สังคม

'พระกรันยา' ยืนยัน "ดำน้ำดับวิญญาณ" รักษาทุกโรคยันโควิด - นักวิชาการเชื่ออาจเป็นนิ่ว หลังวัดโชว์ฉี่เป็นพระธาตุ

โดย pichaya_s

23 มี.ค. 2564

816 views

จากกรณี เฟซบุ๊ก "วัดป่าเนื้อนาบุญ หลวงตากรันยา" ได้เผยแพร่คลิปตีแผ่ถึงคำสอน ของสำนักสงฆ์วัดเนื้อนาบุญ บ้านกอกหวาน ต.โพธิ์ศรี อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ โดยมีพระกรันยา ถาวรธัมโม อายุ 59 ปี รักษาการสำนักสงฆ์ ที่ออกมาระบุคำสอนให้ญาติโยมที่เข้ามาปฏิบัติธรรมสามารถเสพกามได้ รวมถึงปฏิบัติธรรมด้วยการดำน้ำในถังพลาสติก จะทำให้มีสมาธิ จนบรรลุธรรมเป็นอริยะได้ นอกจากนี้ยังมีคลิปงานแต่ง ที่บรรดาลูกศิษย์สวมเสื้อสีรุ้งเต้นกันไปมาอย่างสนุกสนาน


ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดป่าเนื้อนาบุญ พบว่า ประตูทางเข้าวัด มีท่อพีวีซีขนาดใหญ่ขวางทางเข้า ไม่ให้ผู้ที่ไม่รับอนุญาตเข้าไปในบริเวณวัด โดยมีลูกศิษย์วัด 2 คน มาเฝ้าประตูด้วย


หลังรออยู่2 ชั่วโมงเศษ ก็มีการนำป้ายข้อความว่า ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่หมู่บ้านศีล 5 จากนั้นอนุญาตให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปในวัดได้


โดยภายในวัด มีการติดป้ายคำสอนวิธีปฏิบัติธรรม เช่น แนวทางการสอนแบบสะเทินน้ำสะเทินบกดับวิญญาณ ถ้าเข้ามาศึกษาธรรมคนเดียว เช่น พระภิกษุสงฆ์ สามเณร แม่ชี หรือฆราวาส จัดเป็นพระโพธิญาณเดี่ยว ถ้าฆราวาสมาเป็นคู่จัดเป็นพระโพธิญาณคู่ ถ้าฆราวาสมาเป็นครอบครัว ก็เป็นพระโพธิญาณครอบครัว


มีบรรดาลูกศิษย์ต่างสวมเสื้อสีสายรุ้งสดใสเดินปฏิบัติภารกิจ บางส่วนกำลังปฏิบัติธรรมตามคำสอนแบบสะเทินน้ำสะเทินบกดับวิญญาณ ลงไปดำน้ำในถังพลาสติกบรรจุน้ำขนาดใหญ่ ดำน้ำลงไปในถังให้นานที่สุด แล้วจึงโผล่ขึ้นมาหายใจ ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสำเร็จตามที่ต้องการ โดยใครดำน้ำได้นานมากและเส้นผมที่โกนออกมา ม้วนเป็นก้อนวงกลม จะถือว่าสำเร็จเป็นอริยะได้


พระกรันยา ถาวรธัมโม รักษาการสำนักสงฆ์ กล่าวว่า หลักสูตรที่ตนสอนสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะโรคมะเร็ง หรือแม้แต่ติดเชื้อโควิด-19 เพียงแค่ลงไปดำน้ำในถัง เอาจิตไปไว้ตรงสะดือ แล้วแขม่วท้องไว้ หากทำบ่อยๆจะเกิดฌาณ และจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด โดยไม่ต้องกินยาหรือฉีดยา รวมถึงสามารถรักษาหุ่นได้อีกด้วย


โดยอาตมาเริ่มสอนมาได้ประมาณปีกว่า ซึ่งค้นพบหลักสูตรนี้เพราะเป็นบารมีเก่าที่เคยปรารถนาพระโพธิสัตย์ ซึ่งมีปัญญารู้วิธีบรรลุมรรคผลเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าที่บรรลุได้ด้วยศีล 227 พระศรีอริยเมตไตรย บรรลุได้ด้วยศีล 8 แต่อาตมาบรรลุได้ด้วยศีล 5 และเป็นพระพุทธเจ้าศีล 5 ต่อไป


ทุก ๆ วัน อาตมาจะแสดงธรรมสอนพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่เข้ามาในวัด ให้ปฏิบัติตามศีล 5 ซึ่งเป็นไปตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และไม่เคยสอนว่าให้ประพฤติผิดในกาม โดยจะต้องเสพกามในคู่สมรสของตนเองเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องของปุถุชนคนทั่วไป เมื่อสามีภรรยาทำเจริญภาวนาจะเกิดกามราคะ เมื่อเกิดกามราคะก็จะเสพกาม โดยระหว่างนั้นจะต้องเอาจิตไปไว้ตรงสะดือจึงจะบรรลุ เพราะเส้นทางกามกับเส้นทางธรรมอยู่ใกล้กัน จะต้องผ่านเส้นทางกามก่อนจึงบรรลุธรรม


ส่วนการปฏิบัติธรรมแบบสะเทินน้ำสะเทินบกดับวิญญาณนั้น เป็นการฝึกสมาธิดำน้ำลงไปในน้ำธรรมดาไม่มีสิ่งเจือปนโดยผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องลงไปดำน้ำในถังพลาสติกำขนาดใหญ่ ดำน้ำลงไปในถังให้นานที่สุดแล้วจึงโผล่ขึ้นมาหายใจโดยที่ไม่ต้องสวดมนต์ ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสำเร็จตามที่ต้องการ หากว่าใครดำน้ำได้นานมาก และเส้นผมที่ตัดออกมาม้วนเป็นก้อนวงกลมจะถือว่าสำเร็จเป็นอริยะได้ ร่างกายจะมีกลิ่นหอม ปัสสาวะ อุจจาระจะมีกลิ่นหอม หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมบางรายมีปัสสาวะหรือเลือดเป็นพระธาตุ ซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมที่นี่ทุกคนไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้าไม่ฆ่าสัตว์ จะกินอาหารจำพวกข้าว ผัก กับเกลือ


ทั้งนี้ เรื่องคลิปที่บรรดาลูกศิษย์เต้นรำกันนั้น เป็นเพราะทุกคนดีใจที่บรรลุธรรม ร่างกายมีกลิ่นหอม และผมตัดออกมาม้วนเป็นก้อนกลม ซึ่งมองว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร


อย่างไรก็ตาม ตนไม่กลัวหากต้องสึก แต่ขอให้ทุกคนบรรลุธรรม หากสึกแล้วอาตมาก็จะอยู่ที่เดิม เพราะตรงนั้นเป็นที่ดินของอาตมา พร้อมยืนยันว่าหากปฏิบัติแล้วจะสามารถบรรลุมรรคผลเป็นอริยะจริงๆ และอยากให้ผู้นำทุกระดับของประเทศเข้ามาฝึกปฏิบัติ เมื่อสำเร็จแล้วจะเป็นอริยะบุคคล เมื่อผู้นำเป็นอริยะบุคคลแล้ว จะทำให้ประเทศชาติร่มเย็นเป็นสุขบ้านเมืองไม่เกิดความแตกแยกอีกต่อไป


ขณะที่ นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา ระบุว่า ฟังเรื่องนี้แล้วเหนื่อย ตอนแรกมองว่าเป็นความเข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆ แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่ความเข้าใจผิดหรืออาบัติเล็กน้อยแล้ว อาจจะไปถึงขั้นการอวดอุตริมนุสธรรม หากพิสูจน์ไม่ได้จริงก็ต้องขาดจากความเป็นพระ เจ้าคณะปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะพิจารณาว่าจะจัดการหรือปรับทัศนคติพระรูปนี้อย่างไร ให้ถูกตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ดังเช่นหลายๆกรณีที่ผ่านมาที่อวดอุตริว่าตนเองบรรลุธรรมได้ด้วยวิธีการต่างๆ แต่สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้


ด้าน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ของเหลวในร่างกายที่เปลี่ยนไปเป็นพระธาตุ ตนเคยทดลองแล้ว อย่างในกรณีที่เอาพระธาตุที่ได้จากเลือด ปัสสาวะ เสมหะ หรือเส้นผม มาทำการวิเคราะห์ ตรวจในห้องทดลองกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ปรากฎว่าคือพลาสติกพวกโพลิเมอร์ เลซิ่น


ในกรณีที่วัดป่าเนื้อนาบุญ โพสต์ภาพเลือด ปัสสาวะ กลายเป็นพระธาตุ อยากให้ส่งพระธาตุมาตรวจในห้องแล็ปว่าเป็นอะไรกันแน่ ประเด็นก็คือของเหลวที่อยู่ในร่างกายเป็นสารอินทรีย์ เช่น เลือด ปัสสาวะ น้ำมูก ไม่สามารถกลายไปเป็นสารอนินทรีย์ หรือเปลี่ยนไปเป็นของแข็งได้ ในปัสสาวะจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักในทางวิทยาศาสตร์ จะมีกลุ่มของโปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ ที่ร่างกาย รับมาเกินก็ขับออกมาทางปัสสาวะ ไม่มีทางจะเปลี่ยนไปเป็นของแข็งหรือสารอนินทรีย์ เช่นพวก คาร์บอเนท ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าต้องให้หมอผ่าตัดด่วน เพราะเป็นนิ่ว


ส่วนเลือด จะมีสารอินทรีย์ ในกลุ่มที่มีอะตอมของพวกคาร์บอน ออกซิเจน ไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบ มีทั้งโปรตีน ฮีโมโกรบิน เป็นไปไม่ได้ที่จะกลายเป็นลักษณะแข็งเหมือนเป็นก้อนหิน รวมทั้งเส้นผมเองก็เหมือนกัน ลักษณะเหมือนเอาภาพมาตัดต่อ แล้วบอกว่าออกมาจากร่างกายของคน ๆ นั้น เรื่องแบบนี้ต้องพิสูจน์ อยากเตือนผู้ที่ติดตาม หรือเตือนผู้ที่รับชมอยู่ให้มีวิจารณญาณ สสารที่จะเปลี่ยนไปแบบนั้นได้ฉับพลัน เป็นไปได้ยาก ที่จะทำให้ของเหลวหรือสิ่งที่อยู่ในร่างกายเปลี่ยนรูปร่างองค์ประกอบทางเคมีไปเป็นแบบนั้นได



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ein5jauT208


คุณอาจสนใจ

Related News