สังคม

บางซื่อเปิดวอล์กอิน ฉีดได้ทุกเข็ม - สปสช.เร่งแก้สายด่วนโควิด หลังคนโทรกระหน่ำกว่า 7 หมื่น

โดย thichaphat_d

3 มี.ค. 2565

84 views

วานนี้ (2 ก.พ. 65) เพจ CVC กลางบางซื่อ ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า

"#วอล์กอินทุกเข็มที่บางซื่อ

เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข

มีการจัดสรรและกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศ

ได้ให้บริการวัคซีนในทุกเข็ม

จนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว

ตลอดจนศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

ได้ให้บริการแก่ #คนเดิมบางซื่อ

เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

จึงเปิดให้ลงทะเบียน ณ จุดฉีด (Walk in )

#ไม่ต้องจองคิว

เพื่อเก็บตกทุกเข็ม ทั้งเข็ม 1,2,3,4

ทุกสัญชาติ (คนไทย / ต่างชาติ / ต่างด้าว)

~ไม่จำกัดภูมิลำเนา ไม่จำกัดทะเบียนบ้าน

~เข็มก่อนหน้าฉีดมาจากที่ใดก็ได้

#บางซื่อเปิดทุกวันครับ"


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขเตรียมนำ แนวทาง UCEP พลัส เสนอเข้าครม.ในสัปดาห์หน้า และได้อธิบายว่า ตนได้ลงนามการประกาศให้การรักษาโควิด19เป็นการรักษาฟรีตามสิทธิ์ไปแล้ว แต่จะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ อยู่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) อาจจะเป็น วันที่ 16 มี.ค. หรือ 1 เม.ย. 2565


และได้อธิบายต่อว่า การปรับอัตราการดูแลคนไข้ทุกสีให้สอดคล้องกับ UCEP พลัส ไม่ได้เป็นการตัดรอนสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีใครเสียสิทธิ์ใดๆ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการ การจัดเตรียมสถานพยาบาล เวชภัณฑ์ที่จะมาดูแลคนติดเชื้อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ในเรื่องของการนอนรพ. หรือ รักษาตัวที่อื่น


ด้าน สายด่วน 1330 หรือสายด่วน สปสช. วานนี้ (2 ก.พ. 65) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การใช้บริการสายด่วน สปสช.1330 ที่ไม่สามารถติดต่อได้นั้น สปสช. ขอเรียนว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สายด่วนของ สปสช.1330 และอาสาสมัครที่ร่วมรับสายทุกคนรวมจำนวนกว่า 400 คน ต่างทำงานอย่างหนัก และแข่งขันกับจำนวนสายที่กระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 


จากข้อมูลสายด่วน สปสช.1330 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ จนถึง วันที่ 1 มีนาคม 2565 จำนวนการโทรเข้าสายด่วน สปสช.1330 แต่ละวันยังคงอยู่ที่ระดับ 40,000-70,000 สาย เช่นเดียวกับช่องทาง Non Voice หรือสื่อสารผ่านไลน์ สปสช. และ Facebook สปสช. ก็เฉลี่ยวันละกว่า 9,000 ราย เช่นกัน ด้วยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่าสองหมื่นรายต่อวัน โดยวันที่ 1 มีนาคม มีจำนวนสายโทรเข้ามากที่สุดสูงถึง 70,300 สาย และช่องทาง Non Voice กว่า 12,000 ราย ยอมรับว่าเป็นจำนวนเกินศักยภาพที่ระบบจะรองรับได้


“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สปสช.ได้พยายามเร่งแก้ไขปัญหา นอกจากการระดมจิตอาสาเข้ามาช่วยรับสายเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังได้มีการประสานกับหน่วยงานองค์กรต่างๆ มาร่วมรับสายด้วย อาทิ กองทัพไทย ธนาคารกรุงไทย วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ ดีแทค ร่วมสนับสนุนซิมการ์ดโทรศัพท์ให้จำนวนหนึ่ง และมีทีมจิตอาสาจากประชาชนกว่า 100 ราย เข้าร่วมตอบคำถามและรับเรื่องประสานงานจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ผ่านช่องทางไลน์ของ สปสช.ด้วย” 


เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า ส่วนช่องทางการสื่อสารอื่นผ่านระบบออนไลน์ ทั้ง line @nhso และ Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และอื่นๆ ที่ประชาชนติดต่อเข้ามานั้น ขณะนี้ สปสช. ได้เร่งตอบกลับในทุกข้อความในทุกช่องทางที่ส่งเข้ามาเช่นกัน


“เจ้าหน้าที่สายด่วน สปสช. 1330 และอาสาสมัครทุกคนต่างเต็มใจ และพร้อมให้การดูแลประชาชนทุกคนที่โทรเข้ามา แต่ด้วยจำนวนสายที่โทรเข้ามาอย่างมากมาย ล่าสุดถึงวันละกว่า 7 หมื่นสายแล้ว จึงต้องขอโทษทุกสายของประชาชนที่โทรเข้ามา หรือสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ และติดต่อไม่ได้ โดย สปสช. จะพยายามแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด”


ทั้งนี้ นอกจากสายด่วน สปสช. 1330 แล้ว ในพื้นที่ต่างจังหวัด ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังสามารถ โทร.ไปที่สถานพยาบาลตามสิทธิ/ใกล้บ้าน หรือสายด่วนเกี่ยวกับโควิด-19 ประจำอำเภอหรือจังหวัด (ดูรายละเอียดที่เฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.)


ขณะที่กรุงเทพมหานคร สามารถ โทร.เบอร์สายด่วนของแต่ละเขต (เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร: https://bit.ly/3FBOgvw ) หรือเพิ่มเพื่อนทาง Line @BKKCOVID19CONNECT หรือคลิก https://bit.ly/3Iuw7Si


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NeVNUs61u18

คุณอาจสนใจ

Related News