สังคม

ปิดฉากคดีเสือดำ จำคุก 'เปรมชัย' 2 ปี 14 เดือน ราชทัณฑ์เผยโรคประจำตัวเพียบ

โดย thichaphat_d

9 ธ.ค. 2564

121 views

ปิดฉากคดีที่สังคมจับตามายาวนานกว่า 3 ปี กรณีที่ นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ร่วมกันล่าเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร  จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2561


โดยคดีนี้ นายเปรมชัยและพวกตกเป็นจำเลย ต่อสู้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทรณ์ จนถึงศาลฎีกาเมื่อวานนี้ก็อ่านคำพิพากษา


โดยที่ทางฝ่ายโจทก์ มีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นตัวแทนร่วมฟังคำพิพากษา


ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษา กว่า 40 นาที ศาลฎีกาพิพากษา ยืนตามศาลอุทรณ์ ในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดิเวล๊อปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)  นายธานี ทุมมาศ และ นายยงค์ โดดเครือ จำเลยในคดีร่วมกันล่าเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี

คงจำคุกดังนี้
1.นายเปรมชัย  เป็นเวลา  2 ปี 14 เดือน
2. นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 17 เดือน
3.นานธานี ทุมมาศ  จำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี 21 เดือน


และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นตัน และศาลอุทธรณ์ แต่ให้ปรับแก้ไขดอกเบี้ยให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่


ศาลฎีกา ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นและไม่มีเหตุต่อการรอการลงโทษ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535  โดย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม ให้ยกเลิกมาตรา 55 การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่มีความผิดในส่วนนี้ ตาม ป.อาญา มาตรา 2


หลังจากศาลมีคำพิพากษาออกมาทางเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ ก็นำรถมาจอดรถที่หลังศาล จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่นำแผ่นป้ายพลาสติกสีขาว มาปิดกั้นทางเดินเชื่อมระหว่างศาลมาขึ้นรถเรือนจำ เพื่อไม่ให้มองเห็นภาพตอนนายเปรมชัยและพวกเดินขึ้นรถเรือนจำ


ส่วนด้านหน้าศาล แม่บ้านนายเปรมชัยก็นำรองเท้าแตะ จากรถยนต์ส่วนตัวไปให้นายเปรมชัย และไม่มีใครให้สัมภาษณ์ หรือ ตอบคำถามใดๆ


จากนั้นก็ตำรวจก็เตรียมรถนำทางออกจากศาลจังหวัดทองผาภูมิ ไปยัเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ   ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมาก ปักหลักรอเก็บภาพ


รถเรือนจำใช้เวลา 15 นาที จากศาลมาถึงเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ รถเรือนจำก็เข้ามาจอดที่บริเวณเต๊นท์ตรวจคัดกรองโควิด ก่อนจะนำตัวนายเปรมชัยและพวกเข้าไปในเรือนจำตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งนายเปรมชัยและพวกจะต้องเข้าสู่การกักตัวตามมาตราการป้องกันโรคโควิด


ขณะที่บรรยากาศด้านหน้าเรือนจำ มีทีมทนายความและญาติของจำเลยที่ 2 และ 4 มารอเข้าเยี่ยม โดยทนายได้ประสานเจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าเยี่ยม พร้อมกับถือเสื้อกันหนาวไปด้วย 1 ตัว แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำแจ้งว่าไม่สามารถเยี่ยมได้ การเข้าเยี่ยมได้ต้องประสานแจ้งรายละเอียดล่วงหน้า กับทางเรือนจำ นัดวัน เวลา ตามาตราป้องกันโรคโควิด


ผู้สื่อข่าว สอบถามหนึ่งในทีมทนายความ ระบุว่า หลังศาลตัดสินแล้ว นายเปรมชัยก็น้อมรับคำตัดสิน และ ไม่ได้พูดหรือสั่งอะไรเป็นพิเศษ


ส่วนที่เห็นว่านายเปรมชัย มีการปิดตาข้างซ้าย เพราะอาการบาดเจ็บ ซึ่งทีมทนายก็เป็นห่วงเรื่องอาการป่วยจากโรคประจำตัว ซึ่งนายเปรมชัย จะต้องกินยาโรคประจำตัวทุกวัน  


วันนี้ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว ทีมทนายทุกคนก็ของงดให้สัมภาษณ์ หลังจากนั้นทีมทนายความ พร้อมกับแม่บ้านและคนขับรถของนายเปรมชัย ได้เดินทางกลับทันที


ย้อนไปในช่วงเช้า ก่อนที่จะมีการอ่านคำพิพากษา ท่ามกลางกรถแสข่าวลือว่า อาจจะมีจำเลยบางคนไม่มาฟังคำพิพากษา ปรากฎว่าทุกคนมาฟังคำพิพากษา ตั้งแต่เวลา 08.32 น. ทีมทนายความเปรมชัยเดินทางมาถึง โดยนายวิฑูลย์ แย้มพลาย ทีมทนายความ กล่าวสั้นๆว่า ลูกความจะเดินทางมาฟังคำพิพากษา


จากนั้น เวลา 08.39 น. จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 เดินทางมาถึงศาล โดยพบว่า ที่ข้อเท้าซ้ายยังใส่กำไล EM อยู่ เมื่อมาถึง ทีมทนายก็เรียกให้ไปพูดคุยภายในรถตู้ส่วนตัว และในเวลา 08.55 น. นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นขับรถของนายเปรมชัย ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและเดินทางเข้าไปภายในห้องพิจารณาคดีของศาล


ขณะที่ นายเปรมชัย ถือฤกษ์เวลา 09.00 น. นั่งรถยนต์แลนด์โรเวอร์ สีดำ ทะเบียน วข-3858 กทม. มาถึงศาลเวลา 09.00 น. โดยมีการใช้ผ้าก๊อซปิดที่ตาซ้าย และใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดินขึ้นศาล แต่ยังไม่ทราบว่าอาการเจ็บป่วยจากอะไร


โดยผลคำพิพากษาฎีกา ถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว มีการยกฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ มาตรา 55 เพราะมีกฎหมายใหม่ออกมาให้ยกเลิกกฎหมายเก่า แต่อัตราโทษที่ศาลลงโทษจำคุกจำเลยนั้นยังคงเท่าเดิมที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษา


สำหรับคดีนี้ นายเปรมชัย กับพวกต่อสู้คดีมานานเกือบ 3 ปี หลังจากที่นายเปรมชัย และพวกได้ร่วมกันเข้าไปตั้งแคมป์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจพบว่ามีการล่าเสือดำ และพบซากเก้ง ไก่ฟ้าหลังเทา และปืนยาว อยู่ในครอบครองของนายเปรมชัย จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ทองผาภูมิ จึงถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีรวม 6 ข้อหา


นอกจากนี้ นายเปรมชัย ยังถูกศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา กรณีนายเปรมชัยเสนอสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดีล่าสัตว์ป่า ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา


และยังมีคดีที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก นายเปรมชัย  6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา กรณีมีอาวุธปืนยาวไรเฟิลไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเช่นกัน


ในคดีนี้มีจำเลย 4 คน แต่จำเลยขอยื่นฎีกา 3 คน  เว้นนางนที เรียมแสน แม่ครัว ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ไม่ยื่นฎีกาต่อ เนื่องจากในชั้นอุทธรณ์โทษจำคุกรอการลงอาญาไว้  2 ปี


ซึ่งถือว่า การตัดสินคดีของศาลฎีกา เป็นที่สิ้นสุดแล้วสำหรับคดีล่าเสือดำ


ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยเรือนจำทองผาภูมิ รายงานสุขภาพของนายเปรมชัย พบมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ต้อกระจก  เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ ไขมันพอกตับ เส้นเลือดดำอุดที่ขา ขณะนี้อยู่ที่แดนกักโรค ก่อน 21 วัน ตามมาตรการโควิด และมีเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด พร้อมประสานโรงพยาบาลหากอาการทรุด


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/bCzmGf5qbfc

คุณอาจสนใจ