัก

ส่วนพื้นที่ อ.สวนผึ้ง มีสำนักปฏิบัติธรรม สำนักสงฆ์ ลักษณะเดียวกันนี้อีก 12 แห่ง ก็จะมีการตรวจสอบ รายละเอียดการขอใช้พื้นที่เช่นกัน

พระปัฐพงษ์ ปุญญฺวํโส เปิดเผยอีกครั้ง หลังจากที่กรมธานรักษ์เข้าตรวจสอบภายในธรรมสถาน โดยระบุว่า  สบายใจขึ้น ได้รับคำเเนะนำให้ดำเนินการตามเอกสารที่กรมธนารักษ์เเจ้งไว้ โดยให้ติดต่อประสานกับกรมธนารักษ์ ที่ผ่านมาก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนการจ่ายเงินค่าเช่าย้อนหลังตั้งเเต่ปี 2551 ก็อยู่ที่หลวงพี่อุเทน จะเป็นผู้ดำเนินการ

นักข่าวได้สอบถามว่า ทาง โยคีปอ เเละโยคี โรเบิร์ต เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาหรือไม่ พระปัฐพงษ์ บอกว่าไม่เกี่ยวกัน ก่อนที่จะเดินเข้ากุฏิ นักข่าวพยามเดินตามสอบถามว่าได้ทราบเรื่องทางโลกหรือไม่ พระปัฐพงษ์ ตอบว่าไม่รู้ ส่วนวันพรุ่งนี้ โรเบิร์ต เเละ ปอ จะไปรายงานตัวหรือไม่ ก็อยู่ที่ทนาย ก่อนที่จะโชว์ สำเนาทะเบียนบ้าน เลขที่ 59/9 หมู่7 โดยมีชื่อหมู่บ้านว่า สำนักสงฆ์ โดยจดทะเบียนเมื่อ 6 มิถุนายน 2551 ลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้หนึ่งขั้นหนึ่งห้อง


รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/B5pyvA7xfh8

คุณอาจสนใจ